บ้านคอนกรีต หน้าแคบ ของครอบครัวขนาดเล็กในเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม กับขนาดพื้นที่ใช้สอยเพียง 150 ตารางเมตร บนข้อจำกัดด้านที่ตั้ง เด่นด้วยแนวคิดการออกแบบที่ตีความจากรังนก ผสานสุขภาวะการอยู่อาศัยที่เข้ากับโครงสร้างแข็งแรง อย่างคอนกรีตเปรียบดั่งการถักทอสเปซของรังนก โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวราวกับอยู่บนต้นไม้ใหญ่
ที่นี่เป็นบ้านของครอบครัวรุ่นใหม่ชาวเวียดนาม ซึ่งประกอบอาชีพเป็นครูและนักข่าว โดยสองสามีภรรยาได้มีความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ของพวกเขาและลูก ๆ ให้ที่นี่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี






จากเสียงเปียโนของสองพ่อลูกที่ใช้เวลาร่วมกันทำให้สถาปนิกจดจำโมเม้นต์นั้น ก่อนนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจจุดประกายแนวคิดเรื่อง “รังนก” โดยเปรียบดั่งบ้านของสมาชิกทุกคนที่อยากพักอาศัยในพื้นที่ที่อบอุ่น มีพื้นที่ให้พวกเขาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามความฝันและเติบโตไปพร้อม ๆ กับเหล่าต้นไม้ของบ้าน
แม้จะท้าทายทีมนักออกแบบด้วยขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดและมีลักษณะแคบยาว แถมยังเป็นแปลงหัวมุมของถนนในชุมชน แต่กลับเหมาะกับการออกแบบอย่างยิ่ง เพราะสามารถเติมพื้นที่สีเขียวที่หายใจได้ ตอบโจทย์การแทรกพื้นที่สีเขียวลงไปในพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ สร้างสรรค์พื้นที่พักผ่อนได้เต็มที่ตามสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการ
โดยสถาปนิกได้จัดสรรพื้นที่ด้วยการแบ่งบ้านออกเป็น 3 ชั้น แบ่งพื้นที่หน้าบ้าน 2 ชั้นแรกให้เป็นพื้นที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ แล้วผลักพื้นที่ใช้สอยส่วนใหญ่ลึกเข้าไปชิดที่ดินหลังบ้านขณะที่ชั้น 3ซึ่งแผ่การใช้งานเต็มพื้นที่ได้วางอยู่บนเสาคอนกรีตสูงชะลูด ทำให้มีลักษณะคล้ายหอคอย หรือรังนกที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนอันเงียบสงบสร้างมิติที่น่าสนใจให้กับเสปซการอยู่อาศัย และเป็นการเหลือพื้นที่โล่งไว้ให้ต้นไม้ขึ้นปกคลุมและแทรกซึมไปทั่วทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้าน


ฟังก์ชั่นของบ้าน 3 ชั้น แบ่งออกเป็นชั้น 1 เป็นส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหารเปิดรับสวนหน้าบ้าน ชั้น 2 เป็นชั้นที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ประกอบด้วยห้องนอนที่เปิดออกไปสู่สวนด้านหน้าบ้านได้เช่นกัน ก่อนจะจบที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นส่วนของห้องนอนอีก 1 ห้อง พร้อมห้องอเนกประสงค์ที่ลอยอยู่หน้าบ้าน ใช้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ และพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว เสมือนเป็นพื้นที่หัวใจหลักของบ้าน เชื่อมต่อด้วยส่วนต่าง ๆ ด้วยสะพานคอนกรีต เปรียบดั่งกิ่งไม้เชื่อมไปหารังนกท่ามกลางแมกไม้สีเขียวนั่นเอง


พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดเน้นความโปร่งโล่งและการเชื่อมต่อกันของเสปซทั้งแนวตั้งและแนวราบ ทำให้บ้านแม้จะอยู่ในที่แคบแต่ห้องต่าง ๆ กลับแยกกันชัดเจน นอกจากนี้ยังอ้างอิงลักษณะของโครงหลังคาและเสปซให้เหมือนบ้านพื้นถิ่นเมืองโบราณฮอยอัน ซึ่งเป็นเมืองที่เจ้าของบ้านเคยใช้เวลาอยู่อาศัยเป็นเวลานานดังจะเห็นได้จากการออกแบบตัวบ้านที่เปรียบเหมือนบ้านสองหลังให้หันหน้าเข้าหาลานกลางบ้าน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสวนกลางตัวบ้าน ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญช่วยให้ลมและอากาศไหลเวียนเข้าสู่พื้นที่ใช้งานภายในบ้านได้อย่างปลอดโปร่งสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัย


เอกลักษณ์เฉพาะของสถาปัตยกรรมฮอยอันที่สะท้อนมายังงานออกแบบดังกล่าวคือการใช้วัสดุดั้งเดิมเพื่อสร้างความรู้สึกอ่อนช้อย เช่น ไม้เนื้อแข็งในส่วนต่างๆ ตัดด้วยโครงสร้างคอนกรีตดิบสำหรับเสา บันได และพื้น พร้อมผิวขัดหยาบที่เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งและทนทาน ทั้งหมดนี้ชวนให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสถึงแก่นแท้ของธรรมชาติภายในบ้านอันเป็นความมุ่งหวังของเจ้าของบ้านหลังนี้ เพื่อสร้างการอยู่อาศัยร่วมกันกับธรรมชาติ ให้ลูก ๆได้อยู่อาศัยในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมทั้งจินตนาการ ความทรงจำ และช่วยเอื้ออำนวยให้เด็ก ๆ ได้เติบโตอย่างมีความสุข
เรื่อง: Phattaraphon
ภาพ: TriệuChiến
ออกแบบสถาปัตยกรรม: Ho Khue Architects
พื้นที่ใช้สอย: 150 ตารางเมตร

“บ้านฮีลใจ Homes That Heal” หนังสือที่รวบรวมบ้าน 10 หลังทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน ที่เปี่ยมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งบ้านที่ใช้สวนเกษตรเสริมสุขภาวะกาย บ้านที่ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่งรับแสงและลม รองรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไปจนถึงบ้านที่ใช้ปรัชญาเชิงศาสนา พร้อมพื้นที่ปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาวะใจให้ผู้อยู่ เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลกายและใจของคนในยุคปัจจุบัน
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือ “บ้านฮีลใจ HOMES THAT HEAL” #เล่มใหม่ล่าสุด จาก room Books ได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์
https://www.naiin.com/product/detail/692438…
หรือ #Inbox สอบถามมาได้ที่ m.me/roomfan