Commercial Space Archives - room

Suankhunyaiy Khaoyai Km.3 คาเฟ่เขาใหญ่ ส่งต่อรสมือคุณยายจากรุ่นสู่รุ่น

“คุณยาย” ไม่ใช่แค่ชื่อร้าน แต่คือแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นความอร่อยทั้งหมดของ Suankhunyaiy Khaoyai Km.3 โดยโครงการนี้เป็นโปรเจ็กต์รีโนเวตร้านสวนคุณยายบนถนนธนะรัชต์ เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจครอบครัวเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่นให้กลับมามีพลังอีกครั้ง DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ ได้รับการตีความผ่านสถาปัตยกรรมโดยนักออกแบบจาก ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ / Awaken Design Studio ที่มาช่วยนำเสนอเรื่องราวผ่านรูปทรงของบ้านที่ซ้อนกันสามชั้น เพื่อสร้างจุดเด่นสะดุดตาแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แต่ยังคงรักษาความอบอุ่นและถ่อมตนกลางบริบทเขาใหญ่ จุดเริ่มต้นของร้านสวนคุณยาย จากครอบครัวเกษตรกรที่ทำสวนผลไม้ในพื้นที่เขาใหญ่มายาวนาน โดยมีคุณยายบุญมี คุณยายของคุณณัฐพงษ์ เจ้าของคนปัจจุบัน เป็นผู้นำผลผลิตทางการเกษตรจากสวนมาวางขายในเพิงเล็ก ๆ ริมถนนธนะรัชต์ จนกระทั่งมาถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ตัวร้านของคุณยายได้ขยับขยายให้มีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ โดยยังคงเป็นเพิงขายของฝากริมทางเช่นเดิม เพิ่มเติมคือนอกจากเหล่าผลไม้จากสวนแล้วยังมี “ข้าวหลาม” ที่นำมาวางจำหน่ายด้วย จากทำเลที่ติดกับเส้นทางหลักจากถนนมิตรภาพเข้าสู่อุทยานฯ ทำให้ทายาทรุ่นที่ 3 มองเห็นศักยภาพในการรีแบรนด์ให้ร้านของคุณยายกลับมาคึกคักและทันสมัยมากขึ้น จนกลายเป็นร้านรีโนเวตใหม่ มีรูปทรงสะดุดตา ด้วยอาคาร “บ้านสามชั้น” ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณเดิมของครอบครัวเกษตรกรเอาไว้ ดีไซน์ร้านใหม่อบอุ่นเหมือนบ้านสวน จากจุดประสงค์ที่ต้องการให้ร้านคงกลิ่นอายเรียบง่ายเป็นมิตร จึงนำมาสู่ดีไซน์ของอาคารที่มีลักษณะเหมือนบ้านสวนที่อบอุ่นเข้าถึงง่าย โดยสถาปนิกได้ทุบตัวร้านกาแฟเดิมออกแล้วสร้างเป็นอาคารหลังใหม่ที่เหมือนบ้านชั้นเดียววางซ้อนเหลื่อมกัน 3 ระดับ ทำหน้าที่ดึงดูดสายตาจากถนน แบ่งการใช้งานเป็นโซน “ร้านขายของฝาก” […]

DAY & NIGHT of Cherng Talay ร้านอาหารระดับมิชลิน อิงประวัติเหมืองแร่ภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ จึงนำมาสู่แรงบันดาลใจให้ คุณเอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR ออกแบบร้านอาหาร Day&Night Cherng Talay ที่เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นสาขาที่ 4 ซึ่งแตกต่างจากสาขาอื่น ๆ ที่ผ่านมา DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: EKAR ด้วยความตั้งใจให้ที่นี่มีรูปแบบสแตนอโลนสาขาแรกของแบรนด์ ทีมออกแบบจาก EKAR จึงตั้งใจสร้างประสบการณ์การใช้งานในร้านอาหารที่จัดเสิร์ฟวิวสวย ๆ ของริมทะเลสาบ และบอกเล่าความเป็นมาของอดีตในฐานะที่เมืองภูเก็ตเคยเป็นเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุกได้อย่างน่าสนใจ เล่าประวัติศาสตร์เหมืองแร่ผ่านร้านอาหาร เเม้ทุกวันนี้จังหวัดภูเก็ตจะรู้จักกันในนามของเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่เชื่อว่าหลายคนลืมไปแล้วว่าย้อนไป 80 ปีก่อนเกาะภูเก็ตเคยเป็นพื้นที่ทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุกรากฐานสำคัญที่ทำให้เมืองเติบโต เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบชิโน- ยูโรเปียน เมื่อกาลเวลาผ่านไปพื้นที่เหมืองเหล่านี้ได้แปรสภาพเป็นทะเลสาบกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ ผู้ออกแบบต้องการใช้ร้านอาหารแห่งนี้ชวนให้คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวได้ระลึกถึงรากเหง้าของประวัติศาสตร์และรับรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นที่ สร้างขอบเขตพื้นที่ด้วยเส้นโค้ง ด้วยความที่ที่ดินมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงออกแบบวางผังอาคารให้พื้นที่ใช้สอยหลักอย่างร้านอาหารอยู่ในส่วนด้านกว้างและวางส่วนเซอร์วิส ร้านซาลอน และส่วนพักอาศัยของเจ้าของอยู่บริเวณส่วนด้านแคบ ผ่านการกำหนดขอบเขตพื้นที่อาคารด้วย “ผนังโค้งเพียงเส้นเดียว” ให้โอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ โดยวางตัวอาคารให้ขนานกับแนวถนนด้านหน้า แล้วครอบด้วยหลังคาเมทัลชีททรงจั่วแบบไทยที่ขนานไปกับแนวทะเลสาบด้านหลัง เกิดช่องว่างระหว่างจุดตัดของสองระนาบนี้ซึ่งเป็นที่มาของช่องแสงธรรมชาติที่สร้างมิติให้กับพื้นที่ภายใน จำลองประสบการณ์ร่วมกับคนงานเหมือง เบื้องหลังกำแพงสีเทาที่ดูหนาหนักทึบตันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาขนาดใหญ่ ให้เเขกที่มาค่อย ๆ เดินไต่ระดับไปยังพื้นที่ชั้นสองของร้านผ่านบันไดที่ออกแบบความสูงขั้นละ 15 เซนติเมตร ลึก […]

Furnish Studio สตูดิโอศิลปะ บทสนทนาระหว่างศิลปะและความยั่งยืน

สตูดิโอศิลปะ ในจังหวัดระยอง ที่ประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ และสเปซที่ตั้งใจถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และความยั่งยืน DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: 11.29.studio ออกแบบโดยทีมสถาปนิก 11.29.studio ผู้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เป็นกรอบคิด มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสร้างความหมายใหม่ให้วัสดุที่ถูกละทิ้ง ไม้ไผ่แทนขนสัตว์ห่อหุ้มอาคาร ที่สตูดิโอศิลปะแห่งนี้ สถาปนิกได้สะท้อนแนวคิดการออกแบบสู่ที่มาของชื่อ Furnish Studio อันมาจากคำว่า Fur หรือขนสัตว์ สื่อสารผ่านตัวแทนวัสดุอย่าง “ไม้ไผ่” วัสดุใกล้ตัวและพบได้ในธรรมชาติของระยองที่ห่อหุ้มสตูดิโอเสมือนเปลือกโอบล้อมพื้นที่ ทำหน้าที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสายตา และยังช่วยกรองแสง สร้างมิติแสง-เงา และลดทอนเส้นแบ่งระหว่างภายนอกกับภายใน ช่วยให้อาคารอยู่ในสภาวะกึ่งเปิดกึ่งปิด ช่วยพรางสายตาและรักษาความปลอดภัยไปพร้อมกัน ผังจักรวาลโบราณสู่สถาปัตยกรรมที่ไม่สมมาตรอย่างตั้งใจ ความน่าสนใจของที่นี่ คือแนวคิดตั้งต้นอันมาจากการศึกษาผังจักรวาลของวัดและวังโบราณของสถาปนิก จากความสนใจดังกล่าวทำให้สถาปนิกค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างทิศทาง สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ รวมถึงความสมมาตรที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม ก่อนนำมาตีความหลักการดังกล่าวใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ผสานแนวคิด Deconstructivism จนได้สถาปัตยกรรมที่ดูสมมาตรในภาพรวม แต่แฝงความคลาดเคลื่อนไว้ในรายละเอียด ความไม่สมมาตรนี้ได้รับการแสดงผ่านรูปทรงหลังคาที่มีองศาและความลาดเอียงต่างกันในแต่ละด้านที่ปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขของพื้นที่และบริบทโดยรอบ ทำให้มวลอาคารเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตามมุมมอง ช่วยลดความแข็งทื่อของรูปแบบสมมาตรดั้งเดิม ซึ่งกลายมาเป็นแนวคิดเดียวกันที่ส่งต่อถึงประตูทางเข้าหลักที่ออกแบบให้มีขนาดไม่เท่ากัน แตกต่างด้วยฟังก์ชัน ได้แก่ บานเล็กใช้เข้าออกในชีวิตประจำวัน บานใหญ่รองรับการเคลื่อนย้ายผลงานศิลปะขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงพร้อม […]

KID ZONE at SAMA Garden สนามเด็กเล่นในร่ม เน้นวัสดุธรรมชาติ

สนามเด็กเล่นในร่ม KID ZONE at SAMA Garden เสมือนยกธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัว มุ่งให้เด็กเรียนรู้ผ่านทักษะการเล่นเหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นเอาต์ดอร์ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Imaginary Objects จากจุดประสงค์ของโครงการ SAMA Garden ศูนย์รวมสายกรีนที่มีทั้งต้นไม้ งานคราฟต์ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ที่ต้องการมีพื้นที่สำหรับเด็กได้มีที่เล่นระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่ช้อปปิ้ง พร้อม ๆ กับได้ฝึกทักษะทั้งทางร่างกายและสังคมตามช่วงวัย สตูดิโอออกแบบ IO (Imaginary Objects) นำโดยคุณญารินดา บุนนาค จึงเข้ามารับหน้าที่ออกแบบ KID ZONE เพื่อเปลี่ยนที่ว่างกลางอาคารให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นในร่ม เน้นวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ ตอบโจทย์แนวคิด Nature-Based Play ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการเคลื่อนไหวเหมือนเล่นอยู่กลางแจ้ง นำธรรมชาติมาให้เด็กสัมผัสผ่านการเล่น สนามเด็กเล่นในร่มแห่งนี้ มีความแตกต่างจากสนามเด็กเล่นในร่มทั่วไป ทั้งในแง่ของวัสดุ แนวคิดการเล่น และข้อได้เปรียบด้านสภาพแวดล้อม โดยตั้งใจยกบรรยากาศสนามเด็กเล่นตามธรรมชาติแบบเอาต์ดอร์เข้ามาไว้ในอาคาร ใช้ความรู้สึกของธรรมชาติเป็นตัวนำผ่านวัสดุธรรมชาติอย่างไม้สะเดา ไม้สัก และทรายจากแม่น้ำ มาใช้ในการออกแบบพื้นที่ เพื่อให้เด็กได้สัมผัสพื้นผิวที่แท้จริงของธรรมชาติ เหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นเอาต์ดอร์ โดยผู้ปกครองยังรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและยังอยู่ในสายตา “พื้นที่เล่นคือพื้นที่ที่เขามีอิสรภาพ มี […]

Akamori Yakiniku เสิร์ฟความพรีเมียม เปี่ยมสุนทรียภาพกินดื่ม

ร้านเนื้อย่างยากินิกุระดับพรีเมียม Akamori Yakiniku ตั้งอยู่ในย่านบางแวก ที่เลือกออกแบบร้านให้ปิดทึบ แยกออกจากบริบทพื้นที่โดยรอบ แล้วสร้าง ‘สุนทรียภาพภายใน’ เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่ม DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: TOUCH Architect จุดเริ่มต้นของร้าน Akamori Yakiniku มาจากกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเห็นโอกาสในย่านราชพฤกษ์ที่ยังขาดร้านเนื้อย่างระดับพรีเมียมจึงตัดสินใจสร้างร้าน Akamori Yakiniku นี้ขึ้นบนที่ดินเปล่าในซอยบางแวก ซึ่งรายล้อมด้วยอู่ซ่อมรถ ร้านสะดวกซื้อ และการจราจรพลุกพล่านติดถนนหน้าแคบ ไม่เอื้อกับการสร้างบรรยากาศที่ดีในร้านอาหาร ด้วยข้อจำกัดนี้ ผู้ออกแบบ TOUCH Architect จึงเลือกสร้างบัฟเฟอร์ (Buffer) เว้นพื้นที่ระหว่างถนนจนถึงตัวร้านที่เป็นอาคารทรงกล่องปิดทึบ เพื่อตัดขาดตัวร้านออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้วหันมาเติมเต็ม ‘สุนทรียภาพภายใน’ ผ่าน朝คอร์ตยาร์ดทรงกลมพร้อมต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้โฟกัสกับบรรยากาศการรับประทานอาหารภายในร้านอย่างเต็มที่ อีกทั้งอาคารทรงกล่องยังช่วยลด ‘งบประมาณและเวลา’ ในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเช่าที่ดินทำธุรกิจ องค์ประกอบของธงชาติญี่ปุ่นอย่าง ‘วงกลม’ และ ‘สีแดง’ ได้รับการกำหนดให้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ นำมาสู่องค์ประกอบสำคัญอย่าง ‘Red Line of Appetite’ หรือเส้นสายสีแดงที่ปรากฏโดดเด่นในสถาปัตยกรรมซึ่งช่วยดึงดูดสายตา กระตุ้นความอยากอาหาร และสร้างให้เกิดความเข้าใจการใช้งานพื้นที่ไปพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่มาสคอตวัวแดงประกาศตัวเป็นร้านเนื้อย่างยืนเด่นสง่าอยู่หน้าร้าน เชื่อมกับเส้นที่นำทางให้เดินจาก […]

BBDO Bangkok ฉีกกรอบออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการผสานบาร์ให้แฮ้งเอาต์

ออฟฟิศที่น่าอิจฉาแห่งนี้ คือ BBDO Bangkok เอเจนซีโฆษณาระดับโลกสาขาประเทศไทย ในเครือ BBDO Worldwide กับการฉีกกรอบออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการผสานบาร์ให้แฮ้งเอาต์ เล่าความคิดสร้างสรรค์ จุดประกายสู่งานครีเอทีฟสุดว้าว DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: IF Integrated Field บนพื้นที่ขนาด 980 ตารางเมตร อยู่บนชั้น 18 อาคารอื้อจือเหลียง BBDO Bangkok มีหัวใจของสถานที่คือการดีไซน์ห้องประชุมและโต๊ะทำงานให้ฉีกกรอกออฟฟิศแบบทั่วไป โดยผสานพื้นที่ทำงานและยืดหยุ่นแบบบาร์เข้ามาในสำนักงาน สอดรับกับวิถีการทำงานที่ยืดหยุ่นของเอเจนซี่โฆษณาสุดครีเอทีฟ เมื่อเส้นสายของแบรนด์หลอมรวมเป็นพื้นที่แห่งการพบกัน เปิดแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังออฟฟิศแห่งใหม่ของ BBDO Bangkok บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังการันตีรางวัลระดับโลกมามากมาย ที่ทาง IF Integrated Field ได้รับโจทย์ให้ตีความออฟฟิศขึ้นใหม่ สะท้อนการออกแบบพื้นที่ทำงานที่ขยายไปถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านงานพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม จากออฟฟิศรูปแบบเดิมที่เป็นห้องปิดและการแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ พื้นที่การทำงานแบบใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์สำหรับองค์กรที่เน้นความครีเอทีฟขั้นสุด จึงถูกปรับให้เปิดกว้าง เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น และเอื้อให้เกิดการพบปะกันในพื้นที่เป็นกันเองแบบที่ไม่ต้องนัดหมาย ประติมากรรมบาร์หัวใจของพื้นที่ “Meet the Bar” เป็นวลีที่ริเริ่มโดย คุณสมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์ CEO ของ BBDO […]

Matcha Edition คาเฟ่มัทฉะเล้านจ์ เล่าบรรยากาศผ่านหลากวัสดุ

Matcha Edition เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่คาเฟ่มัทฉะเล้านจ์เล่าการทดลองวัสดุ ก่อตัวขึ้นมาจากความชอบและแพสชั่นส่วนตัวของกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในการดื่มมัทฉะ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Sari Smit จากที่ชงดื่มเองที่บ้านจนกลายเป็นธุรกิจมุ่งสร้างพื้นที่ให้เกิดคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพและต้องการมองหาพื้นที่สำหรับพบปะพักผ่อนกับกลุ่มคนคอเดียวกัน โดยมีหุ้นส่วนร้านเป็นนักออกแบบจากสตูดิโอ Sari Smit การปรับปรุงทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่ร้านคาเฟ่จึงเน้นความน่าสนใจในงานออกแบบเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่มัทฉะคาเฟ่อบอุ่นเหมือนบ้าน จากการมองหาทำเลที่ตั้ง จนมาพบกับทาวน์เฮ้าส์เก่าแห่งนี้ในย่านเลียบด่วนฯ ที่ตรงกับความต้องการในการสร้างสรรค์พื้นที่ให้เข้าถึงง่าย โปร่งสบาย มีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนห้องนั่งเล่นในบ้าน ทั้งหมดถือเป็นสิ่งสำคัญที่หุ้นส่วนและนักออกแบบเน้นนำเสนอแก่ผู้มาใช้งานอาคาร ไม่แพ้ประสบการณ์การได้ลิ้มลองมัทฉะเกรดคัดสรร ซึ่งตั้งใจให้ที่นี่เป็นเสมือนพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ ครอบครัว หรือคนทำงาน ผ่านเมนูมัทฉะที่แบ่งระดับความเข้มข้นและรสชาติเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงมัทฉะคุณภาพดีได้ง่าย ลำดับการเข้าถึงชะลอจังหวะใจให้ช้าลง จากถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่นี่เปรียบเสมือน Hidden Gem รอให้ลูกค้าได้มาค้นพบคาเฟ่บรรยากาศสงบ ภายในซอยที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้เก่าแก่ เมื่อจอดรถที่ลานจอดด้านหน้าแล้ว ผู้ออกแบบตั้งใจสร้างลำดับการเข้าถึงใหม่ ด้วยการใช้กำแพงอิฐบล็อกช่วยบังสายตา ก่อนจะบังคับให้เลี้ยวสร้างการชะลอจังหวะการเดินให้ช้าลง เพื่อพบกับพื้นที่สวนมีแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศของดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงฤดูร้อน เน้นพรรณไม้ชอบแดด ใบพลิ้วไหว ดอกสีสันสดใส แล้วจึงนำเข้าสู่ตัวร้านบรรยากาศอบอุ่น คอนเซ็ปต์มัทฉะเล้านจ์เล่าการทดลองวัสดุ การสร้างสรรค์พื้นที่ Matcha Edition ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเผยรสนิยมอันเป็นลายเซ็นของอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แห่งสตูดิโอ Sari Smit โดยออกแบบพื้นที่ผ่านการใช้วัสดุที่หลากหลายราวกับที่นี่เป็นห้องทดลองวัสดุ ภายในร้านปูพื้นด้วยอิฐดินเผาจากอยุธยาแบบเดียวกับสวนภายนอก อบอุ่นสดใสด้วย “สีเหลือง” สี CI ของแบรนด์ […]

Space Of Mankind ออฟฟิศอินทีเรียร์ โชว์เคสพื้นที่ทำงานจากไม้อัด

ที่นี่คือ Space of Mankind สตูดิโอออกแบบอินทีเรียร์ที่ขอนิยามตัวเองว่าเป็น ‘พื้นที่ของมวลมนุษยชาติ’ ออกแบบสำนักงานตัวเองที่บาลานซ์ระหว่างความจริงจังในวิชาชีพเข้ากับความสนุกสนานได้อย่างกลมกลืนด้วยวัสดุ “ไม้อัด“ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งต่อความสุขไปสู่งานออกแบบ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Space of Mankind ออฟฟิศ Space of Mankind แห่งนี้ ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโครงการ 33 Space ย่านประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ ออกแบบมาจากประสบการณ์การออกแบบอินทีเรียร์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการทลายกรอบความเครียดในวิชาชีพและมอบความสุขให้กับการทำงาน เพื่อให้คนทำงานได้ส่งต่อความสุขไปยังงานสร้างสรรค์และออกแบบสเปซทำงานที่ไม่แบ่งแยกชนชั้น ออฟฟิศที่ออกแบบให้ส่งต่อความสุข ตัวสเปซเปิดรับแสงธรรมชาติจากทิศเหนือ นำทางผู้มาเยือนด้วยผนังทึบเรียบด้านหน้าที่ติดชื่อออฟฟิศ Space of Mankind อยู่ที่ผนัง และห้องประชุมที่ประดับด้วยงานศิลปะเส้นสายอิสระที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ก่อนเข้าสู่การต้อนรับอย่างเป็นกันเองด้วยบาร์เครื่องดื่ม และห้องทำงานที่ทุกคนใช้งานร่วมกัน และห้องวัสดุที่อยู่ด้านในลึกเข้าไปด้านใน ออฟฟิศที่จงใจสร้างให้ดูไม่เสร็จเพื่อรอการเติมเต็ม ผู้ก่อตั้งได้ตั้งใจออกแบบให้ออฟฟิศมีลักษณะเหมือนกับเกือบเสร็จ ดูยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% เพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้ทีมดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ได้ใช้จินตนาการในการต่อยอดว่าสเปซนี้จะพัฒนาไปเป็นอะไรได้อีกบ้างในอนาคต โดยเลือกใช้วัสดุอย่างไม้อัดตระกูลลาร์ช มาออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในออฟฟิศ โดยทำขึ้นเป็นโครงไม้ และปิดผิวด้วยไม้อัด ซึ่งเป็นกรรมวิธีตามปกติของช่างทำเฟอร์นิเจอร์ในงานอินทีเรียร์ที่จะต้องปิดหน้าตู้เฟอร์นิเจอร์ด้วยไม้อัดก่อนปิดผิวชั้นสุดท้ายด้วยแผ่นลามิเนตให้เรียบร้อย ทางผู้ก่อตั้งได้เห็นมุมมองความงามของการไม่ต้องทำให้เสร็จสมบูรณ์ของธรรมชาติลายไม้อัดนี้ ซึ่งเมื่อสัมผัสและใช้งานช่วยให้เกิดจินตนาการต่อยอดว่าจะเป็นอะไรได้อีกบ้าง อีกทั้งเมื่อใช้งานไม้อัดไปสักระยะ วัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีไม้ตามกาลเวลา สร้างความรู้สึกว่าไม้อัดเป็นวัสดุที่มีชีวิต และเข้าถึงได้ง่าย […]

The Lake Club ปัดฝุ่นโรงแรมเก่าสู่ลานนั่งเล่นคนรุ่นใหม่ย่านเมืองทองฯ

โครงการ The Lake Club คือโปรเจ็กต์การปรับปรุงอาคารเก่าชั้น 1 ของโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ติดกับทะเลสาบเมืองทองธานี มาเป็นคอมมูนิตี้สเปซผสมระหว่างพื้นที่ให้เช่าสำหรับธุรกิจรีเทลกับพื้นที่จัดอีเวนต์ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่สปาร์กความสนใจในย่านชานเมือง เป็นสเปซหย่อนใจให้คนทั่วไปในย่านเมืองทองฯ DESIGNER DIRECTORYออกแบบสถาปัตยกรรม: Hypothesisออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม: Kernel DesignArt and Creative Consultancy: And / Or Studio ภายใต้แนวคิด “Adaptive Reuse” การเก็บอาคารเก่าไว้แล้วเปลี่ยนหน้าที่ใช้สอยภายในเพื่อต่อยอดศักยภาพของอาคารเก่าแทนการรื้อแล้วสร้างใหม่อย่าง The Lake Club แห่งนี้ สามารถให้คุณค่าทั้งเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความทรงจำร่วมของผู้คน และการผลักดันศัยภาพของย่านแบบที่อาคารใหม่ให้ไม่ได้ อาคารเหล่านี้จึงเป็น Hidden Gem ช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าและคุณค่าให้กับธุรกิจ สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ผู้คนได้เสมอ อาคารเก่าที่อยู่ในความทรงจำของคนในย่าน โรงแรมอีสติน เลคไซด์ คือโรงแรมเก่าริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งเคยอยู่ในความทรงจำของผู้คนในย่านมานานกว่า 30 ปี จะได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยมาพร้อมรูปโฉมใหม่ในฐานะพื้นที่สาธารณะสำหรับคนรุ่นใหม่ให้ได้มาพบปะ และใช้เวลาร่วมกัน โดยยังคงรักษาเสน่ห์และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคารโรงแรมเอาไว้ในรูปแบบที่ร่วมสมัย ความถนัดด้านอีเวนต์สู่การสร้างพื้นที่คอมมูนิตี้ กลยุทธ์ธุรกิจที่ว่าต้องอาศัยความกล้าเสี่ยงทั้งการพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง รวมถึงความมั่นใจในการลงทุนเพื่อดึงคนใหม่ ๆ […]

พักผ่อนตามอัธยาศัยกับ At.thayasai ที่พักสเตเคชั่นริมคลองอ้อมนนท์

At.thayasai คอมเมอร์เชียลสเปซที่ออกแบบให้เป็นทั้งที่พักสเตเคชั่น และพื้นที่จัดอีเวนต์เล็ก ๆ ริมคลองอ้อมนนท์ จังหวัดนนทบุรี DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Ilikedesignstudio จากที่ดินริมคลองอ้อมนนท์ ลำคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอบางใหญ่ ที่เคยเป็นที่ตั้งของบ้านคุณยาย ในปัจจุบันกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์มานานและมีลักษณะเป็น “ที่ดินตาบอด” เนื่องจากคลองที่เคยเป็นเส้นทางสัญจรหลักตั้งแต่ในอดีตถูกลดบทบาท เมื่อคนหามาใช้ถนนที่ภายนอกแทน แต่ด้วยศักยภาพของที่ตั้งที่เปิดรับวิวสายน้ำที่ยังใสสะอาด ประกอบกับภาพบ้านเรือนดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ทำให้เจ้าของซึ่งเป็นรุ่นหลานอยากสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นบ้านพักและพื้นที่จัดอีเวนต์ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับที่ดินริมน้ำของครอบครัว หลังได้รับโจทย์จากเจ้าของ Ilikedesignstudio ผู้รับหน้าที่ออกแบบ ได้จัดพื้นที่แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ Atthayasai Space สถานที่จัดงานอีเวนต์อย่าง งานแต่งงาน และ Atthayasai Stay บ้านพักส่วนตัวขนาดเล็ก ๆ เหมาะกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนได้มาพักผ่อนแบบสเตเคชั่น ภายใต้บริบทที่ตั้งและการเข้าถึงที่แปลกใหม่ สร้างประสบการณ์การใช้งานกับพื้นที่หลากหลาย เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าถึงโดยตรง ผู้มาเยือนต้องนำรถไปจอดที่วัดไทยเจริญ แล้วเดินเท้าผ่านตรอกเล็ก ๆ และชุมชนบ้านไม้เก่าเข้ามายังพื้นที่ โดยระหว่างการเดินนั้นผู้มาเยือนจะได้สัมผัสภาพชุมชนดั้งเดิม รวมถึงสวนมะพร้าวที่ร่มรื่น ช่วยสร้างการเปลี่ยนผ่านความรู้สึกให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายก่อนจะเข้าสู่พื้นที่พักผ่อน โดยเมื่อมาถึง ภายในจะพบกับ Atthayasai Stay เป็นห้องพักที่แบ่งพื้นที่รับรองไว้หลากหลาย ประกอบด้วยบ้านพักขนาดย่อม […]

Kaew Boutique ร้านของฝากแห่งเมืองกาญจน์ ในฟอร์มอาคารรูปไข่ดาว

แกะห่อ ‘มะขามแก้ว’ ของฝากคู่เมืองกาญจนบุรี สู่ Kaew Boutique ร้านของฝากที่ทายาทรุ่นลูกตั้งใจเปลี่ยนภาพจำร้านของฝากใหม่ จากร้านที่รถทัวร์ลงมารับซื้อแล้วไป ให้เป็นพื้นที่ที่ใครก็สามารถมาใช้เวลาช้า ๆ ดื่มด่ำธรรมชาติและทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่กลางอาคารทรงไข่ดาวที่ตั้งล้อไปกับทิวเขาของเมืองกาญจน์ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Mobius Studio – design creator Kaew Boutique ตั้งอยู่ผืนที่ดินกว้างโอบล้อมด้วยขุนเขา ติดกับถนนเส้นหลักก่อนขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) โดย Mobius Studio – design creator ได้ออกแบบอาคาร ‘ทรงไข่ดาว’ ที่ล้อมรอบพื้นที่ว่างตรงกลางไว้ เกิดเป็นสถาปัตยกรรมวงกลมขนาดใหญ่โดดเด่นจากอาคารทรงเหลี่ยมรอบข้าง ในขณะเดียวกันสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับพื้นที่ ข้อดีของการออกแบบอาคารวงกลม ทำให้ได้ใช้ประโยชน์เต็มผืนที่ดินในงบก่อสร้างที่ลดลงเหลือเพียงส่วนที่โอบล้อมคอร์ตกลมตรงกลางซึ่งเป็นราวกับไข่แดงของพื้นที่ เชื่อมต่อโซนต่าง ๆ ที่หันเข้าหากัน และยังเป็นพื้นที่รองรับแขกที่พาเหล่าน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงให้มาใช้เวลา เกิดเป็นคอมมูนิตี้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันได้ การเดินอ้อมคอร์ตยาร์ดทรงกลมไล่ลำดับไปถึงตัวอาคาร ยังช่วยเปลี่ยนผ่านเวลาและอารมณ์ให้ช้าลง โดยมีระแนงปีกซ้าย-ขวากั้นกรองฝุ่นและความวุ่นวายภายนอกออกจากให้ผู้มาเยือน เส้นสายของอาคารเน้นลื่นไหลล้อไปกับทิวเขา โดยลากเส้นจากต้นโพธิ์ใหญ่พุ่งสู่เขาด้านหน้า ตั้งเป็นเส้นแกนทางเข้านำสายตาให้อาคาร สร้างวิวธรรมชาติเต็มตาให้แขกผู้มาเยือ เส้นสายของอาคารกำหนดให้มีความโค้งมนและองศาที่สโลปขึ้นลงลื่นไหลเหมือน ‘แนวทิวเขา’ ที่ขนาบอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังโครงการ […]

Ronin Bar เปลี่ยนบ้านเก่ากลางพัทยา สู่บาร์ร่วมสมัยแฝงเรื่องราวซามูไรญี่ปุ่น

Ronin Bar เกิดจากการเปลี่ยนบ้านเก่าจากยุค 70s กลางพัทยา สู่บาร์ร่วมสมัยที่ตีความจิตวิญญาณซามูไรยุคผลัดใบของญี่ปุ่น ผ่านการดีไซน์สเปซและสัจวัสดุที่พร้อมเปลี่ยนทุกย่างก้าวให้เป็นประสบการณ์พิเศษ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: STUDIO…NUTTO บาร์เครื่องดื่ม Ronin Bar ใจกลางพัทยารีโนเวตโดย STUDIO…NUTTO กับการนำแนวคิดมาจากซามูไรญี่ปุ่นยุคเอโดะซึ่งเป็นยุคทองของญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศทำให้ซามูไรต้องวางดาบ และปรับตัวเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ นำมาสู่การเลือกใช้ชื่อว่า “โรนิน” หมายว่า ซามูไร หรือนักรบไร้สังกัด อันสื่อถึงความอิสระและการฉีกออกจากขนบเดิมๆ จากความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเช่นนี้ นั่นจึงเป็นโจทย์ที่ทำให้เจ้าของโครงการเลือกนำมาสื่อสาร โดยมีนักออกแบบมาช่วยตีความและถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งด้วยงานไม้และธรรมชาติที่สงบนิ่งแบบญี่ปุ่น แทรกภาพการฉีกกรอบอย่างมีชั้นเชิงลงในงานคอนกรีตที่เขร่งขรึม อันตีความได้ถึงกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคบรูทัลลิสม์ เป็นการบาลานซ์ระหว่างความสุขุมแต่ยังสนุกได้อย่างลงตัว เรียงลำดับการเข้าถึงเพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษ ลำดับการเดินเข้าสู่ Ronin Bar ได้รับการจัดวางจังหวะสายตาอย่างมีชั้นเชิงผ่านพื้นที่ 3 ช่วงอารมณ์ ที่จงใจเล่นซ่อนแอบกับความรู้สึกของผู้มาเยือน เริ่มต้นจุดแรก ตั้งแต่ทางเข้าที่ออกแบบให้ค่อย ๆ ปรับอารมณ์จากบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสู่ความร่วมสมัย ผ่านแรงบันดาลใจจากช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคเอโดะสู่ยุคเมจิที่เริ่มเปิดรับอิทธิพลตะวันตก สะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุอย่าง ไม้เผาผิว ถ่านหินธรรมชาติ ผสานเข้ากับผนังคอนกรีต กระจกลอน พร้อมสวนญี่ปุ่นร่วมสมัยอันสงบนิ่งก่อนที่สเปซจะถูกบีบให้แคบลงเพื่อตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง และทันทีที่พ้นจุดบีบสายตา สเปซจะค่อย ๆ เปิดออกให้เห็นบาร์เครื่องดื่มและพื้นที่นั่งภายในอาคาร มีสวนคอนกรีตสไตล์บรูทัลลิสม์ ที่เล่นระดับสายตาขึ้นไปอย่างเป็นเลเยอร์อยู่บริเวณเอาต์ดอร์ ที่สามารถมองทะลุออกไปผ่านหน้าต่างกระจกใส เปลี่ยนความลึกลับให้กลายเป็นความตื่นตาตื่นใจ […]

Downtown by frans ถอดบริบทเมืองสู่ร้านอาหารสะดุดตากับผนังบล็อกคอนกรีต

Downtown by frans ร้านอาหารและคาเฟ่ในศูนย์การค้า Dusit Central Park ที่ดึงบรรยากาศความเป็นเมืองของกรุงเทพฯ เข้ามาสู่งานตกแต่ง สะท้อนผ่านจังหวะของการจัดเรียงบล็อกคอนกรีตบนผนังอาคาร DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: PHTAA Living Design ที่นี่คือร้านอาหารและคาเฟ่ แบรนด์ใหม่ในเครือ Fran’s จาก iBerry Group ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้า Dusit Central Park ออกแบบโดย PHTAA Living Design ที่เมื่อเดินเข้าภายในห้างจากฝั่งถนนสีลม จะสะดุดตากับการตกแต่งหน้าร้านในทันทีด้วยวัสดุบล็อกคอนกรีตช่องลมสีเทาที่เรียงรายอยู่เต็มผนัง ร้าน Downtown By Fran’s ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง ซึ่งใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่กลุ่มที่มาออกกำลังกายในสวนเติมพลังในยามเช้า พนักงานออฟฟิศที่มองหาอาหารและกาแฟในช่วงสาย รวมถึงคนเลิกงานมองหาบาร์และพื้นที่แฮ้งเอาต์ในช่วงค่ำ ที่นี่ จึงตกแต่งเพื่อสะท้อนความเป็นเมืองกรุงเทพโดยผสมผสานความดิบเท่ของบล็อกคอนกรีตหน้าร้าน เข้ากับความอบอุ่นเป็นกันเองของงานไม้ และเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดดีเอ็นเอความเป็นเมืองผ่านผนังบล็อกช่องลมคอนกรีต จากชื่อร้าน Downtown ที่มีความหมายว่า เมือง ซึ่งได้อิงไปกับบริบทที่ตั้ง ทีมผู้ออกแบบได้นำเอาความเป็นเมืองของกรุงเทพ เช่น ทางเท้าคอนกรีตที่มีเอกลักษณ์ นำมาตีความผ่านการใช้วัสดุที่มีความความดิบอย่าง […]

Inthanin 3H คาเฟ่หาดใหญ่ กับคอนเซ็ปต์ยกเกาะยอสู่อาคารดีไซน์ล้ำ

Inthanin 3H คาเฟ่หาดใหญ่ กับคอนเซ็ปต์ยกเกาะยอสู่รูปทรงอาคารดีไซน์ล้ำ ออกแบบโดยใช้แผ่นพอลิคาร์บอเนต เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เปิดรับมุมมองสีเขียวจากป่ายางพาราที่อยู่ใกล้เคียง DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Ilikedesignstudio ร้านกาแฟ Inthanin 3H ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันริมถนนลพบุรีราเมศวร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แห่งนี้ มีความน่าสนใจด้วยการดีไซน์อาคารให้สะกดตาจากวัสดุโปร่งแสงเป็นแผ่นพอลิคาร์บอเนต โดยได้ทีมนักออกแบบจาก Ilikedesignstudio ให้ร้านกาแฟในเครือ Inthanin มีความแตกต่างจากร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันทั่วไป ตีความเสน่ห์เกาะยอสู่สถาปัตยกรรม ตัวร้านตั้งอยู่ปลายสุดที่ดินของปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ติดกับป่ายางพาราเขียวชอุ่ม จึงเป็นโจทย์ท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้ดีไซน์ตะโกนออกมาเพื่อดึงความสนใจให้ลูกค้าอยากเข้ามา นำมาสู่การเสนอแนวคิดที่ดึงบริบทแหล่งท่องเที่ยวของเมืองสงขลาอย่าง “เกาะยอ” สื่อสารผ่านรูปทรงอาคารจำนวน 3 หลัง ที่ขนาดลดหลั่นกันเหมือนภูเขา อีกนัยหนึ่งยังดูคล้ายอุปกรณ์ประมงพื้นบ้านตั้งตระหง่าน โดยมีสระน้ำด้านหน้าทำหน้าที่เปลี่ยนผ่านความรู้สึกระหว่างพื้นที่ของปั๊มน้ำมันกับร้านกาแฟเสริมให้อาคารดูโดดเด่น เล่าเรื่องราวประมงพื้นบ้านผ่านแสงและเงา อาคาร 3 หลัง ที่มีขนาดลดหลั่นกัน ใช้โครงสร้างเหล็กหุ้มด้วยแผ่นโปร่งแสงหรือแผ่นพอลิคาร์บอเนต ด้วยการนำมาตัดเรียงต่อกันทีละแผ่นเป็นชั้น ๆ อย่างประณีต โดยยอมให้แสงลอดผ่านเข้ามาในอาคารทำให้เกิดการหักเหของแสงและเงาตามแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ด้านบนอาคารทำช่องแสงสกายไลท์ให้แสงเข้ามาได้ในตอนกลางวัน ทั้งยังดูเรืองแสงในตอนกลางคืนเหมือนไฟจากเรือประมง มีทางเดินหรือสะพานเล็ก ๆ ข้ามผืนน้ำ ยามกลางคืนสระน้ำหน้าอาคาร ทำหน้าที่สะท้อนเงาก่อนเข้าสู่ตัวร้าน เป็นเสมือนการจำลองภาพแสงไฟจากเรือประมง และผืนน้ำของทะเลสาบสงขลา เปิดรับธรรมชาติปิดหนีความวุ่นวาย นอกจากอาคารหลักตรงกลางซึ่งเป็นที่ตั้งของเคาน์เตอร์บาร์ […]

Papaya Pickleball Club สนามพิกเคิลบอลสีส้มสดใสดีไซน์สนุกตอบโจทย์กีฬาสุดฮิต

สัมผัสประสบการณ์เล่นพิกเคิลบอลเทรนด์กีฬาฮิต กับสนามในร่มติดแอร์สีส้มสดใส ที่เปลี่ยนความท้าทายจากสนามฟุตบอลเก่าสู่สนาม Papaya Pickleball Club ในย่านพัฒนาการ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: KANITarchitects เมื่อกีฬาพิกเคิลบอลต้องเล่นได้ทั้งวัน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนของกรุงเทพฯ เราจะออกแบบพื้นที่อย่างไรให้ทุกคนได้มาเอ็นจอย โดยยังคงความรู้สึกถึงกีฬากลางแจ้งซึ่งเป็นเสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้? จากโจทย์นี้ KANITarchitects จะพาทุกคนไปสัมผัสพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบให้เอาชนะปัญหาด้านสภาพอากาศ ด้วยการรีโนเวตอาคารสนามฟุตบอลเก่าให้กลายเป็นคอร์ตพิกเคิลบอล 6 คอร์ต พร้อมพื้นที่ Café,Pro Shop, Private Ice Bath, ห้องพื้นที่เก็บของและงานระบบอาคาร มีหัวใจสำคัญคือการสร้างบรรยากาศของความเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีทั้งความสดใสสื่อถึงพลังงานและความกระปรี้กระเปร่า เปลี่ยนความท้าทายจากสนามฟุตบอลเก่าสู่สนามพิกเคิลบอล จากสนามฟุตบอลเดิมที่เป็นอาคารชั้นเดียวมีอาคาร 2 ส่วน คืออาคารสนามฟุตบอล และอาคารห้องพัก พื้นที่สนามฟุตบอลอยู่ใต้หลังคาโครง Truss Wide Span ภายในเปิดโล่งและล้อมด้วยตาข่าย ส่วนอาคารห้องพักเดิมมีลักษณะเป็นอาคารขนาดที่เล็กกว่า โดยอยู่ด้านข้างของสนามฟุตบอล มีพื้นทางเดินหน้าอาคารยกระดับสูงจากพื้นสนามฟุตบอลเล็กน้อย และถูกแบ่งออกจากกันด้วยตาข่ายขนาดใหญ่ นำมาสู่ขั้นตอนการรีโนเวตใหม่ให้ที่นี่เปลี่ยนเป็นสนามพิกเคิลบอล พร้อมพื้นที่คลับเฮ้าส์ที่มีคาเฟ่ใช้งานสบาย อาคารใหม่จะต้องรับมือกับความร้อนและแดดแรงทั้งวัน บริเวณคอร์ตตาข่ายเดิมจึงต้องปิดล้อมด้วยผนังก่ออิฐระดับล่างจากพื้นสูง 3.80 เมตร และผนังเหล็กพร้อมฉนวนกันความร้อนระดับบน ซ้อนทับด้วยหลังคาใหม่พร้อมฉนวนกันความร้อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม โดยได้รับการคำนวณค่าความสว่างที่เหมาะสมกับการเล่นพิกเคิลบอลในระดับแข่งขันด้วย Pickleball  คือกีฬาที่เป็นการผสมผสานระหว่างกีฬาเทนนิส […]

The Communes ดึงศักยภาพเมทัลชีท สู่คาเฟ่ดีไซน์รูปทรงเนินเขา

เจ้าของ: คุณเมธพร ทุกูลพาณิชย์ ออกแบบ: RAD Studios ภาพ: นันทิยา บุษบงค์ Material: COLORBOND® steel สี Burnt Almond ลอน LYSAGHT® SELECT SEAM™ ในยุคที่คอมมูนิตี้สเปซไม่ได้แข่งกันที่รสชาติอาหารหรือเครื่องดื่มเท่านั้น แต่การ “สร้างตัวตน” ที่แตกต่าง กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง จากโจทย์นี้ The Communes นครปฐม จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการสร้าง Iconic Architecture นำโดยคุณปูน-ปวัน ฤทธิพงศ์ Design Director แห่ง RAD Studios ซึ่งผสมผสานการออกแบบอันโดดเด่นเข้ากับบริบทเงียบสงบของทุ่งนา เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้เป็นดีไซน์ที่สร้างได้จริง กลายมาเป็นสถาปัตยกรรมรูปทรงแปลกตา ราวกับเนินเขาสลับซับซ้อนที่กลมกลืนไปกับทิวทัศน์งดงามของธรรมชาติ เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของผู้คนในรูปแบบ All Day Dining ที่รวมเอาทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร คอมมูนิตี้สเปซ และพื้นที่รองรับการจัดเวิร์กช็อปเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว  เมื่ออาคารงอกออกมาจากผืนดิน The Communes เริ่มต้นจากความฝันของครอบครัวของคุณกรีน-เมธพร ทุกูลพาณิชย์ […]

The Baptist พื้นที่มิกซ์ยูสย่านพญาไท เด่นด้วยแนวคิดพลิกแพลงวัสดุ

The Baptist รีโนเวตศูนย์นักเรียนแบ๊บติสต์ใจกลางกรุงเทพฯ เปลี่ยนด้านหน้าอาคารที่เคยปิดทึบ ให้โปร่งเปิดรับผู้คนด้วยวัสดุบล็อกแก้ว DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: PHTAA Living Design The Baptist เป็นโครงการรีโนเวตปรับปรุงอาคารศูนย์นักเรียนแบ๊บติสต์ หรือ Baptist Student Center เพื่อให้เป็นพื้นที่มิกซ์ยูสตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณสี่แยกพญาไท เดิมที่นี่เป็นอาคารพาณิชย์อเนกประสงค์ขนาด 5 ชั้น มีโบสถ์คริสต์อยู่ชั้นบน แต่เนื่องจากรูปแบบการใช้งานเดิมค่อนข้างปิดทึบ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับบริบทของเมืองได้ จึงเป็นเหตุผลให้เกิดการปรับปรุงอาคารใหม่ เพื่อเปิดรับมุมมองที่เปิดออกสู่ถนนพญาไท และถนนศรีอยุธยา ผ่านการออกแบบฟาซาด และพื้นที่ระเบียง ช่วยสร้างความโปร่งและการมองเห็นจากภายนอก ทำให้กิจกรรมภายในสามารถสื่อสารกับผู้คนในเมืองได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น การรีโนเวตที่เริ่มจากข้อจำกัดของพื้นที่ โปรเจ็กต์รีโนเวตอาคารเริ่มต้นจากโจทย์หลักที่ต้องการแก้ไขข้อจำกัดของอาคารเดิมโดยเฉพาะพื้นที่ชั้นล่างที่มีลักษณะปิด ไม่ดึงดูดการใช้งานเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันภายในอาคารก็ขาดการระบายอากาศการออกแบบใหม่จึงเน้นเปิดพื้นที่ให้มีความโปร่ง เพื่อเชื่อมต่อกับภายนอก และจัดระเบียบงานระบบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน ภายในจัดสรรพื้นที่ใช้งานที่หลากหลาย อาคารฝั่งซ้ายใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับให้เช่า กำหนกให้อยูในชั้น 1-3 พร้อมห้องประชุมที่ชั้น 4 และคงฟังก์ชันโบสถ์เดิมไว้ที่ชั้นบนสุด ส่วนอาคารฝั่งขวามือ ชั้น 1 ใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์และห้องพักสำหรับให้เช่าที่ชั้น 2 เปลี่ยนประสบการณ์พื้นที่ด้วยการพลิกแพลงวัสดุ “บล็อกแก้ว” นับเป็นเครื่องมือหลักในการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ และทำการทดลองวัสดุด้วยการใช้บล็อกแก้วแบบครึ่งชิ้น […]

Archie Cafe คาเฟ่นนทบุรี ใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยวัสดุ “ดินอัด”

“ดินอัด” จัดเป็นวัสดุที่สะท้อนถึงธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง จึงได้รับการนำมาใช้ในการออกแบบคาเฟ่ในพื้นที่สวนเก่าแก่ ตอบโจทย์เจ้าของโครงการ ที่อยากเปลี่ยนที่ดินสวนรกร้างให้กลายเป็นคาเฟ่กลางพื้นที่สีเขียว ชวนทุกคนมาหลบหนีความวุ่นวายของเมืองภายนอก DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: IN10 Interior Design เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติอย่างแท้จริง แนวคิดการใช้วัสดุที่สื่อถึงธรรมชาติและความยั่งยืนอย่าง “ดินอัด” ได้กลายเป็นวัสดุหลักของโครงสร้างอาคาร ด้วยการเลือกออกแบบเป็นรูปทรงฟรีฟอร์ม สะท้อนเลเยอร์ของชั้นดินที่มีลักษณะของการทับถมเป็นชั้น ๆ โค้งมน มีจังหวะที่กำหนดไม่ได้และมีความแรนดอมกึ่ง ๆ ไม่ตั้งใจ การใช้ดินอัดได้รับการใช้งานในส่วนที่สำคัญที่สุด อาทิ ผนังด้านหน้า และเปลือกอาคาร เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น เท็กซ์เจอร์ของดินอัดจะสร้างมิติของแสงและเงาที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแสงอาทิตย์ ทำให้ตัวอาคารโดดเด่นขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการตกแต่งอย่างอื่นมากนัก ส่วนพื้นที่ภายในได้ช้งานสีเท็กซ์เจอร์เลียนแบบลวดลายและโทนสีของดินอัดแทนสี เพื่อให้บรรยากาศมีความต่อเนื่องกันตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน โดยตั้งใจให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในถ้ำที่สงบและตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก การออกแบบเน้นสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านการเปลี่ยนผ่านของสเปซ จากความวุ่นวายภายนอกเข้าสู่ความสงบภายใน โดยทางเข้ามีพื้นที่แคบคล้ายถูกบีบ รู้สึกถึงความทึบและความสงบ จำลองบรรยากาศเหมือนกำลังอยู่ใน “ถ้ำ” ใต้ดิน ก่อนจะระเบิดสเปซเข้าสู่พื้นที่เคาน์เตอร์บาร์และที่นั่งที่เปิดมุมมองสู่สนามหญ้าสีเขียวผ่านผนังกระจกใสตลอดแนวอาคาร ราวกับเดินออกจากถ้ำเพื่อมาเจอความสดชื่นของธรรมชาติภายนอก บรรยากาศด้านในคาเฟ่มีสีสันสดใสกว่าสีของกำแพงดินอัดด้านหน้าที่เป็นโทนสีธรรมชาติ รูปทรงฟรีฟอร์มไม่ได้อยู่แค่เปลือกอาคาร แต่ส่งต่อเข้ามาถึงภายใน ทั้งในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้ไหลไปตามแนวชั้นดิน รวมถึงเสาโครงสร้างที่พอกผิวเป็นเลเยอร์โค้งมน เห็นความต่อเนื่องของเส้นโค้งและชั้นดินที่ล้อไปกับงานสถาปัตยกรรมภายนอก ทำให้พื้นที่ทั้งสองส่วนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายในเน้นโทนสีเลียนแบบเฉดสีของชั้นดินและแร่ธาตุต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ด้วยการไล่เฉดสีเป็นสเต็ปตามชั้นดินและมีรูปทรงที่ไหลล้อไปกับผนัง โดยแนวคิดนี้ได้ส่งต่อไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ เช่น […]