ANNUN แลนด์มาร์กใหม่ในอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมคอนกรีตขนาดใหญ่ริมเหมืองทรายเก่า ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศชิลชวนพักผ่อน
DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: POAR
จากสถานที่ตั้งที่อยู่ริมบึงน้ำ ล้อมรอบด้วยโคกดินสูง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเนินสำหรับกั้นละอองทรายในเหมืองทรายเก่าไม่ให้ปลิว พร้อมมุมมองทางสายตาที่โล่งกว้างรับกับบรรยากาศน่าพักผ่อน จากทำเลที่มีเรื่องราวที่ไม่ธรรมดานี้ ผู้ออกแบบจาก POAR จึงตีความและขอนำเสนอผ่านรูปแบบสถาปัตยกรรมที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับภูมิทัศน์และธรรมชาติอย่างแท้จริง ณ สถานที่ตั้งที่เรียกว่าว่าหาได้ยากอย่างที่นี่




สถาปัตยกรรมสอดรับกับบริบท
จากการลงพื้นที่ก่อนออกแบบ สถาปนิกมองว่าตัวอาคารควรแทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับแนวโคกดิน ซึ่งเป็นบริบทเดิมของที่ตั้ง และตั้งใจทำอาคารที่ไม่ติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ผู้ที่มาใช้งานได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแสงแดดและสายลมที่พัดเข้าสู่อาคาร นำมาสู่การวางแนวทางออกแบบ นั่นคือการวางตัวอาคารติดกับถนนทางเข้า และหันหน้าออกไปสู่บึงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโล่งเพื่อรับวิวน้ำแบบพานอรามา




สัมผัสธรรมชาติผ่านอาคารโอเพ่นแอร์
สถาปนิกออกแบบอาคารหลักของร้านอาหารโดยไม่ติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ตัวสถาปัตยกรรมได้ทำหน้าที่เปลี่ยนความคิดของผู้คนต่อภูมิอากาศแบบไทยที่มักคิดว่าเวลาไปคาเฟ่ต้องอยู่ในห้องเย็น ๆ ดังนั้น อาคารหลังนี้จึงออกแบบให้เป็นอาคารเป็นแบบโอเพ่นแอร์ โดยใช้โครงสร้างคอนกรีตหล่อบังเป็นร่มเงา และตั้งใจไม่หลบแดด ลม ฝน เพื่อเปิดอาคารให้สัมผัสบริบทธรรมชาติได้เต็มที่ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ของพื้นที่แห่งนี้จริง ๆ อย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเลือกออกแบบร้านแบบโอเพ่นแอร์แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการคำนึงให้อาคารสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกที่สบายมากที่สุด ด้วยการจัดวางทิศทางอาคารโดยหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นมุมที่ไม่โดนแดดไม่ช่วงบ่าย และยังเป็นมุมที่เห็นวิวบึงน้ำได้ชัดเจน แล้ววางพื้นที่นั่งรับประทานอาหารให้อยู่ในสเปซที่คล้ายกับใต้ถุนยกสูงขึ้น 3 เมตร เปิดโปร่งให้ลมทะลุผ่านจากบึงน้ำไปยังฝั่งทางเข้า ทำให้ได้สัมผัสกับลมธรรมชาติขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายใน





รับรู้ปรากฎการณ์แสงและเงาผ่านช่องแสงสกายไลท์
เมื่อการตั้งอยู่ท่ามกลางที่โล่งแจ้งท้าแดดและลมฝน สถาปนิกจึงเลือกวัสดุที่ต้องทนทาน มีอายุยาวนาน จึงเลือกใช้คอนกรีตมาหล่อเป็นโครงสร้างหลักทั้งหลัง ทำให้อาคารมีอายุยืนยาวตราบเท่าอายุของตัววัสดุ โดยมีจุดไฮไลต์ที่สร้างประสบการณ์พิเศษมากที่สุดของร้าน อยู่ที่ฝ้าเพดานช่องแสงทรงกรวย จำนวน 22 ช่อง เปิดเป็นช่องนำแสงธรรมชาติลงมาสู่ร้านในเวลากลางวัน แต่ละช่องขนาดและองศาต่างกัน เพื่อทำมุมรับแสงแดดที่ต่างกัน ซึ่งจะทำให้พื้นที่ภายในได้รับรูปทรงของแสงและเงาที่แตกต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา ทำให้เกิดมูฟเมนต์ที่น่าสนใจภายในร้าน
นอกจากภายในแล้ว ด้านบนของอาคารยังมีอีกหนึ่งมุมไฮไลต์ นั่นคือสวนดาดฟ้า เป็นสนามหญ้าที่สามารถเดินขึ้นไปเดินเล่น นั่งพักผ่อน ชมวิวบึงน้ำมุมสูงได้ โดยตัวสนามหญ้านี้ยังทำหน้าที่ช่วยลดความร้อนให้พื้นที่ร้านด้านล่าง และในด้านภาพลักษณ์ภายนอกก็ทำให้อาคารทั้งหลังกลมกลืนกับภูมิประเทศที่เป็นเนินโคกดินล้อมรอบบึงน้ำใหญ่ด้วย






คอนกรีตหล่อดิบกร้าวแต่ยืดหยุ่นในงานออกแบบ
การเลือกใช้คอนกรีต นอกจากข้อดีด้านความคงทนแล้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญคือเป็นวัสดุที่สามารถขึ้นรูปได้อิสระไปตามแม่แบบ เนื่องจากเป็นการนำของเหลวมาหล่อขึ้นรูปให้กลายเป็นของแข็ง จึงสามารถรังสรรค์รูปทรงพิเศษขึ้นมาได้มากกว่าการใช้วัสดุที่ผลิตมาสำเร็จแล้ว การขึ้นรูปทรงได้อิสระนั้น ทำให้อาคารเกิดรูปทรงที่น่าสนใจ กลายเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับร้าน
อย่างที่ร้านนี้ได้ใช้แม่แบบแผ่นเหล็กมาขึ้นรูปทรงให้เป็นทรงกรวยที่ช่องแสงจากหลังคา จนได้กลายเป็นอีกหนึ่งมุมพิเศษที่ชวนให้มารับประสบการณ์ด้วยตัวเอง ประกอบกับการเปิดเผยให้เห็นผิวสัมผัสแท้จริงของคอนกรีตโดยไม่ปกปิด หรือปรุงแต่ง ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความงามในความไม่สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติของตัววัสดุ เมื่อคอนกรีตทรงกรวยที่มีความดิบ ฉาบทาด้วยแสงแดดที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็สร้างภาพที่น่าจดจำ และเชื้อเชิญผู้คนให้เข้ามาอยู่ในสเปซแห่งนี้ และสร้างความแตกต่างให้ประสบการณ์การใช้งานพื้นที่ธุรกิจอย่างร้านอาหารได้เป็นอย่างดี
ที่ตั้ง
196 หมู่ 1 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
พิกัด https://maps.app.goo.gl/ZwBERATAWoCccqT87
เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ เปิดเวลา 10.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 09.30 – 20.00 น.
ออกแบบ: POAR
ออกแบบแสงสว่าง: LIGHT IS
เรื่อง: Natthawat Klaysuban
ภาพ: อภินัย ทรรศโนภาส
UNDER THE SUN คาเฟ่พัทยา กับอาคารสีแดงเล่นได้ รับวิวพระอาทิตย์ตกกลางทะเล
