Kunst Ayutthaya ตีความงานออกแบบดั้งเดิม สู่พื้นที่มิกซ์ยูส - room

Kunst Ayutthaya ตีความงานออกแบบดั้งเดิม สู่พื้นที่มิกซ์ยูส รวมคาเฟ่ สำนักงาน และที่พัก ไว้ในที่เดียว

Kunst Ayutthaya รีโนเวตบ้านเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ สำนักงาน และที่พัก ดึงดูดสายตาด้วยการนำองค์ประกอบจากสิ่งใกล้ตัวในอยุธยามาดีไซน์ใหม่ ตั้งอยู่บนถนนอู่ทอง ตอนใต้ของเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งเป็นย่านชุมชนใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาและโบราณสถานสำคัญ

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: BodinChapa Architects

ที่นี่เกิดขึ้นจากความต้องการอยากควบควมพื้นที่ธุรกิจแบบมิกซ์ยูสที่แสนสะดุดตา ผู้ออกแบบจึงเลือกรีโนเวตบ้านเก่าสองชั้น ด้วยแนวคิดที่อยากหยิบสิ่งใกล้ตัวที่คุ้นเคยมาออกแบบใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม จุดเด่นของ Kunst Ayutthaya คือการออกแบบพื้นที่ธุรกิจเป็น Mixed-Use ผสาน 3 ธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียว ประกอบด้วยคาเฟ่ Kunst Bake n’ Cof, สำนักงานสถาปนิก BodinChapa Architects และที่พัก Kunst Ayutthaya

รีโนเวตบ้านเก่าในเกาะเมืองอยุธยา สู่พื้นที่ Mixed-Use ชั้นล่างด้านหน้าสุดเป็นคาเฟ่ ถัดเข้าไปเป็นออฟฟิศ ชั้นบนเป็นที่พัก
ผนังภายนอกกรุกระเบื้องลอนโค้งปลายงอน ตีความจากวัสดุคุ้นตาในบ้านทรงไทยที่พบเห็นได้ทั่วไปในอยุธยา
ทางเข้าโรงแรมจากฝั่งด้านหลังอาคาร ก่อผนังอิฐเป็นรูปโค้งแล้วกรุด้วยกระเบื้องหลังคาลอนโค้งปลายงอน

โปรเจ็กต์นี้เริ่มต้นจากการมองหาพื้นที่สำหรับขยับขยายทำออฟฟิศใหม่ของ BodinChapa Architects จนมาพบกับอาคารเก่าสองชั้นปล่อยเช่าริมถนนอู่ทองในพื้นที่เกาะเมือง ซึ่งมีบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ นำมาสู่แนวคิดการออกแบบเพื่อให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่เพียงออฟฟิศ แต่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับแทรกฟังก์ชันอื่น ๆ ลงไปได้อีก ทางทีมสถาปนิกจึงร่วมกับสมาชิกในครอบครัวผู้เคยทำธุรกิจที่พักและร้านกาแฟมาก่อน ด้วยการรวมทั้งสองธุรกิจให้อยู่ในโปรเจ็กต์การทำออฟฟิศในคราวเดียว โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า อยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ให้ครอบครัวได้เดินหน้าเติบโตไปด้วยกัน

ที่มาของชื่อสถานที่ “Kunst”(คุ้นส์) เป็นภาษาเยอรมนีแปลว่า ศิลปะ พ้องกับคำว่า “คุ้น” ในภาษาไทย เพราะต้องการสื่อสารว่า ที่นี่เป็นการออกแบบพื้นที่ธุรกิจที่ทางทีมคุ้นเคยมาก่อน ทั้งยังสะท้อนความตั้งใจให้เห็นว่าเป็นพื้นที่เชื่อมโยงงานศิลปะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนอยุธยา

ด้านข้างมีต้นไม้ใหญ่เดิมอยู่ที่ริมถนน ซึ่งสถาปนิกชื่นชอบ เพราะช่วยสร้างร่มเงาและได้มีบรรยากาศสีเขียว 
ชั้นล่างอาคารใช้เป็นสำนักงานสถาปนิก BodinChapa Architects มีพื้นที่แสดงวัสดุท่ามกลางบรรยากาศดิบของโครงสร้างคอนกรีต
ทีมออกแบบ BodinChapa Architects

ตีความงานออกแบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยในอยุธยา

ในมุมมองของทีมออกแบบ มองว่าบุคลิกของแต่ละเมืองที่แตกต่างกันส่วนหนึ่งนั้นมาจาก“เส้นขอบฟ้า” หรือ Skyline ของแต่ละบริบท บางเมืองมีเส้นสูงต่ำของตึกระฟ้า บางเมืองเป็นเส้นของภูเขาและธรรมชาติ แต่สำหรับอยุธยาทีมสถาปนิกมองเห็นเส้นขอบฟ้าที่เรียบง่าย เป็นเส้นนอนทอดยาว สงบนิ่ง แต่กลับมียอดแหลมของหลังคาบ้านเรือนและวัดพุ่งขึ้นมาเป็นจังหวะเล็กใหญ่ต่างกัน สะท้อนภาพความเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิม

มุมมองนี้จึงเป็นจุดที่ทางทีมมองว่าน่าหยิบมาเล่าผ่านงานออกแบบและได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการเลือกเส้นสายของหลังคาทรงจั่วของบ้านทรงไทย ที่พบเห็นทั่วไปในย่านที่พักอาศัยของชาวอยุธยา มาตีความใหม่เป็นจังหวะและเส้นสายโค้งเพื่อสร้างความแตกต่าง

ภายในคาเฟ่เด่นด้วยฝ้ากรุจากกระเบื้องลอนโค้งจากสองฝั่งซ้ายและขวามาบรรจบกันกลางห้อง ตรงกลางซ่อนไฟสร้างมิติดูเด่นขึ้น ขนาบด้วยผนังอิฐเปลือยที่เพิ่มความอบอุ่น
ทางเข้าคาเฟ่โดดเด่นด้วยผนังกระเบื้องลอนโค้งสีเทาอ่อน และกรอบประตูไม้ที่เชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าสู่ด้านใน

พลิกแพลงวัสดุกระเบื้องลอนโค้งมุงหลังคาสู่งานดีไซน์ใหม่

จากการสังเกตองค์ประกอบหลังคาทรงจั่วบ้านทรงไทยที่พบเห็นได้ทั่วไปในอยุธยา ทำให้สถาปนิกเจอกับวัสดุมุงหลังคา คือกระเบื้องลอนโค้งปลายงอน ผลิตมาให้ใช้เป็นแผ่นมุงหลังคาจั่วแผ่นสุดท้าย ก่อนเชื่อมต่อกับชายคาที่ใช้มากในอาคารเรือนไทย โดยลักษณะโค้งงอนนี้มีฟังก์ชันช่วยกันแดดและทำให้ช่วยระบายน้ำฝนได้ นิยมใช้กับบ้านทรงไทยราว 30 – 40 ปีที่แล้ว

บ้านทรงไทยหลังคาจั่ว คือจุดตั้งต้นของไอเดียในการออกแบบ Kunst Ayutthaya

เมื่อเกิดคำถามว่า “กระเบื้องลอนโค้งปลายงอน” สามารถพลิกแพลงเป็นอะไรได้บ้าง จึงเป็นโจทย์เริ่มต้นสู่การทดลองนำวัสดุนี้มาทำเป็นต้นแบบ จนออกมาเป็นผนังตกแต่งภายนอกอาคารที่เกิดจากการนำแผ่นหลังคาโค้ง 2 แผ่นมาต่อกันคล้ายหลังคาจั่วที่ปลายแหลมเด้งออกมาจากผนัง ภายในคาเฟ่ทำการต่อแผ่นกระเบื้องที่ฝ้าเพดานให้เป็นฝ้าโค้ง กลายเป็นการนำวัสดุเดิมมาทดลองใหม่ไม่เหมือนใคร

นอกจากแผ่นกระเบื้องลอนโค้งปลายงอนแล้ว หลายส่วนของที่นี่ยังออกแบบให้วัสดุทุกอย่างที่ใช้เป็นโชว์เคสแสดงตัวอย่างวัสดุที่สถาปนิกใช้จริงในงานออกแบบเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็น อิฐ หรือไม้เก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการสื่อสารความเป็นอยุธยา ทั้งยังเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่น ตรงกับสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการสื่อสาร นั่นคือการนำวัสดุ หรือสิ่งของใกล้ตัวมาเล่าใหม่ผ่านองค์ประกอบงานดีไซน์ที่มีความสดใหม่และน่าสนใจมากขึ้น

ล็อบบี้ ออกแบบเคาน์เตอร์ไม้เล็ก ๆ เรียบง่าย โลโก้ออกแบบให้ยืดหยุ่น ใช้ตัว K เป็นสัญลักษณ์แทน “ความคุ้นเคย”
ทางเดินเข้าสู่ห้องพักแต่ละห้อง
ห้องพัก K02 Deluxe room ห้องพักเตียงเดี่ยว ตกแต่งเรียบง่ายด้วยวัสดุไม้เก่า และกระเบื้องดินเผาโทนสีน้ำตาลเข้ม
ห้องพัก K04 Deluxe room มองเห็นวิวต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง แทรกวัสดุไม้เข้าไปในพื้นที่ภายในให้ความรู้สึกอบอุ่น
ห้องพัก K01 Family room ห้อง 2 เตียง (มีเตียง king size 1 เตียง และ 3.5ฟุต 1 เตียง) สำหรับ 2-3 ท่าน บรรยากาศเน้นคราฟต์ด้วยกระเบื้องดินเผาสีเขียวสลับกับไม้เก่า
มุมมองจากระเบียงห้องพัก เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยผนังกรุด้วยไม้เก่า และต้นไม้ที่ขึ้นมาจากชั้นล่าง

ไอเดียพลิกตึกเก่าให้เกิดประสบการณ์ใหม่

ในเชิงการออกแบบตัวอาคารได้เลือกเก็บโครงของอาคารปูนสองชั้นเดิมไว้ แล้วค่อย ๆ ปรับฟังก์ชันภายในให้สอดรับกับวิถีชีวิตและการใช้งาน นำวัสดุใหม่เข้ามาผสานเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ โดยเริ่มปรับปรุงพื้นที่จากโรงจอดรถหน้าบ้าน ก่อนดัดแปลงให้กลายเป็นคาเฟ่ Kunst Bake n’ Cof หรือเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะเพื่อทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าที่มาเยือน

ชั้น 2 ในโซนที่พัก ออกแบบระแนงฟาซาดเป็นแพตเทิร์นสำหรับบังสายตา โดยใช้กระเบื้องดินเผา และไม้ดูความอบอุ่น

อาคารทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งชั้นล่างเป็นคาเฟ่ และสำนักงานสถาปนิก BodinChapa Architects โดยให้คาเฟ่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหน้าสุดเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือน ก่อนเข้ามาเจอกับจุดสำคัญที่ตั้งอยู่ถัดมา นั่นคือพื้นที่สีเขียว หรือ Green Area คั่นระหว่างคาเฟ่กับออฟฟิศ เปิดช่องว่างจากด้านบนให้แสงธรรมชาติส่องลงมากลางสวนเล็กๆ เป็นมุมพักสายตาของทั้งโซนคาเฟ่และออฟฟิศ

สำหรับพื้นที่ชั้นบนวางฟังก์ชันไว้เป็นห้องพัก 4 ห้อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวมากที่สุดในโครงการ แบ่งเป็น 3 ไทป์ ได้แก่ Family Room, Standard Room และ Deluxe Room ซึ่งมองเห็นวิวเมืองที่เป็นบ้านเรือนใกล้เคียง และสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่จริง ๆ เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัย

ทางเข้าคาเฟ่ของ Kunst Bake n’ Cof พื้นที่ส่วนแรกของโครงการ ตั้งอยู่ติดถนนบริเวณหัวมุม โดดเด่นด้วยผนังกระเบื้องลอนโค้งสีเทาอ่อน และกรอบประตูไม้ที่เชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าสู่ด้านใน
พื้นที่สีเขียว หรือ Green Area ที่คั่นระหว่างคาเฟ่และออฟฟิศ ซึ่งเปิดช่องว่างจากด้านบนให้แสงธรรมชาติ

ความเคลื่อนไหวของงานดีไซน์ในอยุธยา

ปัจจุบันงานออกแบบในอยุธยามีความเคลื่อนไหวมากขึ้น เห็นได้จากการรีโนเวตอาคารเก่าให้เป็นพื้นที่ธุรกิจที่ใช้งานดีไซน์เข้ามาเป็นเหมือนประตูบานแรกให้ผู้คนเข้ามาสัมผัส ไม่ใช่แค่ที่นี่แต่ธุรกิจอื่นในอยุธยาก็เริ่มใช้งานดีไซน์เข้ามาผสานกับธุรกิจ เมื่อแต่ละร้านใช้ดีไซน์ดึงดูดลูกค้าและพัฒนาศักยภาพของธุรกิจได้จริง ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ต่างพากันมองเห็นความสำคัญว่า งานออกแบบ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของตนเองได้ ยิ่งทำให้เกิดการขยับตัวให้เมืองสนุกมากขึ้น

จากการตีความของนักออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ที่มองเมืองเก่า อาจมีมุมมองต่อวัสดุที่แปลกใหม่พ้นออกจากกรอบเดิม โดยโปรเจ็กต์นี้ได้แสดงตัวอย่างของการมองวัสดุ หรือสิ่งของใกล้ตัว ที่สามารถพลิกแพลงสร้างความสดใหม่ให้กับงานดีไซน์อย่าง กระเบื้องลอนโค้งปลายงอน ฯลฯ อาจมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ หากเราสังเกตของใกล้ตัวที่มีอยู่ก็อาจนำมาดีไซน์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแปลกใหม่ให้กับพื้นที่ธุรกิจได้

ที่ตั้ง
10/18 ซอยวาทะประภา ถนนอู่ทอง ตำบลประตูชัย อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด https://maps.app.goo.gl/1omfokSnYjTA5uK37
สำรองที่พักได้ที่ Line Official : @kunstayutthaya
หรือ [email protected] โทร. 08-2692-6351

คาเฟ่ Kunst Bake n’ Cof เปิดวันพุธ – วันจันทร์ (ปิดวันอังคาร) เวลา 07.30 – 16.30 น. โทร. 08-9807-7355

เจ้าของ: คุณพิชชาภา โล่ห์ทอง, คุณบดินทร์ เมืองลือ, คุณวิชสนี เสถียรวิทย์, คุณพีรวัส โล่ห์ทอง , คุณศรัณย์พร สาระกูล
ออกแบบ: BodinChapa Architects

เรื่อง: Natthawat Klaysuban
ภาพ: นันทิยา บุษบงค์


Tarn Ayutthaya ร้านอาหารอยุธยา ปรับลุคแพอาหารให้เข้ากับยุค