Placemaking Thailand ผู้ใช้อีเวนต์สร้างย่านซบเซาให้มีชีวิตอีกครั้ง

Placemaking Thailand นักออกแบบชุมชนเมือง ผู้ใช้อีเวนต์สร้างย่านให้มีชีวิต

ใครจะเชื่อว่า “อีเวนต์” กิจกรรมชั่วคราวเพื่อการรวมตัวของผู้คน ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งจะสามารถกระตุ้นย่านที่เริ่มชะลอตัวให้ค่อย ๆ ขยับมามีชีวิต ปลุกศักยภาพใหม่ของผู้คนร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในย่านได้อีกครั้ง

Placemaking Thailand คือกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ที่จดจ่ออยู่กับเรื่องการพัฒนาเมืองมากกว่าสิ่งใด ผู้ได้ทดลองเปลี่ยนพื้นที่รกร้างในใจกลางย่าน “นางเลิ้ง” ย่านเก่าที่เคยครึกครื้นด้วยสถานบันเทิงและการค้าในกรุงเทพฯ แต่ซบเซาลงจากเมืองที่ขยับปรับเปลี่ยนไป ให้พลิกฟื้นกลับมามีชีวิตชีวา โดยยังคงอัตลักษณ์ในแบบของนางเลิ้งไว้ ด้วยกลไกการออกแบบและพัฒนาชุมชนเมืองที่ถูกสร้างสรรค์โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21

ผู้เปลี่ยน Space ให้เป็น Place ที่มีชีวิตชีวา

คุณหยก – ณลักษิกา เอื้อศรีวงศ์ คุณเกฟ – วิรากานต์ ระคำมา และคุณโก้ – กษิดิศ ข้ามสี่ สามผู้ก่อตั้ง Placemaking Thailand เครือข่ายนักพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกภายใต้ร่มเงาเดียวกันในชื่อว่า PlacemakingX โดยพวกเขาทั้งสามคนได้ผันตัวจากอดีตเพื่อนร่วมงานกันใน Urban Studies Lab ศูนย์วิจัยและผู้ให้คำปรึกษาเรื่องการพัฒนาชุมชนเมือง มาก่อตั้งสตูดิโอที่ใช้กระบวนการออกแบบในแนวทางที่เรียกว่า “Placemaking” อันหมายถึงการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในเมืองให้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนในชุมชนได้ใช้งานและเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยมีเครื่องมือสำคัญคือการจัด “อีเวนต์” เป็นโมเดลการจัด Pop-Up ตามสถานที่ต่าง ๆ ขึ้นชั่วคราว เพื่อเผยศักยภาพของย่านนั้น ๆ และนำไปสู่การสร้างการรับรู้ให้คนในชุมชนได้มองเห็นความเป็นไปได้ที่ตรงกันในระยาวต่อไป

“Placemaking เป็นกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม พัฒนาพื้นที่ว่างให้กลายเป็นสถานที่ โดยมีที่มาจากนิยามในงานออกแบบสถาปัตยกรรม การจะเปลี่ยน Space เป็น Place ได้ ต้องผ่านกระบวนการที่ทำให้ผู้คนที่นั่นเข้าใจพื้นที่ของตัวเอง ออกแบบร่วมกับเขา แล้วก็ทำให้พื้นที่นั้น ถูกคืนกลับสู่คนที่อยู่ในละแวก และดูแลโดยคนในละแวกนั้นจริง ๆ” พวกเขาเล่าถึงแนวคิดการทำงานของ Placemaking Thailand

แล้วทำไมต้องอีเวนต์เปลี่ยนเมือง? หากพูดถึงอีเวนต์โดยทั่วไปเราคงเข้าใจถึงหน้าที่ของอีเวนต์ในฐานะกิจกรรมชั่วคราวที่สร้างสรรค์มาเพื่อให้ผู้คนที่มีความสนใจเดียวกันได้มาทำบางสิ่งร่วมกัน ขณะที่อีเวนต์ในมุมของ Placemaking ไม่ผิวเผินแต่เพียงเท่านั้น แต่พวกเขาวางตำแหน่งสิ่งที่ทำให้เป็นดั่งสะพานเชื่อมนโยบายภาครัฐ พลังทางเศรษฐกิจของเอกชน และผู้คนในชุมชนเข้าหากัน โดยที่มีกึ๋นเป็นกระบวนการออกแบบ ที่เสริมมิติให้กิจกรรมชั่วคราวอย่างอีเวนต์สร้างผลลัพธ์ที่แข็งแรงมากขึ้น

โดยรูปแบบอีเวนต์ในนิยามของ Placemaking Thailand ที่ว่านี้ จะตั้งอยู่บนแนวคิด “ง่าย ไว คุ้ม (lighter, quicker, cheaper)” เพื่อใช้อีเวนต์เป็นกระบวนการทดลองที่ปรับเปลี่ยนง่าย ติดตั้งและรื้อถอนได้ไว และคุ้มค่ากับการลงทุน ก่อนเก็บและบันทึกสิ่งที่ได้ เพื่อให้สามารถขยายผลในระดับนโยบายเชิงโครงสร้างต่อไป และผลักดันให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว

อีเวนต์ที่ไม่ได้สร้างความบันเทิงแต่ผลักดันความเคลื่อนไหวให้ชุมชน

Placemaking Thailand ได้เลือกสถานที่สำหรับการจัดอีเวนต์ในครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ ณ โรงเรียนสตรีจุลนาค โรงเรียนในย่านนางเลิ้ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ที่ได้ยุติทำการไปเมื่อช่วงโควิด-19 ระบาด บนปัจจัยในแง่ศักยภาพของย่านที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากในอดีตที่เคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิง ศิลปะ และการค้าในสมัยรัชกาลที่ 4 จนการพัฒนาเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาแทนที่ อัตลักษณ์และวัฒนธรรมบางอย่างของย่านจึงกำลังถูกลืมเลือน ทิ้งเพียงร่องรอยความรุ่งเรืองอยู่ในสถานที่กิจกรรมเก่าแก่อย่างเช่น โรงหนัง สนามแข่งม้า และตลาดนางเลิ้ง

เมื่อล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน เหล่าคนรุ่นใหม่ก็ได้มีความพยายามที่จะรักษาเอกลักษณ์ของนางเลิ้งและทำให้ย่านสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงต่อไปได้ เห็นได้จากการเกิดขึ้นของพื้นที่ธุรกิจใหม่ ๆ หลากหลาย เช่น คาเฟ่ต่าง ๆ รวมไปถึง โรงเรียนร้างอย่างโรงเรียนสตรีจุลนาคเอง ที่ก็ได้กลายมาเป็นพื้นที่ทดลองงานออกแบบอีเวนต์ Placemaking Weekend 2025 ที่จัดไปเมื่อวันที่ 20 – 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ในคอนเซ็ปต์ “Place-Keeping” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะให้กับผู้คนในนางเลิ้งและคนทั่วไป ภายหลังจากที่งานเทศกาลหรืออีเวนต์จบลงไป

“หัวใจของ Placemaking คือการสร้าง Ownership หรือการสร้างความเป็นเจ้าของ ซึ่งสิ่งนี้ไม่อยู่ที่พวกเรา แต่จะส่งกลับไปที่ชุมชน เพราะว่าชุมชนจะเป็นคนที่รักษาพื้นที่นี้ต่อไปเพื่อให้ชุมชนเป็นคนดูแลสิ่งนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นธีม Place-Keeping ในปีนี้ด้วย” พวกเขากล่าว

กิจกรรมที่ออกแบบให้ปลั๊กอินไปกับย่าน

หัวใจสำคัญที่ช่วยสื่อสารคอนเซ็ปต์ Place-Keeping ให้กับคนในย่านนางเลิ้ง คือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของผ่านการจัดกิจกรรมที่ให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการใช้พื้นที่และหยิบทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาใช้สร้างความเคลื่อนไหวให้กับย่าน และเล่าเรื่องราวให้คนนอกได้รู้จักย่านนางเลิ้งมากยิ่งขึ้น โดยมีพาร์ทเนอร์หลาย ๆ กลุ่มมาช่วยสร้างอีเวนต์เล็ก ๆ นี้ให้ดึงดูดผู้คนวงกว้างได้รับรู้ กิจกรรมที่ว่ามีตั้งแต่

  • Kayak Tour & Talk (ร่วมกับ Pa Pi Pie พาไปพาย): พายเรือคายัคสำรวจพื้นที่ริมคลองและคลองจากป้อมมหากาฬ – ป้อมพระสุเมรุ
  • ใส่ลาย ป้ายสี (ร่วมกับมโนภาพ ดีไซน์สตูดิโอ): นิทรรศการเปลี่ยนป้ายที่แปะตามรั้วหรือตามบ้านที่มีคำสั่งแข็งกร้าว กลายเป็นคำที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์
  • สภากาแฟ: วงสนทนาแลกเปลี่ยนเรื่องเมืองในบรรยากาศคล้ายโรงเตี๊ยมในวันเก่า
  • Sunset Market (ร่วมกับแสงเช้า studio): ตลาดจำหน่ายงานคราฟต์โดยศิลปินรุ่นใหม่ที่ปะปนกับ POM(PRAB)MART แพลตฟอร์มสนับสนุนธุรกิจ SMEs และผลิตภัณฑ์ในชุมชนเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
  • ReGifted Santa Mission (ร่วมกับ Aahh! tect.lab): นิทรรศการ Interactive Play แทรกแนวคิดการจัดการขยะในเทศกาล
  • กิจกรรมฉายหนังกลางแปลงรำลึกถึงบรรยากาศของโรงหนังเก่าที่มีในย่านนางเลิ้ง

โดยโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาทั้งหมดนี้ ต่างก็เป็นสิ่งที่ถูกคิดให้คนในย่านสามารถเข้าร่วมได้ง่าย และสนับสนุนสิ่งที่มีแต่เดิมในย่านด้วย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ธุรกิจต่าง ๆ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทำมือ เพื่อตอบโจทย์การสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับย่านสำหรับการยืนหยัดด้วยตัวเอง

โมเดลทำงานกับย่านสื่อสารภาษาที่ชุมชนเข้าใจง่าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อลองเปรียบเทียบกับเทศกาลออกแบบต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในประเทศไทยจะเห็นได้ว่า Placemaking Weekend 2025 อาจจะเป็นอีเวนต์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วัน ทว่ากลไกการออกแบบ และการทดลองเพื่อสร้างความเข้าใจกับชุมชนร่วมกับหลากหลายกลุ่มพันธมิตรนี้ ก็ได้ถูกเก็บข้อมูลเป็นโมเดลการพัฒนาย่านหนึ่ง ๆ ต่อไป และก็ยังให้ผลลัพธ์ที่สะท้อนกลับมายังกลุ่ม Placemaking Thailand ได้อย่างประทับใจ คือ คนในย่านนางเลิ้งเองเริ่มมีความเข้าใจในจุดประสงค์ของวิธีการพัฒนาในแนวทาง Placemaking มากขึ้น และกระตือรือร้นที่จะร่วมสร้างกิจกรรมนี้ให้สมบูรณ์ไปด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น คนในชุมชนเมื่อได้เข้ามายังอีเวนต์ก็ได้มีส่วนในการดูแลต้นไม้ที่นำมาตกแต่งในพื้นที่ และเต็มใจที่จะนำสินค้าจากร้านของตัวเองมาวางจำหน่ายในงานอีกด้วย

“คนในชุมชนเขาเข้าใจมากขึ้น คนที่ทำงานกับเราเขาก็เข้าใจเร็วมากขึ้น และมีคนเห็นโอกาสจากสิ่งนี้เยอะขึ้น สิ่งที่น่าดีใจที่สุดคือ การที่คนเห็นโอกาสว่าสิ่งที่เราทำมันช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย ทั้งในเชิงรายได้และในเชิงปรับปรุงบรรยากาศของย่านที่เขารู้สึกว่าอยากจะมาร่วมสนุกกับเรา” พวกเขาเล่า

การที่ได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับนักออกแบบทั้งสามคนจาก Placemaking Thailand นอกจากจะเปิดมุมมองเรื่องการพัฒนาเมืองและย่านแล้ว สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือกลไกที่พวกเขาใช้สื่อสารกับผู้คนอย่าง “อีเวนต์สร้างสรรค์” ที่มีผลลัพธ์ทางตรงคือการปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างในย่านให้กลับมาถูกใช้ประโยชน์อีกครั้งโดยคนในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจในย่านผ่านตลาดเล็ก ๆ ในอีเวนต์ ขณะที่พวกเขาก็ยังคาดหวังไปถึงผลลัพธ์ทางอ้อม คือการเผยให้ภาครัฐและภาคเอกชนเห็นถึงการค่อย ๆ บรรจุสิ่งใหม่ ๆ เข้าไปในย่าน เพื่อค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจถึงการพัฒนาชุมชนเมืองในรูปแบบใหม่ ที่นักออกแบบอย่างพวกเขาสามารถจุดประกาย ไปจนถึงวางแนวทางให้ชุมชนค้นหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งเก่าและสิ่งใหม่ที่ค้นพบภายในย่านได้จริง

อ้างอิงข้อมูลจาก

  • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ของชุมชนนางเลิ้ง กรุงเทพมหานคร. ปัณฑารีย์ ชูตระกูล, กฤตพร ห้าวเจริญ
  • มูลนิธิเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (https://dharmasaktimontri.or.th/)

ที่ตั้ง
โรงเรียนสตรีจุลนาค เลขที่ 77 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
พิกัด https://maps.app.goo.gl/bXJBdHbgZjDya4v6A

ภาพ: ธนายุต วิลาทัน
เรื่อง: Kangsadan K.


Eyedropper Fill ดีไซน์สตูดิโอออกแบบประสบการณ์ที่พาหัวใจกลับบ้าน