บ้านชั้นเดียว หลังนี้ เป็นความพยายามสร้างพื้นที่สงบภายในเมืองอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเวียดนาม มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 90 ตารางเมตร แต่เต็มเปี่ยมด้วยแนวคิดที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจ โดยเฉพาะการออกแบบพื้นที่รอบรับวิถีชีวิตแบบมังสวิรัติและการปฏิบัติธรรม
ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองบิ่ญเซือง (Binh Duong) เวียดนามใต้ ซึ่งนับเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม และเป็นเขตเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการลงทุนต่างๆ เพราะมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ที่อยู่ทางตอนเหนือ ทำให้จังหวัดนี้มีการขยายตัวของเมือง จนหลายพื้นที่มีความเจริญไม่ต่างจากเมืองหลวง

โดยเฉพาะการขยายตัวของที่อยู่อาศัย ซึ่งมีรูปแบบเป็นตึกแถวเรียงรายและอัดแน่น แต่บ้าน “House in Binh Duong” ผลงานออกแบบโดย Tad.atelier หลังนี้ กลับพยายามสร้างพื้นที่แห่งความสงบท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้
ด้วยการผสมผสานพื้นที่ปลูกผักตามวิถีชีวิตการกินอยู่แบบมังสวิรัติของเจ้าของบ้าน รวมถึงพื้นที่ปฏิบัติธรรมและการเดินทางด้านจิตวิญญาณที่ภายใน เพื่อให้บ้านเป็นที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน



จากขนาดที่ดินที่จำกัดในลักษณะหน้าแคบและยาว อันเป็นเอกลักษณ์ของรูปแบบที่อยู่อาศัยในหลาย ๆ เมืองของเวียดนาม อีกทั้งที่ตั้งของบ้านยังอยู่บริเวณหัวมุมถนนของหมู่บ้าน ทำให้เป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะนักออกแบบต้องออกแบบพื้นที่พักอาศัยให้เพียงพอต่อการใช้งาน แถมยังต้องผสานพื้นที่สวน ธรรมชาติ และพื้นที่ว่างสำหรับปฏิบัติธรรมเข้าไปในอาคารด้วย
โดยสถาปนิกมีแนวทางการออกแบบบ้านให้มีขนาดกะทัดรัด มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันเพียง 90 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น รับประทานอาหาร และครัว รวมเป็นส่วนเดียวกันอยู่ฝั่งหนึ่ง แล้วมีห้องนอน 2 ห้อง แยกอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ส่วนชั้น 2 มีเพียงพื้นที่สำหรับปฏิบัติธรรมพร้อมสวนดาดฟ้า พื้นที่พักผ่อนและปลีกวิเวกอันเงียบสงบของผู้อาศัย


หัวใจสำคัญที่มอบคุณภาพการอยู่อาศัยและสุขภาวะที่ดีให้กับบ้านหลังนี้ คือสวนและพื้นที่ว่างที่แทรกอยู่รอบบ้าน แทนที่จะขยายขนาดของห้องให้เต็มที่ดินซึ่งมีขนาดจำกัด แต่เลือกบรรจุพื้นที่ว่างให้ห้องทุกห้องมีพื้นที่ของธรรมชาติแทรกอยู่ในทุก ๆ จังหวะการใช้ชีวิต ตั้งแต่ทางเข้าหน้าบ้านที่ผสานสวนต้อนรับอันร่มรื่นเข้ากับแปลงปลูกผักสวนครัว
นอกจากนั้นด้วยความที่เป็นบ้านแปลงหัวมุม จึงใช้ประโยชน์ของด้านที่ไม่ติดเพื่อนบ้าน ออกแบบทางเดินเล็ก ๆ ทอดยาวจากสวนหน้าบ้านไปยังสวนหลังบ้าน และทำทางเดินให้เป็นพื้นที่ปลูกผักริมรั้ว เชื่อมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านด้วยผนังบานเลื่อนกระจกที่เปิดออกได้จนสุด โดยสวนนี้จะกินพื้นที่ยาวไปถึงสวนครัวที่อยู่หลังบ้านด้วยเหมือนกัน


จากสวนภายนอกที่ล้อมรอบบ้าน ภายในพื้นที่กึ่งกลางบ้านยังแทรกด้วยสวนหย่อมขนาดเล็ก เป็นพื้นที่เดียวกับโถงบันไดสูงโปร่งที่ขึ้นไปสู่สกายไลท์ด้านบน โถงเล็ก ๆ นี้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งให้ทั้งห้องนั่งเล่น รวมถึงห้องนอนทั้งสองห้องที่ชั้นล่างซึ่งอยู่ในมุมปิดทึบ โดยช่องเปิดนี้ได้ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก สร้างการไหลเวียนของอากาศและนำแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน

อีกไฮไลต์สำคัญคือห้องปฏิบัติสมาธิบนชั้น 2 แยกไว้เป็นฟังก์ชั่นส่วนตัวของบ้าน พื้นที่นี้จะเป็นห้องโล่งพร้อมระเบียง มีการใช้งานที่ยืดหยุ่น เมื่อจะทำกิจกรรมด้านการดูแลจิตใจตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านก็สามารถพลิกแพลงพื้นที่ได้เลย
แนวคิดเชิงศาสนาและความเชื่อยังปรากฏในแนวคิดการเลือกใช้วัสดุหลักของบ้านอย่างการใช้อิฐบล็อกคอนกรีตกับบ้านทั้งหลังโดยไม่ฉาบปิดผิว อิฐบล็อกคอนกรีตนี้ถือเป็นวัสดุราคาถูก หาได้ง่ายในท้องถิ่น และช่างในท้องที่ก็คุ้นเคย เหนือไปกว่านั้นยังสะท้อนปรัชญาการปล่อยวาง ไม่ยึดติด หรือปรุงแต่ง เพียงพอต่อการโอบอุ้มชีวิตและสภาพแวดล้อมที่สงบ ลดรายละเอียดและขั้นตอนการก่อสร้างต่าง ๆ ที่หรูหราฟุ่มเฟือยทิ้งไป


บ้านขนาดกะทัดรัดไม่ถึง 100 ตารางเมตร นี้ จึงเป็นตัวอย่างของพื้นที่อยู่อาศัยขนาดเพียงน้อยนิด แต่เต็มเปี่ยมด้วยแนวคิดเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และแนวทางการฟื้นฟูจิตใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่รื่นรมย์เหมือนเป็นที่หลบภัยจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ที่เริ่มขยายตัว ด้วยงานดีไซน์ที่ไม่เพียงคำนึงถึงธรรมชาติและคุณภาพการใช้ชีวิตในเชิงกายภาพ แต่คำนึงถึงความสงบของจิตใจผู้อยู่อาศัยด้วยในเวลาเดียวกัน
เรื่อง: กรกฎา
ภาพ: Tad.atelier
เจ้าของ: Ms. Phú
ออกแบบ: Tad.atelier
พื้นที่ใช้สอย: 90 ตารางเมตร

“บ้านฮีลใจ Homes That Heal” หนังสือที่รวบรวมบ้าน 10 หลังทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน ที่เปี่ยมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งบ้านที่ใช้สวนเกษตรเสริมสุขภาวะกาย บ้านที่ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่งรับแสงและลม รองรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไปจนถึงบ้านที่ใช้ปรัชญาเชิงศาสนา พร้อมพื้นที่ปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาวะใจให้ผู้อยู่ เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลกายและใจของคนในยุคปัจจุบัน
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือ “บ้านฮีลใจ HOMES THAT HEAL” #เล่มใหม่ล่าสุด จาก room Books ได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์
https://www.naiin.com/product/detail/692438…
หรือ #Inbox สอบถามมาได้ที่ m.me/roomfan