ไฮไลต์ของงานสถาปนิกในทุกปี คือ Thematic Pavilion และในงานสถาปนิก’69 ปีนี้ เป็นอีกครั้งที่ไม่อยากให้คุณพลาด และ room ได้รวบรวมมาให้แล้ว!
นี่คือสถาปัตยกรรม Thematic Pavilion ไฮไลต์ในงานสถาปนิก’69 ที่ชวนตั้งคำถามกับโลกยุคใหม่ ผ่านการออกแบบที่ผสาน “สติ” และ “ปัญญา” เข้ากับเทคโนโลยีอย่างมีความหมาย ภายใต้ธีม “สติมา ปัญญาพร้อม(ท์) : SATI : WISDOM : PROMPT”

แนวคิด: TODA ARK
ออกแบบ: Supermachine Studio
ในยุคที่โลกเผชิญทั้งความผันผวนรอบด้าน และการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตการทำงาน รวมถึงการเข้ามามีบทบาทของ AI อย่างรวดเร็ว งานสถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงการออกแบบพื้นที่อีกต่อไป แต่มาถึงจุดที่กลายเป็นการตั้งหลัก และตั้งคำถามว่าเราจะอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร Thematic Pavilion ในปีนี้ จึงถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบที่มองลึกไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และบริบทของสังคม ผ่านการเลือกใช้วัสดุและการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การทำงาน และการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน
พาวิเลียนแต่ละแห่งได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนมุมมองและทิศทางของแต่ละแบรนด์ ท่ามกลางโจทย์เดียวกัน คือการสร้าง “ภูมิปัญญาใหม่” ที่ไม่เพียงตอบรับกับโลกที่เปลี่ยนไป แต่ยังตั้งอยู่บนความเข้าใจในคุณค่าของมนุษย์อย่างแท้จริง เพื่อชวนให้ทุกคนได้กลับมาตั้งหลัก และทบทวนคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของตัวเราเอง

ออกแบบ: Looklen Architects


และยังมีอีกหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Palette of Materials Pavilion พื้นที่ที่ถ่ายทอดไอเดีย และแรงบันดาลใจ ผ่าน Mood Board และชุดตัวอย่างวัสดุจริงหลากหลายประเภท จากกว่า 40 บริษัท ที่ถูกนำมาจัดเรียงอย่างสร้างสรรค์ ให้ผู้ชมได้สัมผัสอารมณ์ของการออกแบบ และเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของการเลือกใช้วัสดุในมุมมองของนักออกแบบ
room พาทุกท่านไปสำรวจ 8 Thematic Pavilion พร้อมโซน Palette of Materials Pavilion และนอกจากนี้ ยังมีบูธและโซนจัดแสดงที่น่าสนใจอีกมากมายภายในงาน ซึ่ง room ได้คัดสรรและไปสำรวจมาให้คุณแล้ว ให้คุณได้มาอัปเดตไอเดียและเทรนด์ใหม่แบบครบในงานเดียว
ร่วมสำรวจพาวิเลียนที่จะชวนคุณคิด ทบทวน และมองไปข้างหน้าอย่างมีสติ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของการใช้วัสดุและการออกแบบ ได้ที่งานสถาปนิก’69 วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

แนวคิด: The Tenth Light
ออกแบบ: HAA Studio
.
Inspired in Space เป็นแนวคิดการออกแบบที่ถ่ายทอดผ่านรูปทรงที่พริ้วไหว เสมือนเส้นสายของแสงท้องฟ้า สื่อถึงการเดินทางต่อเนื่องตลอด 10 ปีของแบรนด์ Watsadu niyom ออกแบบด้วยรูปทรงอิสระที่เชื่อมโยงเป็นเส้นเรื่องเดียวกันทั้งตัวพาวิเลียน เกิดเป็นพื้นที่ที่ยกระดับประสบการณ์ เปิดมุมมองใหม่ผ่านการใช้แสง เงา ที่ลอดผ่านแผ่นไม้สังเคราะห์ของแบรนด์ที่ตกแต่งรอบพาวิเลียน ซึ่งนอกเหนือไปจากความสวยงามของรูปทรงแล้ว การออกแบบยังคำนึงถึงการนำไม้ไปใช้ต่อ เป็นส่วนหนึ่งของโชว์รูมของทางแบรนด์ในอนาคตเพื่อลดการสร้างขยะ

แบรนด์: aluframe
แนวคิด: Unfold
ออกแบบ: Unknown Surface Studio
.
UNFOLD Pavilion เป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการสร้างสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่ใช้แล้วทิ้ง สู่การออกแบบในฐานะระบบหมุนเวียนทรัพยากร โดยสถาปนิกได้นำแรงบันดาลใจจากคลังอลูมิเนียมของ Aluframe มาคลี่ออกเป็นพื้นที่สาธารณะในรูปแบบโครงสร้างสามเหลี่ยมซ้อนชั้นที่ทั้งเป็นผนัง พื้นที่ใช้งาน และพื้นที่พักผ่อน พร้อมช่องแสงที่สร้างมิติแสงเงาที่เคลื่อนไหว ผสานระบบบานเลื่อนที่ผู้ใช้งานเปิด–ปิดได้จริง ทำให้สถาปัตยกรรมเปลี่ยนแปลงตามการใช้งาน ขณะเดียวกันโครงสร้างหลักถูกพัฒนาจากชั้นวางอุตสาหกรรมที่สามารถถอดกลับไปใช้ในโรงงานได้ ผิวอาคารและองค์ประกอบต่าง ๆ ใช้วัสดุเหลือใช้ ที่ถูกนำมาจัดเรียงใหม่

แบรนด์: Vanachai Group
แนวคิด: งอน พาวิลเลียน
ออกแบบ: Studio Tofu
.
พาวิลเลียนไม้ที่ถ่ายทอดความเป็นมิตร ผ่านรูปทรงโค้งงอจากพื้นสู่ผนัง ค่อยๆ ยกตัวเป็นพื้นที่นั่งไม้คล้ายอัฒจรรย์ สำหรับนั่งพัก และพบปะ สร้างบรรยากาศอบอุ่นแบบกันเอง โดยออกแบบเป็นโครงสร้างเหล็ก และวัสดุไม้ทั้งระบบ มุ่งเน้นการลดเศษให้มากที่สุด และนำส่วนที่เหลือไปผลิตต่อเป็นพลังงานชีวมวล สะท้อนความเชี่ยวชาญของ Woodsmith แบรนด์ไม้ของ Vanachai Group ที่เชี่ยวชาญงานไม้เป็นเวลาเกือบร้อยปี ซึ่งมุ่งสร้างวัสดุที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

แบรนด์: SCG
แนวคิด: The Delta Stack Pavilion
ออกแบบ: SaTa Na Architect
.
The Delta Stack Pavilion เป็นการตีความโจทย์ “Beyond Materials, Into Life” โดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจวัสดุ ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ การสัมผัส และการเข้าใจ
ในด้านของการสัมผัส ภายในพาวิเลียน ออกแบบให้เป็นเสมือนถ้ำ เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เข้าชมได้ นั่ง นอน พิง และสัมผัสวัสดุด้วยทุกส่วนของร่างกาย การรับรู้จึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ผ่านสายตา แต่ผ่านผิวสัมผัส น้ำหนัก อุณหภูมิ และความรู้สึก สถาปัตยกรรมจึงพาผู้ใช้งานกลับไปสู่ความสัมพันธ์พื้นฐานระหว่างมนุษย์กับวัสดุ
.
ในส่วนมุมของการเข้าใจ วัสดุของ SCG ได้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการประกอบอย่างมีระบบ จากการทำความเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุ เกิดเป็นโครงสร้างสามเหลี่ยมซ้อนชั้น หรือที่มีชื่อว่า Delta Stack โดยสถาปนิกได้เลือกใช้งานวัสดุจากคุณสมบัติของทั้งสองประเภท ได้แก่ หลังคาของ SCG ถูกวางเอียง 45 องศา ขณะที่วัสดุฟาซาด DECAAR ถูกจัดวางในแนว 90 องศา ประกอบกันเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม นำมาเรียงต่อกัน เกิดเป็นจังหวะที่สร้างมิติให้กับพื้นที่
.
เมื่อวัสดุได้รับการ “สัมผัส” และ “เข้าใจ” พื้นที่พาวิเลียนนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามา พักผ่อน รับรู้ และทำความเข้าใจตัววัสดุผ่านการใช้งาน

แบรนด์: BRT Intertech
แนวคิด: ปราณสถาน (Pranasathan)
ออกแบบ: Context Studio
.
ปราณสถาน พาวิเลียนที่พาผู้คนกลับมาอยู่กับลมหายใจ และอยู่กับปัจจุบัน ออกแบบพื้นที่สำหรับ “หยุด” ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งโรคระบาด ภัยพิบัติ สงคราม เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงจาก AI โดยมี “สติ” เป็นทางออกสำคัญในการรับมือ
แนวคิดออกแบบเริ่มจาก “ลมหายใจ” แปลเป็นเส้นสายสถาปัตยกรรมที่บีบและคลายตัวของพื้นที่ สะท้อนจังหวะเข้า–ออกของลมหายใจ ทั้งภายในและรูปลักษณ์ภายนอกอาคาร พื้นที่ถูกแบ่งเป็น 3 ลำดับของการกลับมารับรู้ตนเอง โดยใช้วัสดุไม้สังเคราะห์ SPC เรียงตัวกัน เกิดเป็นรูปทรงโค้งและจังหวะช่องว่างที่ช่วยนำอารมณ์เข้าสู่ความสงบ

แนวคิด: Limitless
ออกแบบ: ACA Architects
.
พาวิเลียนของ Panel Plus มาในแนวคิด “In the Collective” ถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผ่านการออกแบบที่ผสานความเป็นระเบียบของเส้นกริด เข้ากับความรู้สึกไร้ขอบเขตแบบป่าไม้ เสมือนยืนอยู่ในสวนยางที่ต้นไม้เรียงตัวอย่างมีจังหวะ แต่ยังมีพื้นที่ที่เปิดรับอย่างแสงธรรมชาติ และสายลม ออกแบบผ่านการใช้เส้นแกนเฉียง มาช่วยเพิ่มมุมจัดแสดงให้หลากหลายมากขึ้น และช่วยเพิ่มฟังก์ชันในพื้นที่จำกัด พร้อมทั้งดึงศักยภาพของวัสดุปิดผิวของ Panel Plus ออกมาอย่างเต็มที่

แบรนด์: Hafele
แนวคิด: ASA Megä Hill
ออกแบบ: Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research
.
พาวิลเลียนออกแบบพื้นที่รวมตัวและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผ่านรูปทรงภูเขา ที่เชื่อมผู้คน และทุกกิจกรรมไว้ในที่เดียว โครงสร้างได้รับการออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมที่เปิดประสบการณ์การใช้งานที่ไหลลื่น เข้าถึงได้รอบทิศ ภายในเป็นพื้นที่ที่รวมโซลูชันจาก Häfele ที่ถ่ายทอดภาพอนาคตของงานออกแบบครบวงจร และมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืน

นอกจาก Themetic Pavilion แล้ว ภายในงานยังมีพาวิเลียนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น JORAKAY EXPERT PAVILION ที่ออกแบบจากแนวคิด Build Today, Beyond Tomorrow สร้างวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนกว่า ออกแบบด้วยระบบโมดูลาร์ ที่นำชิ้นส่วนไม้เล็กๆ มาประกอบกันเป็นพาวิเลียน ซึ่งสามารถถอดทุกชิ้นไปใช้งานต่อได้หลังจบงานได้ทั้งหมด

นอกจากพาวิเลียนแล้ว ใครที่เป็นสายอ่าน โดยเฉพาะเรื่องแต่งบ้าน ดีไซน์ แนะนำให้แวะบูธ บ้านและสวน Bookshop by นายอินทร์ ที่รวบรวมหนังสือหลากหลายแนวไว้ครบ ตั้งแต่ไอเดียตกแต่งบ้าน งานรีโนเวต และไอเดียการแต่งสวน ให้คุณได้หยิบจับแรงบันดาลใจกลับไปต่อยอดได้จริง แวะไปได้ที่เสา 8 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3

ได้ไอเดียแต่งบ้านทั้งวัสดุ และหนังสือกันแล้ว ถ้าอยากได้เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสักชิ้น ที่ทั้งดีไซน์ดี และใช้งานได้สะดวก แวะมาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ได้ที่บูธนี้เลย KUKA HOME บูธหมายเลข F212

ใครที่กำลังมองหาเครื่องมือช่างสำหรับเอาไว้ติดบ้าน มาเลือกชมและชอปได้ที่บูธ Pumpkin มีอุปกรณ์ช่างสำหรับครบวงจร ที่นี่มีสาธิต และมาทดลองได้ด้วยตัวคุณเอง มาชมได้ที่บูธหมายเลข C101 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3