BAAN MANEE BKK บ้านไม้ร้อยสู่ที่พักและคาเฟ่แชร์ความทรงจำวัยเด็ก

BAAN MANEE BKK บ้านไม้ร้อยปีริมน้ำ สู่ที่พักและคาเฟ่แชร์ความทรงจำวัยเด็ก

รีโนเวตบ้านเก่าร้อยปีรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนย่านบางยี่ขัน สู่ “Baan Manee” พื้นที่ธุรกิจที่เปิดรับประสบการณ์ริมแม่น้ำ เชื่อมกลิ่นอายความทรงจำในวัยเด็กของทายาทรุ่นที่ 5

สถาปัตยกรรม หรือสิ่งก่อสร้างมักได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อการใช้งานของผู้คน ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่กักเก็บความทรงจำของผู้ใช้งานด้วย เหมือนกับที่พักพร้อมคาเฟ่ที่ชื่อว่า “Baan Manee” แห่งนี้ แม้ภายในจะได้รับการรีโนเวตใหม่ แต่ทว่ากลับซ่อนเรื่องราวความทรงจำในวัยเยาว์ของเจ้าของที่ต้องการเก็บรักษาไว้ในรูปแบบของพื้นที่ธุรกิจได้อย่างลงตัว

Baan Manee ชื่อนี้มีที่มาจากชื่อของคนในตระกูล ผู้เป็นเจ้าของบ้านนี้มีชื่อที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีทั้งหมด ตั้งแต่รุ่นคุณทวดที่ชื่อมรกต พลอย และทับทิม มาจนรุ่นคุณยายที่ชื่อชมพูนุท และเจ้าของรุ่นปัจจุบันที่ชื่อรดามณี ซึ่งก็มีความหมายในทิศทางเดียวกัน
Baan Manee คือที่พักริมแม่น้ำพร้อมคาเฟ่ในตัว แวดล้อมด้วยบ้านเรือนของคนชุมชนวัดดาวดึงษารามในย่านบางยี่ขัน
คุณรดามณี รอดเกิด ทายาทรุ่นที่ 5 ของ “บ้านริมน้ำ” ที่ในอดีตเคยใช้เป็นโรงต่อเรือและโรงไม้ ซึ่งที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

พื้นที่ธุรกิจสืบทอดจากบ้านเก่าโดยเจ้าของ 5 รุ่น

ก่อนที่จะได้รับการรีโนเวตเป็นพื้นที่ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อว่า Baan Manee เดิมเคยเป็นบ้านเก่าของ คุณรดา – รดามณีรอดเกิด ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 5 โดยบ้านเก่าหลังนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยคุณเทียด ผู้เป็นเจ้าของบ้านรุ่นแรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คุณรดาเล่าว่า บ้านหลังนี้ที่คนเรียกติดปากว่า “บ้านริมน้ำ” ในอดีตเคยเป็นโรงต่อเรือและโรงไม้ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในสมัยนั้นที่สัญจรทางน้ำเป็นหลัก จนส่งต่อมาถึงรุ่นที่ 3 ผู้เป็นคุณตาและคุณยายของคุณรดา โดยได้แบ่งพื้นที่บ้านบางส่วนมาเปิดเป็นคลินิกของคุณตาชื่อ “อุดมการแพทย์” ที่ยังคงได้รับการรักษาร่องรอยความเป็นคลินิกเก่า โดยเจ้าของรุ่นปัจจุบันเอาไว้

มุมมองรับวิวแม่น้ำ แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ฝั่งหน้าบ้านในอดีตที่เดินเข้าตัวบ้านจากริมแม่น้ำ 
โซนคาเฟ่ที่เป็นสเปซใต้หลังคาเฟ่จั่วของบ้าน เจ้าของตั้งใจเก็บองค์ประกอบส่วนนี้ไว้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่มองมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา
ป้ายชื่อคลินิกของคุณตา ซึ่งเป็นร่องรอยของบ้านเก่าที่เจ้าของรุ่นปัจจุบันต้องการเก็บรักษาไว้
แผนที่ Baan Manee ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ มีจุดไฮไลต์คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักของกรุงเทพฯ
ภาพถ่ายเก่าและของเก่าสะสมบางส่วนที่เจ้าของนำมาตกแต่งภายใน เพื่อให้กลิ่นอายของความทรงจำในอดีตยังคงอบอวลอยู่ในที่พักรีโนเวตใหม่แห่งนี้

บริบทและความทรงจำที่กลายเป็นจุดเด่นของธุรกิจ

Baan Maneeได้รับการบำรุงรักษาและรีโนเวตมาโดยตลอดมา ทั้งในรุ่นคุณพ่อของคุณรดาได้มีการดีดบ้านขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่พอระยะหนึ่งบ้านได้ถูกทิ้งร้างในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่คุณรดาได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปเรียนและทำงาน แต่บ้านก็ยังไม่ถูกขายไป นั่นเป็นเพราะความรักของครอบครัวคุณรดาที่มีต่อบ้านหลังนี้ รวมถึงความทรงจำและความผูกพันในวัยเยาว์ที่เธอมีต่อที่นี่อย่างมากเช่นกัน

ทางเดินเข้ามาภายในอาคารที่มองจากฝั่งคาเฟ่ มีการออกแบบช่องแสงที่ส่องผ่านสเปซแบบดับเบิ้ลวอลลุ่มเพื่อให้ภายในมีความโปร่งสบาย
ทางเดินเข้าสู่ตัวอาคารที่จะมองเห็นคาเฟ่เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นโซนแรก โดยพื้นที่ได้เปิดให้บริการกับทั้งลูกค้าทั่วไปและผู้มาเข้าพัก
เจาะช่องแสงบริเวณหน้าจั่วรับกับหน้าต่างบานกว้าง นอกจากจะใช้รับวิวแม่น้ำแล้ว ยังเปิดแสงธรรมชาติให้ภายในบ้านโปร่งสบายด้วย
ห้องรับแขกนี้มีเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำที่สุดของบ้าน ซึ่งได้มีการใช้ประโยชน์จากระดับต่ำสุดนี้ในการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขกด้วย

ฉะนั้นจึงเกิดเป็นโจทย์ที่ทำให้คุณรดาอยากเก็บรักษาสภาพบ้านเดิมไว้ ประกอบกับความชอบของคุณพ่อและตัวเธอเองที่ชอบงานบริการและโรงแรม จึงตัดสินใจเปลี่ยนฟังก์ชั่นของบ้านเป็นพื้นที่ธุรกิจประเภทที่พัก 2 ชั้น พร้อมกับมีคาเฟ่เพ็ทเฟรนด์รี่อยู่ที่ชั้น 1 ช่วยดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการอย่างหลากหลาย โดยสามารถพักผ่อนและเสพวิวริมแม่น้ำบริเวณโซนคาเฟ่ ในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างกับกลิ่นอายที่คุณรดาเคยสัมผัสในวัยเด็ก

เดินทางเชื่อมไปยังห้องพักชั้น 2 ของโครงการที่ขนาบทั้งฝั่งทางเดินด้วยหลังคา เมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลลงมากระทบที่หลังคาส่วนนี้
มรกต ห้องพักชั้น 1 ในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีการแทรกเฟอร์นิเจอร์สีเขียวเข้าไปตกแต่งภายในบางจุด เพื่อสื่อของชื่อของห้องซึ่งเป็นชื่อของคนในครอบครัว

ที่พักรีโนเวตดีไซน์ให้เล่าเรื่องราวในวันเก่า

แนวคิดหลักของการรีโนเวตจึงเป็นคงความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้านไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คนที่มาเยือนรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนที่บ้านเพื่อน แถมยังมีบางมุมที่อาจตรงกับความทรงจำในวัยเด็กทั้งของตัวเจ้าของและลูกค้าที่มาใช้บริการได้ด้วย ฉะนั้น Baan Manee จึงมีการใช้ไม้เป็นวัสดุโครงสร้างหลัก ร่วมกับการนำของเก่าสะสมมาใช้ตกแต่ง เช่น ตู้กับข้าวที่นำมาซ่อมแซมแล้วดัดแปลงเป็นตู้โชว์ ตู้ยาโบราณของคุณพ่อ และเครื่องพิมพ์ดีดที่ทำให้คนนึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ

ห้องรับแขกที่อยู่ติดกับทางเดิน แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่คลินิกของคุณตา
ต่อเติมแท่นวางพระให้กลายเป็นชั้นลอย สร้างความพิเศษให้กับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการสอดแทรกวัสดุของบ้านเก่าและเก็บองค์ประกอบเดิมไว้ ได้แก่ บานเฟี้ยมเก่าที่นำมาขัดและทำสีใหม่ แล้วติดตั้งเป็นประตูห้องน้ำ ราวบันไดแบะราวหัวเตียงก็นำมาดัดแปลงเป็นพาร์ทิชั่นตกแต่งโซนคาเฟ่ และที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ คือ เดินทางเชื่อมไปยังห้องพักชั้น 2 ที่ขนาบทั้งฝั่งทางเดินด้วยหลังคา เมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลลงมากระทบที่หลังคาส่วนนี้ โดยมีรางน้ำรองรับไว้ เป็นไอเดียของการสร้างประสบการณ์การเข้าพักในบ้านเก่ารีโนเวตให้ยิ่งพิเศษมากขึ้น

ชุมพูนุท ห้องพักห้องที่ 2 ในชั้น 1 ตกแต่งด้วยโทนสีทอง เหลือง และขาว สร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากห้องมรกต

BaanManee ที่เติบโตไปพร้อมกับย่านบางยี่ขัน

ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ธุรกิจรักษาความทรงจำและสร้างรายได้ ความผูกพันของเจ้าของที่มีต่อย่านบางยี่ขันก็ยังแสดงออกผ่านความตั้งใจในการขับเคลื่อนชุมชนให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการกระจายรายได้สู่คนในชุมชน ผ่านการจ้างงานคนในพื้นที่ ทั้งแม่ครัวและพนักงานของ Baan Manee ต่างก็เป็นคนท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการขอความร่วมมือคนในพื้นที่ในการสร้างจุดหมายของการท่องเที่ยวชุมชน และยิ่งกว่านั้นในอนาคตคุณรดายังมองเห็นถึงความพิเศษของย่านบางยี่ขันที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอยู่มากมาย จึงเกิดการต่อยอดสู่การวางแผนพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับคนในย่าน

ซ่อนรางน้ำเพื่อรองรับนำฝนไว้อย่างแนบเนียน เป็นอีกไอเดียการออกแบบที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้การเข้าพักในบ้านเก่ายิ่งพิเศษมากขึ้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษของเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Baan Manee ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำของเจ้าของบ้านแต่ละรุ่น ไปจนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนบางยี่ขันซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ ทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการถ่ายทอดผ่านงานออกแบบที่เชื่อมอดีตเข้ากับปัจจุบันได้อย่างมีเสน่ห์ และกำลังได้รับการสานต่อให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองของคุณรดาที่เติบโตและผูกพันกับพื้นที่ ทำให้เธอมองเห็นศักยภาพของบ้านและย่านได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจ

ที่ตั้ง
805 ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
พิกัด https://maps.app.goo.gl/d4DK39YsXKF5nDjo9
โทร. 08-2794-9498
คาเฟ่ เปิดทุกวัน 10.00 น. – 19.00 น.

เจ้าของ: คุณรดามณี รอดเกิด
เรื่อง: Kangsadan K.ฃ
ภาพ: กรานต์ชนก บุญบำรุง


BAAT Boutique Hotel โรงแรมริมแม่น้ำป่าสัก
รับวิวและวิถีชีวิตชาวอยุธยา