หลังจากที่ติดตามการออกแบบศูนย์การค้ายั่งยืน เซ็นทรัล กระบี่ (Central Krabi) มาตั้งแต่ก่อนจะเปิดให้บริการ ภายใต้แนวคิด “Made by Krabi” ที่มุ่งออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของเมืองกระบี่
เราจะพาไปดูต่อว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางการค้าขาย แต่ยังถูกวางให้เป็นโมเดลสำคัญในฐานะต้นแบบความยั่งยืน เพื่อเป็นศูนย์การค้าแห่งอนาคตที่ธุรกิจ ชุมชน และธรรมชาติสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล ซึ่งวันนี้ room Books จะพามาเจาะลึกแนวคิดที่มาของความสำเร็จของ Central Krabi อันขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก พร้อมการลงมือทำจริงร่วมกันจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่าติดตาม


คุณจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า Central Krabi คือความภูมิใจที่เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็น “ต้นแบบความยั่งยืนที่สร้างคุณค่าให้ทั้งชุมชน สิ่งแวดล้อม และอนาคตของประเทศ”
โดยย้ำว่าทุกองค์ประกอบถูกคิดมาจากความเป็นกระบี่ และผ่านกระบวนการ “ร่วมคิด ร่วมทำ” กับพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์แนวคิด Regenerative Design ให้สัมผัสได้จริงและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนท้องถิ่นในฐานะโครงการระดับประเทศ
จาก 3 หลักการออกแบบที่ Central Pattana ได้ในการสร้างสรรค์ Central Krabi ให้กลายเป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เข้ามาใช้ชีวิตได้จริง พร้อมแผ่กิ่งก้านให้ผลประโยชน์จริงกับผู้คน ชุมชน และระบบนิเวศโดยรอบ ผลลัพธ์คือความมั่งคั่ง และความยั่งยืนที่จะแข็งแรง ยืนระยะได้อย่างเป็นระบบ
3 หลักการออกแบบต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของไทย
1. ZERO IMPACT INNOVATION นวัตกรรมเพื่อผลกระทบเป็นศูนย์
เริ่มแรกโครงการนี้เกิดจากความมุ่งมั่นในการสร้างศูนย์การค้าโดยหวังให้ได้รับมาตรฐาน EDGE Zero Carbon Certification อันเป็นมาตรฐานของอาคารที่มุ่งลดการปล่อยและชดเชยคาร์บอนจนเท่ากับศูนย์ ซึ่งที่นี่ก็ถูกคิดและใส่ใจในทุกรายละเอียด ผ่านนวัตกรรมและการออกแบบที่คิดมาอย่างถี่ถ้วน ตั้งแต่ด้านการใช้พลังงาน น้ำ และการลดจำนวนคาร์บอนที่อยู่ในวัสดุให้ได้มากที่สุด เช่น

การลดการใช้พลังงานและชดเชยด้วยพลังงานสะอาด ที่ Central Krabi ได้มีการใช้หลังคาโซลาร์เซลล์ขนาดกว่า 14,400 ตร.ม. ในพื้นที่ลานจอดรถและบนหลังคาอาคาร เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้ภายในศูนย์การค้า รวมถึงออกแบบแปลนของศูนย์การค้าให้เป็นแบบ Semi-Outdoor เพื่อใช้แสงธรรมชาติและอากาศบริสุทธ์ของเมืองกระบี่เข้ามาลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ

การลดการใช้พลังงานและชดเชยด้วยพลังงานสะอาด ที่ Central Krabi ได้มีการใช้หลังคาโซลาร์เซลล์ขนาดกว่า 14,400 ตร.ม. ในพื้นที่ลานจอดรถและบนหลังคาอาคาร เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้ภายในศูนย์การค้า รวมถึงออกแบบแปลนของศูนย์การค้าให้เป็นแบบ Semi-Outdoor เพื่อใช้แสงธรรมชาติและอากาศบริสุทธ์ของเมืองกระบี่เข้ามาลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ

การใช้วัสดุหมุนเวียน ภายในศูนย์การค้าได้มีการนำขยะและวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นส่วนตกแต่งเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับเหล่าวัสดุ เช่น การใช้เศษแหอวนที่เหลือจากการทำประมงมาประดับฝ้าเพดาน หรือทำเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุรีไซเคิล อย่างที่นั่งหินขัด (Terrazzo) จากเศษแก้วรีไซเคิล หรือที่นั่ง 3D Concrete Printing (คอนกรีต 3 มิติ) จากซีเมนต์สูตร Low Carbon ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 27%



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมและการออกแบบต่าง ๆ ได้ที่ https://room.baanlaesuan.com/design/central-krabi-edge-zero
2. REGENERATIVE COMMUNITY การชุบชูและฟื้นฟูชุมชน
นอกจากการออกแบบศูนย์การค้าที่ยั่งยืนแล้ว โครงการนี้ยังใส่ใจถึงระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่กระบี่ โดยใช้แนวคิดความยั่งยืนอย่าง Regenerative Design ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและระบบนิเวศองค์รวมให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง โดยมีการร่วมมือกับชุมชนหลายภาคส่วนตั้งแต่การอนุรักษ์ป่าชายเลน ไปถึงดูแลเรื่องขยะจากการประกอบอาชีพและสร้างพื้นที่ค้าขายให้คนในท้องถิ่น
การอนุรักษ์ผึ้งท้องถิ่น เซ็นทรัลพัฒนา ได้ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพโดยได้เข้ามาสนับสนุนทั้งการเพิ่มปริมาณดอกบัวและดอกไม้ที่เป็นแหล่งอาหารหลักของเหล่าผึ้งกว่า 15 สายพันธุ์ที่กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งเลี้ยงไว้ และยังเข้ามาสนับสนุนการฟื้นฟูหญ้าทะเลในป่าชายเลน ซึ่งถูกคลื่นพัดเลนมากลบทำลายเมื่อครั้งสึนามิไปถึง 80%


ธนาคารแหอวน ในส่วนของซากอวนจากการทำประมงในพื้นที่ Central Pattana ร่วมกับพันธมิตรในจัดการซากแหอวนเก่าเพื่อลดขยะทะเล และนำมาอัปไซเคิลเป็นชุดยูนิฟอร์มพนักงานและสินค้าจำหน่ายในศูนย์การค้า รวมถึงส่งไป Upcycle กับพันธมิตรอย่าง NET UP เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ร่วมกับแบรนด์ Green Partner เช่น Qualy, Sabina, souvenir from the sea


พื้นที่เพื่อคนท้องถิ่น ภายในศูนย์การค้าได้มีการออกแบบโซนต่างๆ เช่น Andaman Market และ Fisherman Village ที่ดึงเอาอัตลักษณ์ของเมืองกระบี่มาใช้ และยังออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ให้คนในพื้นที่ได้นำสินค้าและอาหารจากวัตถุดิบพื้นบ้านมาจำหน่าย เพื่อเสริมสร้างอาชีพ และสนับสนุนการค้าขายของคนท้องถิ่น รวมทั้งพื้นที่ Semi-outdoor ภายนอกก็ยังออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ที่ตั้งใจให้คนท้องถิ่น มาพักผ่อนหย่อนใจและใช้ชีวิตได้อย่างรู้สึกกลมกลืน และ เข้ามาใช้บริการได้อย่างเท่าเทียม

พื้นที่ภายใน Andaman Market ที่เปิดให้คนกระบี่มาจำหน่ายสินค้า ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมไปถึงอาหารจากท้องถิ่นได้ ภายใต้อาคารรูปทรงหลังคาเรือหัวโทง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://room.baanlaesuan.com/central-krabi-regenerative-community
3. SUSTAINABLE COLLABORATION ความร่วมมือที่ยั่งยืน
ความสำเร็จของศูนย์การค้ายั่งยืนนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดการผนึกกำลังของ Central Pattana ร่วมกันกับ Sustainable Partnership ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐอย่างเทศบาลเมืองกระบี่ที่มุ่งเน้นบริหารให้กระบี่การเป็นเมืองยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ Krabi Go Green ภาคการศึกษาผู้วิจัยนวัตกรรม Green Road อย่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพันธมิตรเอกชน เช่น SCG รวมถึงแบรนด์สินค้ากรีนพาร์ทเนอร์ เช่น Sabina และ Good Goods เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีทีมออกแบบทั้งสถาปนิก และศิลปิน มากมาย อาทิ Stu/D/O Architects ดูแลในส่วนงานสถาปัตยกรรม, Landscape Collaboration ดูแลด้านงานออกแบบภูมิทัศน์และ Dot Line Plane ดูแลด้านงานออกแบบภายใน รวมถึงการร่วมกัน Collab กับ ศิลปินท้องถิ่นที่ช่วยในการนำขยะรีไซเคิลมาทำเป็นผลงานต่าง ๆ อาทิ อาจารย์ธีระพล บุญสุข เจ้าของภาพถ่ายจุด Decoration รวมถึง ดาหลา – ผู้ออกแบบลายผ้าบาติก ที่ช่วยรังสรรค์ชิ้นงานให้เกิดขึ้นจริง

ความร่วมมือจากทุกคนและทุกฝ่ายนี้ ได้สร้างเสริมให้เกิดเครือข่ายความยั่งยืนที่แข็งแกร่งและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกระบี่อย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ Central Krabi กลายเป็นโมเดลต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรก ที่พร้อมจะขยายผลความสำเร็จครั้งนี้ต่อเนื่องไปถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทย
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://room.baanlaesuan.com/central-krabi
สุดท้ายนี้ room Books ขอเชิญชวนให้คนทุกลองไปสัมผัสประสบการณ์การเดินศูนย์การค้ายั่งยืนรูปแบบใหม่ด้วยตัวเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ยั่งยืนที่ Central Krabi พร้อมทั้งติดตามความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อโลกและสังคมของ Central Pattana ต่อไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ https://www.centralpattana.co.th/ และแฟนเพจ Facebook Central Pattana
Central Krabi เซ็นทรัลเพื่อคนกระบี่ ที่คิดและทำด้วยใจให้เราอยู่ร่วมกัน
