ถ้าไปชมสวนลอยฟ้า Dusit Arun at Dusit Central Park แล้ว อยากให้ลองแวะมาดื่มชาแบบใจร่ม ๆ กันที่คาเฟ่ชาลำดับที่ 3 ของแบรนด์ Ksana Matcha ที่ชั้น 4 ของศูนย์การค้าฯ กับบรรยากาศคล้ายกับเรากำลังอยู่ในถ้ำใต้น้ำตกล้อไปกับบริบทของสวนลอยฟ้า
DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: Juti Architects
กาซานา มัทฉะ สาขานี้ ออกแบบโดย JUTI architects รับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้แก่กาซานามาแล้ว 2 สาขา ทั้งการออกแบบตกแต่ง ออกแบบโลโก้ และ Brand Identity และสำหรับสาขาล่าสุด การออกแบบที่นี่ยังคงมาพร้อมคอนเซ็ปต์หลัก อย่างการหยุดพักเพื่อรับสัมผัสมัทฉะและความสงบภายในจิตใจ แม้มีเวลาเพียงชั่วขณะหนึ่ง เพื่อให้สัมพันธ์กับชื่อ “กาซานา” ที่มาจากภาษาสันสกฤษ แปลว่า ห้วงเล็ก ๆ ของช่วงเวลา หรือ ช่วงเวลา ณ ขณะหนึ่ง ทั้งยังมีความหมายตรงกับคำว่า “อะซุระ” ที่แปลว่า โมเม้นต์ ในภาษาญี่ปุ่น เปรียบดั่งการดื่มชาที่คาเฟ่แห่งนี้ กำลังจะพาทุกคนหลุดไปอยู่ในมิติคู่ขนานอันสงบงามไร้ซึ่งความวุ่นวายจากภายนอกโดยแท้


คาเฟ่ชาฮีลใจคนเมือง
จุดเริ่มต้นของกาซานา มัทฉะ ต้องเล่าย้อนไปถึงสาขาแรกที่ตึก One City (OCC) เพลินจิต ที่นั่นหลายคนมีภาพจำของร้านชาในถ้ำสีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้บันไดของพลาซ่า และมีบ่อน้ำอยู่ที่ด้านหน้า ทำให้หลายคนรู้จักกาซานาจากความแปลกใหม่สะดุดจา ขณะที่สาขาที่ 2 ที่ Central World สาขานี้มีพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อให้มีมุมเวิร์กชอป แทรกแนวคิดแอ๊บสแตร็กต์ ที่พลิกบรรยากาศให้ต่างออกไป กับร้านชาสีดำ มีไอเดียมาจากป่ากลางฤดูหิมะในญี่ปุ่น แต่สลับสีจากพื้นหิมะสีขาวเป็นสีดำตัดกับต้นไม้สีขาว
ส่วนกาซานา มัทฉะ สาขา Dusit Central Park แห่งนี้ คุณจุติ กลีบบัว ผู้ออกแบบบอกว่า ยังคงออกแบบตามจุดประสงค์ของพาร์ตเนอร์เจ้าของร้านทั้ง 4 ท่าน ที่ต้องการสร้างสรรค์ร้านชาของพวกเขาให้เป็นพื้นที่ Saving Area ของคนกรุง เหมาะมาหลบพักจากเมืองภายนอกที่แสนวุ่นวาย ขณะเดียวกันก็จะได้ดื่มด่ำกับมัทฉะเกรดพรีเมียม หรือที่เรียกว่า Ceremonial Grade Matcha คัดสรรและส่งตรงมาจากญี่ปุ่น


หลีกเร้นสู่โลกแห่งชากับบรรยากาศถ้ำใต้น้ำตก
เพราะต้องการให้เป็นอีกทางเลือกในการค้นหาพื้นที่สงบแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางความเร่งรีบของสังคมเมือง การขยายสาขาของกาซานา มัทฉะ เกือบทุกสาขา จึงเลือกทำเลที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ และสำหรับสาขา Dusit Central Park นี้ ก็เช่นกัน
จากบริบทที่ตั้งนักออกแบบได้ตีความธรรมชาติของถ้ำใต้น้ำตกมาใช้ เพื่อให้ล้อไปกับสวนลอยฟ้า Dusit Arun ทั้งยังอิงกับเรื่องราวน้ำตก 9 ชั้น หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ(แห่งเดิม)ด้วยการพัฒนาแบบจนออกมาเป็นพื้นที่คาเฟ่รูปทรงถ้ำรูปไข่ เพื่อให้คนที่เข้ามาข้างในถูกโอบล้อมด้วยผนังทึบทุกด้าน ทำให้ปิดกั้นจากความวุ่นวายภายนอกทั้งปวง สร้างความรู้สึกถึงการถูกโอบอุ้ม ให้ทั้งความสงบและปลอดภัย


ความพิเศษของที่ตั้งคาเฟ่ที่อยู่ติดกับประตูทางเข้า-ออก ของลิฟต์ที่ใช้ขึ้น-ลงไปยังสวนลอยฟ้า ทำให้สามารถสำแดงคอนเซ็ปต์ของร้านได้ชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น โดยทำภายนอกให้ดูคล้ายยกถ้ำหินสีน้ำตาลแดงมาตั้งไว้ในศูนย์การค้าฯ มีที่นั่งกึ่งภายนอกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนก้อนหินที่หน้าร้าน ไม่ได้เปิดโชว์หน้าร้านทั้งหมด แต่กลับปิดเพื่อสร้างความน่าเชื้อเชิญให้คนอยากมาหาคำตอบจากพื้นที่ข้างใน
เมื่อลูกค้ารับชาจากเคาน์เตอร์ชงชาจากพนักงานแล้ว ลูกค้าก็จะเข้าสู่โซนของที่นั่งที่ออกแบบให้เป็นห้องรูปโค้งที่สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในถ้ำ มีที่นั่งหันหน้าเข้าหากันหมด สร้างภาวะเกรงใจกัน เพื่อให้คนสนใจ หรือตั้งใจนั่งก้มมองแก้วชาที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง
พร้อมกันนั้นยังจะได้ยินเสียงก้องนิด ๆ ของหยดน้ำที่หยดลงมายังแอ่งหินเบื้องล่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่ในถ้ำธรรมชาติจริง ๆ เมื่อคนตั้งใจฟัง เสียงพูดก็จะเบาลง สิ่งนี้ทำให้ความเร็วของคนช้าลง ต้องค่อย ๆ พูด หรืออาจจะไม่พูดกันเลย เพื่อนั่งเสพบรรยากาศเงียบ ๆ เข้าถึงโมเม้นต์ที่เว้นจากสิ่งเร้าต่าง ๆ ชั่วขณะหนึ่ง



ผสานลูกเล่นระหว่างมินิมัลกับเซอร์เรียลลิสม์
จากแรงบันดาลใจของถ้ำใต้น้ำตกในธรรมชาติ ผู้ออกแบบกำลังพาทุกคนไปอยู่ในมิติของโลกคู่ขนานที่มีความมินิมัลผสมกับแอ๊บสแตร็กต์ หรือจะใช้คำว่ามินิมัลบวกความ Surrealism ก็ว่าได้ โดยละทิ้งภาพเสมือนจริงของถ้ำน้ำตกที่เต็มไปด้วยมอสส์หรือความชื้นแฉะทิ้งไป


โดยให้ที่นี่มีบรรยากาศของถ้ำใต้น้ำตกที่อยู่ในถ้ำดิน ที่ดูแห้ง ไม่ชื้นแฉะ ฉาบผนังด้วยดินเท็กซ์เจอร์สีน้ำตาลแดงทั้งหมด ซึ่งเป็นเทคนิคการฉาบของดินที่เหมือนปูนสี Super Surface ที่นิยมใช้ในงานรีสอร์ตต่าง ๆ โดยฉาบให้ผนังคล้ายผิวผนังถ้ำ ขณะที่ที่นั่งเป็นแบบฉาบเรียบ
ออกแบบให้ขนานตามแนวผนังทั้งสองด้าน โดยเป็นที่นั่งแบบขั้นบันได ใช้เบาะที่นั่งแบบญี่ปุ่นมาจัดวางแยกชิ้นให้คนมีระยะห่างระหว่างกัน รองรับลูกค้าได้ประมาณ 28-30 ท่าน โต๊ะวางแก้วชาทำจากสเตนเลสมีขนาดพอดีสำหรับวางแก้วชา เพื่อให้คนได้โฟกัสจดจ่อกับชาตรงหน้า ไม่เหมาะมานั่งทำงาน ระหว่างนั้นก็จะได้ยินฟังเสียงน้ำหยดเป็นจังหวะ ๆ สร้างโมเม้นต์ให้คนได้อยู่กับตนเอง แม้จะนั่งอยู่รวมกันในโถงที่นั่งที่หันหน้าเข้าหากันก็ตาม




จะเห็นได้ว่าการออกแบบกาซานา มัทฉะ ผู้ออกแบบได้ให้ความสำคัญกับการรับรู้ของผู้คนและประสาทสัมผัส ไม่ได้มีลูกเล่นแค่เพียงเท็กซ์เจอร์ หรือวิชั่น หากแต่ยังเล่นกับเสียง ทั้งเสียงก้อง และเสียงหยดน้ำที่แม้จะดังซ้ำ ๆ สม่ำเสมอ ทว่ากลับเป็นเซ้นส์ที่ช่วยให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความสงบ มีสมาธิ อีกผัสสะที่ช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายลง ชักชวนให้อยากมาใช้เวลาเพื่อหยุดพัก แม้ชั่วขณะหนึ่ง แต่กลับเติมเต็มด้วยเวลาคุณภาพ พร้อมรสชาติที่เข้มข้นของมัทฉะที่เรียกว่าเป็นเกรดระดับพิธีการ ทั้งกลมกล่อม ละเอียดอ่อน อีกไวป์ดี ๆ ที่อยากชวนทุกคนให้มาสัมผัส
ที่ตั้ง
Ksana สาขา Dusit Central Park
ชั้น 4 Dusit Central Park ถนนพระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
พิกัด https://maps.app.goo.gl/fxG12KiDYFTcwZc97
เปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
เจ้าของ: คุณณัฐวุฒิ นันตะพานา,คุณเกษม พฤกษานานนท์,คุณไค คาโต และคุณรัชกร ยมจินดา
ออกแบบ: JUTI architects
เรื่อง: Phattaraphon
ภาพ: นันทิยา บุษบงค์