บ้านรีโนเวต จากทาวน์เฮ้าส์เก่าอายุกว่า 30 ปี แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรส่งผลให้มีสภาพภูมิอากาศร้อนจัด ฝนจัด และมีความชื้นตลอดเวลา แต่ใครจะเชื่อว่าการออกแบบที่คำนึงถึงแสงสว่าง การระบายอากาศ และสุขภาวะที่ดีนั้นจะช่วยให้บ้านอยู่สบาย ประหยัดพลังงาน เปิดเครื่องปรับอากาศเพียงปีละ 2 ครั้ง เท่านั้น!
ที่นี่มีเจ้าของบ้านเป็นชาวเยอรมนีที่มาทำงานอยู่ที่มาเลเซีย พร้อมกับสุนัขที่เลี้ยงไว้ โดยมีโจทย์ให้แก่สถาปนิกจาก OTCQ Architects ว่า ต้องการ “บ้านที่สะท้อนวิถีการอยู่อาศัยแบบเขตร้อน” นำมาสู่การตีความ “บ้านเขตร้อน” ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งในเรื่องตำแหน่งที่ตั้ง สภาพอากาศ รวมไปถึงการใช้งานที่สอดคล้องกับฟังก์ชั่น เชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล

ในขั้นตอนการออกแบบ สถาปนิกเริ่มต้นจากการเปลี่ยนทางเข้าบ้านเดิม ซึ่งเป็นฝั่งหน้าจั่วของบ้านที่ค่อนข้างแคบ มาเป็นฝั่งด้านหน้าที่กว้างขวางกว่าแทน ส่วนตัวบ้านสถาปนิกยังคงเก็บโครงสร้างหลักของบ้านเดิมไว้ เช่น เสา คาน และหลังคา ตามแนวคิด Adaptive Reuseแล้วรื้อผนังภายในออกทั้งหมดให้พื้นที่ภายในเปิดโล่งเชื่อมต่อกันทั้งภายนอกและภายใน เอื้อให้เกิดสเปซใหม่ที่สร้างสภาวะน่าสบายให้แก่ตัวบ้าน ให้ทั้งความปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และสามารถดึงแสงธรรมชาติให้เข้ามาสู่พื้นที่ภายในอย่างเพียงพอ ช่วยทะลายข้อจำกัดของบ้านตึกแถวที่ค่อนข้างปิดทึบและเน้นการใช้งานภายในเป็นหลัก สู่บ้านที่มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติและบริบทได้โดยรอบ




และเนื่องจากทาวน์เฮ้าส์นี้เป็นห้องหัวมุม ซึ่งมีหน้ากว้างกว่าทาวน์เฮ้าส์หลังอื่นทั่วไป จึงส่งผลดีให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในและบริเวณรอบบ้านค่อนข้างเยอะ ตอบโจทย์การเชื่อมบรรยากาศทั้งภายในและภายนอก สถาปนิกเน้นการออกแบบช่องเปิดให้มากที่สุด เพื่อทำหน้าที่นำพาลมเย็น ๆ เข้ามาสู่ภายใน และพัดพาความร้อนออกสู่ภายนอก พร้อมทั้งออกแบบให้บ้านแห้งอยู่เสมอ ด้วยการนำแสงสว่างเข้าสู่ตัวบ้านรอบด้าน ทั้งจากช่องเปิดต่าง ๆ ที่ช่วยระบายอากาศ และจากหลังคาด้านบนที่รีโนเวตจากโครงสร้างเดิม แต่เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาบางส่วนให้เป็นลอนใสนำแสงอาทิตย์ลงมายังพื้นที่ภายในบ้าน พร้อมกันนั้นยังติดพัดลมระบายอากาศที่บนหลังคา เพื่อขับอากาศร้อนออกไปให้เร็วที่สุด



พื้นที่ชั้นล่างจัดผังแบบโอเพ่นแปลน เชื่อมส่วนนั่งเล่น รับประทานอาหาร และครัวเข้าไว้ด้วยกัน มีไฮไลต์อยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารคอนกรีตหล่อในที่ตัวยาว ต่อเนื่องไปกับเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร นับเป็นหัวใจหลักของบ้านที่เจ้าของใช้รับแขกและสังสรรค์เวลามีเพื่อนมาเยี่ยมเยียน บริเวณนี้ปูพื้นด้วยอิฐมอญ วัสดุเดียวกับที่ใช้บนระเบียงภายนอกบ้าน ด้วยการนำมาจัดวางใหม่ให้ความรู้สึกกลมกลืนต่อเนื่อง เชื่อมโยงความรู้สึกไปยังสวนด้านนอกอย่างไร้รอยต่อ


ขึ้นมายังชั้น 2 ที่มีลักษณะเหมือนชั้นลอย ประกอบไปด้วยมุมนั่งเล่นเชื่อมกับมุมทำงานบริเวณโถงและห้องนอนขนาดใหญ่มีห้องน้ำในตัวแบบเปิด โดยออกแบบผนังคอนกรีตรูปตัวเอส (S) ในการจัดสรรพื้นที่เปียกและแห้ง ช่วยสร้างมุมมองให้มีความเป็นส่วนตัวขณะใช้งาน ส่วนของอ่างล้างหน้าใช้งานยกพื้นขึ้นเล็กน้อย แล้วปูพื้นด้วยอิฐมอญเพื่อแบ่งการใช้งาน โดยยังคงความรู้สึกเชื่อมโยงกับชั้นล่างด้วยวัสดุเดียวกัน



ภาพรวมของการตกแต่งเน้นความเรียบง่าย มีเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น ภายใต้แนวคิดการเลือกใช้วัสดุที่มีความดิบเป็นธรรมชาติตรงไปตรงมา อีกทั้งยังมีองค์ประกอบพิเศษ คือเกราะรอบบ้านที่ออกแบบด้วยฟาซาดให้ต้นไม้เกาะขึ้นไป กลายเป็นพื้นที่สีเขียวแนวตั้งเขียวครึ้ม ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว พรางสายตาจากภายนอก กรองแสงแดด และความร้อนที่จะเข้าสู่บ้านโดยตรง ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบเรียบง่าย ธรรมดา เหมาะสมกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยและสภาพภูมิอากาศ ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่ทนทาน กลมกลืนกับบริบท รับกับแดด ลม ฝนความชื้น เพื่อให้บ้านอยู่สบายทั้งต่อกายและใจ
เรื่อง: Baralee P.
ภาพ: FANGBakii
เจ้าของ: Mr. Sebastian
ออกแบบ: OTCQ Architects

“บ้านฮีลใจ Homes That Heal” หนังสือที่รวบรวมบ้าน 10 หลังทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน ที่เปี่ยมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งบ้านที่ใช้สวนเกษตรเสริมสุขภาวะกาย บ้านที่ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่งรับแสงและลม รองรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไปจนถึงบ้านที่ใช้ปรัชญาเชิงศาสนา พร้อมพื้นที่ปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาวะใจให้ผู้อยู่ เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลกายและใจของคนในยุคปัจจุบัน
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือ “บ้านฮีลใจ HOMES THAT HEAL” #เล่มใหม่ล่าสุด จาก room Books ได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์
https://www.naiin.com/product/detail/692438…
หรือ #Inbox สอบถามมาได้ที่ m.me/roomfan