บ้านทรงกล่องจาก "บล็อกแก้ว" เชื่อมโยงผู้สูงวัยเข้ากับสุขภาวะที่ดี - room

บ้านสูงวัย ดีไซน์ทรงกล่องจาก บล็อกแก้ว เชื่อมโยงพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้เข้าใกล้สุขภาวะที่ดี

บ้านเดี่ยว ลดอึดอัดด้วย “บล็อกแก้ว” ตั้งอยู่ติดริมถนนเส้นหลักของตัวเมืองปราจีนบุรี มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่อยากสร้างพื้นที่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ย้ายมาหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง และได้มาอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับลูกหลานในต่างจังหวัด

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: S PACE STUDIO

ก่อนจะกลายเป็นผลลัพธ์ของงานออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมกับความท้าทายทั้งปัจจัยเรื่องขนาดที่ดิน และบริบทที่ตั้งซึ่งอยู่ติดริมถนน พร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายผังเมือง ผนวกด้วยโจทย์ด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยวัยเกษียณ

ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินขนาดเล็กเพียง 60 ตารางวา ติดริมถนนหลัก จึงมาพร้อมกับกฎหมายผังเมืองที่กำหนดให้ตัวอาคารต้องมีระยะร่นจากแนวกลางถนน 12 เมตร จากข้อจำกัดดังกล่าว ได้บีบให้พื้นที่ก่อสร้างจริงของบ้านเหลือความลึกอยู่แค่เพียงประมาณ 5 – 6 เมตร สถาปนิกจึงจัดวางลักษณะของบ้านเป็น “กล่องหน้ากว้าง” โดยผลักตัวบ้านไปชิดที่ดินด้านในให้พ้นระยะร่น แล้วแผ่ตัวบ้านออกตามยาว กลายเป็นบ้านสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามขนาดที่ดินที่เหลืออยู่ และใช้ประโยชน์ของระยะร่นด้านหน้าให้กลายเป็นชานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่พร้อมทางลาด เชื่อมต่อตั้งแต่ลานจอดรถเข้าสู่ตัวบ้าน รองรับการใช้รถเข็นวีลแชร์ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุ

บ้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมเพียง 130 ตารางเมตร องค์ประกอบด้านงานออกแบบภายใน ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อช่วยให้บ้านที่บีบให้แคบลงนี้ ยังคงความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด โดยเลือกใช้ “บล็อกแก้ว” เป็นวัสดุหลักบนผนังด้านข้างและโถงสูงด้านหน้า ทำหน้าที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในอาคารได้ตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้อยู่อาศัย

ในแง่การใช้งานพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากตัวบ้านได้รับการวางผังในแนวกว้างแต่ตื้น จึงกำหนดพื้นที่ภายในตามช่วงเสา แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเสา เรียงกันไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยแต่ละช่วงจะเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวแบบโอเพ่นแปลนตลอดแนวอาคาร

ช่วงเสาแรกด้านซ้ายมือสุด เป็นพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งอยู่ติดกับห้องครัว ห้องน้ำแบบพาวเดอร์รูม และโซนซักล้าง เชื่อมต่อไปยังห้องอเนกประสงค์ที่ชั้น 2 ให้สามารถเลื่อนผนังเปิด-ปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้นล่างได้ โดยออกแบบให้เป็นห้องเก็บของที่สามารถเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำรองสำหรับแขก หรืออาจเป็นห้องทำงานก็ได้เช่นกัน

ช่วงเสาที่ 2 กลางอาคาร ออกแบบให้เป็นที่ตั้งของโถงบันไดและทางเข้าหลัก ออกแบบให้เป็นโถงสูงแบบดับเบิลสเปซ ด้านบนกรุผนังด้วยบล็อกแก้ว และมี สกายไลท์ที่บริเวณโถงบันได พื้นที่ส่วนนี้ช่วยดึงอากาศร้อนให้ลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ขณะเดียวกันผนังบล็อกแก้วและสกายไลท์จะช่วยดึงแสงจากด้านบนลงสู่ชั้นล่าง สอดคล้องกับการออกแบบให้เสปซนี้ มีสวนขนาดเล็กล้อมด้วยบันไดอยู่ภายในบ้าน ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านทรงกล่องนี้ได้อย่าง ทั้งยังช่วยเชื่อมโยงธรรมชาติทั้งสายลม แสงแดด และต้นไม้ ยิ่งช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจให้ผู้อาศัยได้อย่างดี

สุดท้าย ช่วงเสาขวามือสุด เป็นตำแหน่งของห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง และเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านที่ชั้นบน โดยพื้นที่ชั้นล่างออกแบบให้เป็นพื้นที่ฟังก์ชั่นยืดหยุ่นสูง สามารถปรับฟังก์ชั่นไปเป็นห้องนอนหลักสำหรับผู้สูงอายุในอนาคตได้ หากคุณตาคุณยายเดินขึ้นบันไดชั้น 2 ไม่สะดวก ภายในห้องนี้จึงออกแบบให้มีตู้เก็บของแบบบิลท์อินโดยรอบเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นตู้เสื้อผ้าได้ ประกอบกับมีห้องน้ำในตัว รองรับการใช้งานรถเข็นได้เต็มรูปแบบ โดยไม่มีการยกธรณีประตูเพื่อความราบเรียบ ความสะดวก และความปลอดภัยในการใช้งานของผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ งานภูมิสถาปัตยกรรมของที่นี่ ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวบ้านที่มีขนาดเล็ก การผสานแลนด์สเคปและพื้นที่สีเขียวเข้ามาสู่ตัวบ้าน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในแนวคิดการออกแบบ โดยแลนด์สเคปด้านหน้าได้มีบทบาทช่วยแก้ปัญหาเสียงรบกวน ฝุ่นควัน และมลพิษจากท้องถนน โดยเลือกใช้พันธุ์ไม้ใบละเอียด เช่น ต้นหลิว ที่มีความโปร่งแต่มีความแน่นของใบ มาทำหน้าที่เป็นรั้วที่มีชีวิต ช่วยกรองมลภาวะและเพิ่มความเป็นส่วนตัว ส่งผลดีต่อสุขภาวะทางกายภาพของผู้อยู่อาศัย ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมติดถนนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ยังดูโปร่งสบาย สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมทรงกล่องสีขาวเป็นอย่างดี

พื้นที่ต่าง ๆ ทั้งหมดในบ้าน ยังออกแบบให้มีความลื่นไหลต่อเนื่องกัน ด้วยการใช้บานเลื่อนและบานเฟี้ยมเป็นองค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมพื้นที่ภายในกับชานด้านหน้าภายนอกบ้าน หรือการเชื่อมพื้นที่แต่ละช่วงเสาเข้าหากัน การเลือกใช้องค์ประกอบเช่นนี้จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกว่าบ้านมีความกว้างและโปร่งสบายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยให้พื้นที่ต่าง ๆ เชื่อมโยงและมองเห็นถึงกันได้โดยตลอด ไม่ปิดทึบเป็นห้องแคบ ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้ทั้งบ้านเหมือนเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวเวลาลูกหลานมาเยี่ยมเยือนได้ ทำให้บ้านหลังนี้ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ข้อจำกัดทางกายภาพ แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทางด้านจิตใจให้กับผู้อยู่อาศัยสูงวัยจนถึงผู้อยู่อาศัยทุก ๆ คน ไปพร้อม ๆ กัน

เรื่อง: Sundaynightsofast
ภาพ: อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม, ศุภกร ศรีสกุล

เจ้าของ: คุณชุติมา เอี่ยมจิณณสุวัฒน์   
ออกแบบสถาปัตยกรรม: S Pace Studio
วิศวกรออกแบบ: บริษัท บันได (ประเทศไทย) จำกัด
รับเหมาก่อสร้าง: สระบุรีรับสร้างบ้าน
พื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตร


“บ้านฮีลใจ Homes That Heal” หนังสือที่รวบรวมบ้าน 10 หลังทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน ที่เปี่ยมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งบ้านที่ใช้สวนเกษตรเสริมสุขภาวะกาย บ้านที่ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่งรับแสงและลม รองรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไปจนถึงบ้านที่ใช้ปรัชญาเชิงศาสนา พร้อมพื้นที่ปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาวะใจให้ผู้อยู่ เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลกายและใจของคนในยุคปัจจุบัน
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือ “บ้านฮีลใจ HOMES THAT HEAL” #เล่มใหม่ล่าสุด จาก room Books ได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์
https://www.naiin.com/product/detail/692438
หรือ #Inbox สอบถามมาได้ที่ m.me/roomfan