Central Nakhon Sawan ถอดรหัสนครสวรรค์สู่ห้างที่เชื่อมโยงกับผู้คนท้องถิ่น

Central Nakhon Sawan ถอดรหัสนครสวรรค์สู่ห้างที่เชื่อมโยงกับผู้คนท้องถิ่น

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบสถาปัตยกรรม: IF (Integrated Field)

เมื่อห้างสรรพสินค้ายุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จับจ่ายใช้สอยหรือสถานที่ขายสินค้าอีกต่อไป หากแต่วางตัวเป็นคอมมูนิตี้ขนาดย่อมของเมืองให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ทำกิจกรรม และพบปะสังสรรค์ เหล่านี้คือความตั้งใจของ “เซ็นทรัล นครสวรรค์” ห้างสรรพสินค้าที่เริ่มจากการศึกษาวิถีชีวิตผู้คนในพื้นที่ รวมถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้วนำมาตีความใหม่ในงานดีไซน์ตัวอาคารให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะท้อนตัวตน

โดยได้แรงบันดาลใจ มาจากการเป็นจังหวัดที่มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผ่านการออกแบบของสถาปนิกจาก IF (Integrated Field) ที่เลือกหยิบองค์ประกอบของหลังคาบ้านเรือนในชุมชนจีนที่มีความโค้งมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของห้างสรรพสินค้า และเลือกคุมมู้ดแอนด์โทนการตกแต่งภายในด้วยสองคู่สีอย่างเขียวและแดง อันมีที่มาจากแม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันจนเกิดเป็นพื้นที่ปากน้ำโพ ประกอบกับห้างร้านส่วนใหญ่ในจังหวัดจะเน้นสร้างพื้นที่ขายสินค้า ยังขาดพื้นที่ที่จะเชื่อมชุมชน ผู้คน พื้นที่จัดเวิร์กช้อป และลานจัดกิจกรรม จึงต้องการให้ที่นี่ตอบโจทย์พฤติกรรมและการใช้งานของคนในพื้นที่ได้จริง

เข้าถึงคนเมืองผ่านลานกลางเเจ้ง

การวางผังที่ดินจึงเริ่มจากการวิเคราะห์ลักษณะของผืนที่ดินส่วนด้านหน้า ที่ติดกับถนนหลักซึ่งเป็นพื้นที่หน้าเเคบแล้วค่อยขยายออกทางด้านหลังว่าทำอย่างไรให้ข้อจำกัดนี้เกิดความน่าสนใจได้ ด้วยการจัดวางก้อนอาคาร (Mass) ขนาดใหญ่ไว้ด้านในแล้วเว้นพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นลานกลางแจ้งขนาดใหญ่  โดยลำดับการเข้าถึงไล่จากลาน Plaza ที่มีสเกลใกล้เคียงกับมนุษย์ที่สุด จากนั้นเปลี่ยนถ่ายด้วยพื้นที่ Market Hall ที่มีลักษณะเป็น Semi-Outdoor ก่อนจะเข้าสู่ส่วนอาคารสรรพสินค้าขนาดใหญ่

สร้างเอกลักษณ์ให้อาคารด้วยหลังคาโค้งแรงบันดาลใจจากบ้านเรือนชุมชนจีน

ส่วนเปลี่ยนถ่าย (Transition) นี้เองออกแบบเป็นโถงสูงประมาณ 8-10 เมตร ที่เมื่อเดินเข้ามาจะสามารถมองเห็นพื้นที่ใช้สอยในห้างได้ตั้งแต่ชั้น 1-3 ทำหน้าที่ในการลดทอนสเกลจากลานด้านหน้าห้างเข้าสู่กล่องอาคารขนาดใหญ่ ภายใต้หลังคาจีนทรงโค้งที่สลับทับซ้อนกันมากถึง 5 เลเยอร์ โดยมีความกว้างช่วงเสาอยู่ที่ 10.20 เมตร ซึ่งเป็นช่วงเสาที่กว้างกว่าปกติ จึงต้องใช้โครงสร้างทรัสส์ (Truss) ขนาดใหญ่ในการออกแบบโครงสร้างหลังคา แล้วให้ความสำคัญกับการออกแบบดีเทลหลังคาให้มีความบางที่สุดเพื่อให้ดูโมเดิร์น

ตอบโจทย์ทุกการออกแบบ และการถ่ายทอดความหมายด้วย COLORBOND® steel 

ผู้ออกแบบเลือกเมทัลชีท COLORBOND® steel เป็นวัสดุมุงหลังคาที่สามารถตอบโจทย์ระยะสแปนที่กว้างเป็นพิเศษให้ไร้รอยต่อ มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ประกอบกับคุณสมบัติของวัสดุที่มีความทิ้งตัว เอื้อให้รัศมีความแอ่นโค้งของหลังคาอยู่ที่ 60 องศา ได้หลังคาโค้งขนาดใหญ่ที่ดูเป็นธรรมชาติก้าวข้ามข้อจำกัดของวัสดุแม้จะเป็นการมุงโดยไม่มีการบั้ง ทั้งยังดูแลรักษาง่าย ควบคุมค่าก่อสร้างให้อยู่ในงบประมาณได้ดี ที่สำคัญคือมีสีให้เลือกเยอะ

โดยโปรเจ็กต์นี้ใช้มากถึง 5 สีด้วยกัน แต่สีหลักที่ใช้จะเป็น Carbonic Grey ในส่วนของหลังคา และ Burnt Almond ในส่วนของผนัง ซึ่งเป็นสีของบริเวณปากน้ำโพที่มาบรรจบกัน สีเทาคือน้ำ สีเหลืองคือผืนดิน สีของ COLORBOND® steel มีความสม่ำเสมอทำให้สามารถคุม mood & tone ของโครงการให้นิ่งและสื่ออารมณ์ภายในโครงการได้ตามต้องการ

วัสดุที่สามารถพลิกแพลงให้เกิดสิ่งใหม่

นอกจากส่วนของหลังคาแล้ว COLORBOND® steel ยังถูกนำมาใช้ในส่วนของผนังภายนอกบางส่วน โดยเพิ่มลูกเล่นด้วยการจัดวางแนวตั้ง เพิ่มองค์ประกอบสร้างจังหวะให้กลายเป็นงานตกแต่งได้ด้วยการซ่อนไฟให้ผนังดูมีมิติ แต่ยังคงความเนี้ยบของการเก็บขอบแฟลชชิ่งไว้ ประกอบกับแผ่นวัสดุเป็นแผ่นเดียวยาวไร้รอยต่อ ทำให้ยังดูเนี้ยบแม้อยู่ในระยะที่ใกล้กับสายตา  หมดกังวลเรื่องงานรั่วซึม เมื่อนำมาจัดจังหวะเข้าผนังกระจกยิ่งทำให้เพิ่มบรรยากาศของความเป็นพื้นที่ธุรกิจมากขึ้น

ห้างที่ตั้งใจออกแบบให้เดินง่ายที่สุด

สำหรับการออกแบบวางผังทางเดินภายใน ตั้งใจให้เข้าใจง่ายที่สุด ลดความซับซ้อนของห้างสรรพสินค้า ด้วยการออกแบบทางเดินเป็นวงกลม 1 วง ที่แทรกช่องเปิด (Void) โดยพื้นที่ตรงกลางส่วนไข่แดงของห้างให้เป็นพื้นที่ Department Store ภาพรวมของมู้ดแอนด์โทนวางไว้เป็น Craft Modern การผสมผสานระหว่างพื้นถิ่นกับพื้นที่ธุรกิจอย่างลงตัว

สำหรับ Central Nakornsawan แห่งนี้ก็เป็นอีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่เลือกใช้ COLORBOND® steel ทั้งในส่วนของหลังคาและผนัง ซึ่งเป็นเมทัลชีทเคลือบสีเกรดพรีเมียมคุณภาพสูงสุดจาก บลูสโคป ที่ได้รับความไว้วางใจจากสถาปนิกเลือกใช้เป็นหลังคาและผนังของโครงการชั้นนำต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพ เพราะนอกจากเฉดสีและผิวสัมผัสแบบด้าน (Matt)  ที่สวยงามไม่สะท้อนแสง ยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อนมากกว่ารุ่นทั่วไป จึงรับประกันการไม่ผุกร่อนจนเป็นรูพรุนยาวนานสูงสุด 35 ปี* และสามารถทนต่อแสง UV จึงต้านทานการซีดจางหรือหลุดเป็นผงของสีได้ดี รับประกันนานสูงสุด 12 ปี*  

*เงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามที่บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

ภาพ: IF (Integrated Field)