สัมผัสประสบการณ์เล่นพิกเคิลบอลเทรนด์กีฬาฮิต กับสนามในร่มติดแอร์สีส้มสดใส ที่เปลี่ยนความท้าทายจากสนามฟุตบอลเก่าสู่สนาม Papaya Pickleball Club ในย่านพัฒนาการ
DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: KANITarchitects
เมื่อกีฬาพิกเคิลบอลต้องเล่นได้ทั้งวัน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนของกรุงเทพฯ เราจะออกแบบพื้นที่อย่างไรให้ทุกคนได้มาเอ็นจอย โดยยังคงความรู้สึกถึงกีฬากลางแจ้งซึ่งเป็นเสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้? จากโจทย์นี้ KANITarchitects จะพาทุกคนไปสัมผัสพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบให้เอาชนะปัญหาด้านสภาพอากาศ ด้วยการรีโนเวตอาคารสนามฟุตบอลเก่าให้กลายเป็นคอร์ตพิกเคิลบอล 6 คอร์ต พร้อมพื้นที่ Café,Pro Shop, Private Ice Bath, ห้องพื้นที่เก็บของและงานระบบอาคาร มีหัวใจสำคัญคือการสร้างบรรยากาศของความเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีทั้งความสดใสสื่อถึงพลังงานและความกระปรี้กระเปร่า




เปลี่ยนความท้าทายจากสนามฟุตบอลเก่าสู่สนามพิกเคิลบอล
จากสนามฟุตบอลเดิมที่เป็นอาคารชั้นเดียวมีอาคาร 2 ส่วน คืออาคารสนามฟุตบอล และอาคารห้องพัก พื้นที่สนามฟุตบอลอยู่ใต้หลังคาโครง Truss Wide Span ภายในเปิดโล่งและล้อมด้วยตาข่าย ส่วนอาคารห้องพักเดิมมีลักษณะเป็นอาคารขนาดที่เล็กกว่า โดยอยู่ด้านข้างของสนามฟุตบอล มีพื้นทางเดินหน้าอาคารยกระดับสูงจากพื้นสนามฟุตบอลเล็กน้อย และถูกแบ่งออกจากกันด้วยตาข่ายขนาดใหญ่
นำมาสู่ขั้นตอนการรีโนเวตใหม่ให้ที่นี่เปลี่ยนเป็นสนามพิกเคิลบอล พร้อมพื้นที่คลับเฮ้าส์ที่มีคาเฟ่ใช้งานสบาย อาคารใหม่จะต้องรับมือกับความร้อนและแดดแรงทั้งวัน บริเวณคอร์ตตาข่ายเดิมจึงต้องปิดล้อมด้วยผนังก่ออิฐระดับล่างจากพื้นสูง 3.80 เมตร และผนังเหล็กพร้อมฉนวนกันความร้อนระดับบน ซ้อนทับด้วยหลังคาใหม่พร้อมฉนวนกันความร้อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม โดยได้รับการคำนวณค่าความสว่างที่เหมาะสมกับการเล่นพิกเคิลบอลในระดับแข่งขันด้วย



นอกจากนี้ แสงไฟในสนามยังได้รับการออกแบบแสงสว่างให้เหมาะสมกับการเล่นพิกเคิลบอลในระดับแข่งขัน
Pickleball คือกีฬาที่เป็นการผสมผสานระหว่างกีฬาเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ใช้ไม้ตีลูกพลาสติกที่คล้ายลูกเทนนิส ไม้ตีมีลักษณะคล้ายไม้ปิงปอง และมีกติกานับแต้มคล้ายปิงปอง เป็นกีฬาที่เหมาะกับผู้เล่นทุกวัย โดยกำลังได้รับความนิยมและขยายกลุ่มผู้เล่นขึ้นเรื่อย ๆ
ดีไซน์เชื่อมโยงพื้นที่ให้เป็นหนึ่งเดียว
อีกประเด็นสำคัญ คือการออกแบบองค์ประกอบดีไซน์ที่จะกลายมาเป็นเอกลักษณ์ด้านการใช้งานโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสนามกับคลับเฮ้าส์ที่ได้รับการตีความใหม่ให้ทำหน้าที่มากกว่าทางสัญจรอย่างเดิม โดยออกแบบให้เป็นขั้นบันได ที่ทำหน้าที่เป็นที่นั่งเล่นระดับ พร้อมพื้นที่สีเขียว และลานโล่งอเนกประสงค์ แทรกตัวกลมกลืนไปกับที่นั่งรอชมการแข่งขัน ซึ่งสามารถใช้ยืดเส้นยืดสาย และรองรับกิจกรรมการพบปะต่าง ๆ ทำหน้าที่มากกว่าแค่เชื่อมต่อจากคลับเฮ้าส์ไปยังคอร์ต





ขณะเดียวกันก็สร้างความสบายให้สเปซภายในด้วยหลังคาโครงเหล็กใหม่ยื่นต่อเนื่องจากแนวหลังคาเดิม ห้อยด้วยตาข่ายที่ยอมให้แสงบางส่วนลอดผ่านเข้ามาสร้างความรู้สึกเอาต์ดอร์จากแสงธรรมชาติ และเปลี่ยนจากประตูบานเลื่อนกระจกสีเขียวทีมีเฟรมอะลูมิเนียมเดิมได้ถูกแทนที่ด้วยกระจกใสเต็มบานเปิดมุมมองระหว่างสนามกับคลับเฮ้าส์ให้ต่อเนื่องกัน สอดคล้องกับกระจกใสบานใหญ่ที่ภายนอกให้มองเห็นพื้นที่ทั้งหมดในสนามเชื้อเชิญให้รู้สึกอยากเข้ามาใช้งาน




วัสดุสร้างความแตกต่าง
หัวใจสำคัญ คือการเลือกใช้วัสดุ โดยอิฐดินเผาสีส้ม ถูกใช้เพื่อสร้างความต่อเนื่องกับอาคารเดิมและอาคารข้างเคียงในที่ดินเดียวกัน ขณะที่บล็อกแก้ว ได้นำมาใช้แทนผนังทึบในส่วน Ice Bath และห้องน้ำ เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่ตาข่ายสีส้ม ถูกนำมาตีความใหม่เป็นฟาซาด ใช้แบ่งพื้นที่ ห้อยตกแต่งภายในคลับเฮ้าส์ และที่นั่งข้างคอร์ต เพื่อสื่อถึงความเบา การเคลื่อนไหว และเงาที่เกิดจากตาข่าย สร้างความรู้สึกถึงลมและแสงธรรมชาติ อันสื่อสารได้ถึงนัยของกีฬากลางแจ้ง ผ่านส่วนต่างๆ ของอาคารแห่งนี้
ที่ตั้ง
142/2 ซอยพัฒนาการ 44 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เปิดทุกวัน 8.00- 22.00 น.
โทร. 09-9619-2666
ออกแบบ: KANITarchitects
ก่อสร้าง: 2W Sustainable & Decor Limited Partnership
ออกแบบแสงสว่าง: Moon Sangphrachan Co., Ltd.
เรียบเรียง: Phattaraphon
ภาพ: Mike Kanitpat
The Baptist พื้นที่มิกซ์ยูสย่านพญาไท เด่นด้วยแนวคิดพลิกแพลงวัสดุ
