Fernpresso Flagship Store at Suandok คาเฟ่ตึกแถวเชียงใหม่ - room

Fernpresso Flagship Store at Suandok คาเฟ่ตึกแถวเชียงใหม่ ผสานหลากฟังก์ชันในอาคารเก่า

เปลี่ยนโฉมตึกแถว 2 คูหา ย่านสวนดอก ให้เป็นคาเฟ่แฟล็กชิบสโตร์ Fernpresso Flagship Store at Suandok คาเฟ่ในเครือ Fernpresso ที่ดึงธรรมชาติเข้าสู่บริบทเมืองเชียงใหม่

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: 𝗯𝗹𝗮𝗻𝗸𝘀𝘁𝘂𝗱𝗶𝗼

ที่นี่เป็นคาเฟ่ลำดับที่ 5 ของ Fernpresso โดยขยับขยายจากสาขาทั้ง 4 ที่มีจุดเด่น คือเป็นคาเฟ่นอกเมืองเน้นแลนด์สเคปวิวธรรมชาติ โดยสาขานี้มีคอนเซ็ปต์ที่ต่างออกไป ด้วยการเลือกเช่าตึกแถว 2 คูหา แล้วรีโนเวตให้กลายเป็นคาเฟ่ที่ผสมผสานโรงคั่ว เพื่อนำเสนอเรื่องราวของกาแฟที่จริงจังมากกว่าสาขาอื่น ๆ พร้อมกับพื้นที่ที่ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชันต่าง ๆ มากขึ้นในฐานะที่เป็นสาขาแฟล็กชิบสโตร์

เลือกเช่าตึกแถว 2 คูหา แล้วรีโนเวตให้กลายเป็นคาเฟ่ที่ผสมผสานโรงคั่ว เพื่อนำเสนอเรื่องราวของกาแฟที่จริงจังมากกว่าสาขาอื่น ๆ
พื้นที่ด้านหน้ายังถูกแบ่งสัดส่วนให้เป็นที่นั่งสำหรับเอาต์ดอร์ที่นั่งได้ตลอดทั้งวันเนื่องจากเป็นทิศตะวันออก ไม่ทำให้แสงส่องเข้ามาร้อนมากจนเกินไป
บาร์กาแฟและขนมเบเกอรี่ยาวขนานไปกับตัวร้าน เน้นพื้นที่แรกสุดอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
โซนที่นั่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและบิลท์อินตอบโจทย์การใช้งาน
พื้นที่สำหรับสโลว์บาร์ที่แยกจากบาร์ปกติ เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวของบาริสต้า
แก้ไข

blankstudio กล่าวว่าที่นี่ออกแบบจากข้อจำกัดทั้งงบประมาณและความท้าทายเรื่องโครงสร้างของอาคารพาณิชย์เก่า พร้อมกันนั้นก็ยังต้องการเล่าเรื่องให้ แฟล็กชิบสโตร์แห่งนี้นำเสนอเรื่องราวการเดินทางของร้านกาแฟทั้ง 4 สาขา และแม้ว่าจะเป็นสาขาที่เป็นบริบทในเมือง เจ้าของก็ยังต้องการให้ลูกค้าได้มีพื้นที่นั่งจิบกาแฟชิล ๆ ในบรรยากาศสบาย หรือสามารถนั่งพูดคุยทำงานกันได้โดยไม่แออัดจนเกินไป

เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่เช่าชั่วคราวข้อจำกัดแรกสุดจึงเป็นเรื่องของการใช้งบประมาณที่สมเหตุสมผลเมื่อคาเฟ่ต้องหมดสัญญาลงในเวลาอันสั้น อันถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกแบบข้อสำคัญที่สุดก็ว่าได้ โดยผู้ออกแบบได้แบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในให้มีฟังก์ชันที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น บาร์ พื้นที่นั่ง โรงคั่ว พื้นที่เวิร์กชอป และเชลฟ์สำหรับวางขายสินค้า ให้ทุกพื้นที่มีขนาดพอเหมาะและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นออกแบบลำดับเข้าถึงพื้นที่แต่ละส่วนโดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ให้วุ่นวาย หรือปะปนกับพื้นที่อื่น อีกทั้งยังจำกัดการสร้างโครงสร้าง หรือการตกแต่งถาวรใดๆ ลงไปภายในพื้นที่ ด้วยการปล่อยให้เห็นสภาพเดิมของอาคารแทนการตกแต่ง และเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและใช้บิลท์อินเท่าที่จำเป็น

พื้นที่ร้านที่แบ่งสัดส่วนตามการใช้งาน ทำให้ร้านดูไม่แออัดและเป็นระเบียบ
ฟาซาดให้เป็นข่องเปิดกรุด้วยโครงเหล็กที่ถอดรูปร่างมาจากการตีความลักษณะของใบเฟิร์นตามชื่อของแบรนด์คาเฟ่

ด้านหน้าอาคารปรับลุคด้วยการรีโนเวตให้ดูโมเดิร์นขึ้นด้วยผนังคอนกรีตสีขาวที่เรียบง่าย แปะชื่อร้านเป็นตัวอักษร “ Frenpesso” ให้ดูโดดเด่นและเชื้อเชิญแขก อีกทั้งยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งบนฟาซาดให้เป็นข่องเปิดกรุด้วยโครงเหล็กที่ถอดรูปร่างมาจากการตีความลักษณะของใบเฟิร์นตามชื่อของแบรนด์คาเฟ่แห่งนี้ พื้นที่ด้านหน้ายังถูกแบ่งสัดส่วนให้เป็นที่นั่งสำหรับเอาต์ดอร์ที่นั่งได้ตลอดทั้งวันเนื่องจากเป็นทิศตะวันออก เปิดโล่งด้วยกระจกเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าไปพื้นที่ภายในและสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เป็นกันเอง

เชลฟ์สำหรับวางสินค้าบิลท์อินร่วมกับโครงสร้างอาคารเดิม
ด้านหลังบริเวณชั้นที่หนึ่งคือพื้นที่เวิร์กชอปที่รอเปิดทำการเรียนการสอนด้านกาแฟในอนาคต
ส่วนของโรงคั่วที่ถูกกั้นให้เป็นห้องติดเครื่องปรับอากาศแยกส่วนออกไป เพื่อลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศในส่วนที่เหลือโดยไม่จำเป็น
รังสรรค์ให้เป็นพื้นที่นั่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั้งหมด

เมื่อเข้ามาจากด้านหน้าจะเจอกับบาร์กาแฟและขนมยาวขนานไปกับตัวร้าน เน้นพื้นที่แรกสุดอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าผู้ต้องการเลือกซื้อกลับบ้านก่อน จากนั้นภายในจึงออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทานที่ร้าน ที่นี่จะมีทั้งบาร์เอสเปรสโซปกติและพื้นที่สำหรับสโลว์บาร์ที่แยกกัน เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวของบาริสต้า

ที่นั่งถูกออกแบบให้มีทั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินและลอยตัวผสานไปด้วยกัน โดยได้ขยายโซนที่นั่งไปจนถึงบริเวณชั้นสองที่เป็นพื้นที่กึ่งชั้นลอย (Mezzanine) เพื่อให้มีที่นั่งเพียงพอ

ทางขึ้นชั้น 2 ที่เป็นพื้นที่กึ่งชั้นลอย (Mezzanine) ตั้งใจให้เป็นที่นั่งที่ให้ความส่วนตัวมากกว่าบริเวณชั้น 1
สามารถมองเห็นพื้นที่ชั้นล่างได้อย่างชัดเจน ช่วยสร้างบรรยากาศที่เปิดโล่งและผ่อนคลาย

ชั้น 2 ตั้งใจให้เป็นที่นั่งที่ให้ความส่วนตัวมากกว่าบริเวณชั้นที่หนึ่ง เพราะมีความสงบ และพลุกพล่านน้อยกว่า โดยพื้นที่นี้ยังสามารถมองเห็นพื้นที่ชั้นล่างได้อย่างชัดเจน ช่วยสร้างบรรยากาศที่เปิดโล่งและผ่อนคลายสำหรับแขกที่ต้องการนั่งคุย หรือทำงานยาว ๆ

ส่วนด้านหลังของอาคารบริเวณชั้น 1 หรือส่วนที่ถัดออกมาจากบริเวณโซนที่นั่ง ได้รับการออกแบบให้เสมือนเป็นพื้นที่พิเศษสำหรับสาขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟล็กชิบสโตร์ นั่นคือพื้นที่เวิร์กชอปที่รอเปิดทำการเรียนการสอนด้านกาแฟในอนาคต

คุณศตวัชร ขัตลิวงศ์ จาก blankstudio
คุณวีระชัย จงพิพิธพร และคุณศศิธร จงพิพิธพร

และยังมีส่วนของโรงคั่วที่ถูกกั้นให้เป็นห้องติดเครื่องปรับอากาศแยกส่วนออกไป เพื่อลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศในส่วนที่เหลือโดยไม่จำเป็น โดยพื้นที่ส่วนที่เหลือนี้ก็ได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นพื้นที่นั่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั้งหมด เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้สอย และเพื่อประหยัดการตกแต่งถาวรสำหรับอาคารที่ต้องการเช่าเพียงระยะสั้น จากนั้นจึงเพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้ ทั้งต้นกระถางและต้นที่ห้อยจากโครงสร้างด้านบน ซึ่งโซนด้านหลังนี้ยังได้รับแสงธรรมชาติจากช่องเปิดด้านหลังและด้านบนจากโครงสร้างเดิมของอาคารที่ผู้ออกแบบตั้งใจเจาะช่องแสงเป็นวงกลม ทำให้แสงที่ส่องมาเป็นแสงที่ถูกกรองและได้เงาที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา

Fernpresso Flagship Store จึงเป็นการใช้อาคารเก่าให้กลับมามีคุณค่าเป็นพื้นที่ธุรกิจอีกครั้ง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เปิดรับทุกคนให้เข้ามาพักผ่อน หรือพักเหนื่อยจากการเรียนหรือทำงาน ในบริบทย่านสวนดอกของเมืองเชียงใหม่ที่เต็มไปด้วยสถานที่ทำงาน มหาวิทยาลัย โรงเรียน และโรงพยาบาล ที่หากเพียงได้เครื่องดื่มสักแก้ว ก็คงจะช่วยให้การดำเนินชีวิตแต่ละวันมีชีวิตชีวาขึ้นได้ไม่มากก็น้อย

ที่ตั้ง
Fernpresso Flagship Store at Suandok
8 ถนนสิโรรส ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด https://maps.app.goo.gl/523KWptT4zwRkKm36
เปิดทุกวัน 07.15 -20.00 น.
โทร. 09-6768-8689

ออกแบบ: 𝗯𝗹𝗮𝗻𝗸𝘀𝘁𝘂𝗱𝗶𝗼
เจ้าของ: คุณวีระชัย จงพิพิธพร และคุณศศิธร จงพิพิธพร

เรื่อง: Lily J.
ภาพ: นันทิยา บุษบงค์ และณัฐวรรธ์ ไทยเสน


Me & Bacon Head Store รีโนเวตบ้านเก่า เป็นคาเฟ่และร้านอาหาร เสิร์ฟเมนูบรั๊นช์สุดอบอุ่น กลางเมืองเชียงใหม่