Akamori Yakiniku ร้านปิ้งย่าง ที่เลือกสร้างสุนทรียภาพจากภายใน

Akamori Yakiniku เสิร์ฟความพรีเมียม เปี่ยมสุนทรียภาพกินดื่ม

ร้านเนื้อย่างยากินิกุระดับพรีเมียม Akamori Yakiniku ตั้งอยู่ในย่านบางแวก ที่เลือกออกแบบร้านให้ปิดทึบ แยกออกจากบริบทพื้นที่โดยรอบ แล้วสร้าง ‘สุนทรียภาพภายใน’ เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่ม

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: TOUCH Architect

จุดเริ่มต้นของร้าน Akamori Yakiniku มาจากกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเห็นโอกาสในย่านราชพฤกษ์ที่ยังขาดร้านเนื้อย่างระดับพรีเมียมจึงตัดสินใจสร้างร้าน Akamori Yakiniku นี้ขึ้นบนที่ดินเปล่าในซอยบางแวก ซึ่งรายล้อมด้วยอู่ซ่อมรถ ร้านสะดวกซื้อ และการจราจรพลุกพล่านติดถนนหน้าแคบ ไม่เอื้อกับการสร้างบรรยากาศที่ดีในร้านอาหาร

การดันตัวอาคารเว้นจากถนนเข้าไปด้านใน สร้างพื้นที่บัฟเฟอร์เว้นจากความวุ่นวายภายนอกและยังเพิ่มระยะการมองเห็นหน้าร้านให้มากขึ้น
คอร์ตยาร์ดกลมกลางร้าน สร้างโอเอซิสทางสายตา ระหว่างการรับประทานอาหาร

ด้วยข้อจำกัดนี้ ผู้ออกแบบ TOUCH Architect จึงเลือกสร้างบัฟเฟอร์ (Buffer) เว้นพื้นที่ระหว่างถนนจนถึงตัวร้านที่เป็นอาคารทรงกล่องปิดทึบ เพื่อตัดขาดตัวร้านออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้วหันมาเติมเต็ม ‘สุนทรียภาพภายใน’ ผ่าน朝คอร์ตยาร์ดทรงกลมพร้อมต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้โฟกัสกับบรรยากาศการรับประทานอาหารภายในร้านอย่างเต็มที่ อีกทั้งอาคารทรงกล่องยังช่วยลด ‘งบประมาณและเวลา’ ในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเช่าที่ดินทำธุรกิจ

วงกลม และ สีแดง สื่อนัยถึง ‘ความญี่ปุ่น’ และยังสื่อถึง ไม้เสียบเนื้อย่าง ผ่านชั้นเชิงการออกแบบ
ที่นี่ออกแบบอาคารปิดทึบเพื่อตัดตัวเองออกจากบริบทวุ่นวายภายนอก ยกระดับประสบการณ์การกินดื่มด้วย ‘สุนทรียภาพภายใน’

องค์ประกอบของธงชาติญี่ปุ่นอย่าง ‘วงกลม’ และ ‘สีแดง’ ได้รับการกำหนดให้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ นำมาสู่องค์ประกอบสำคัญอย่าง ‘Red Line of Appetite’ หรือเส้นสายสีแดงที่ปรากฏโดดเด่นในสถาปัตยกรรมซึ่งช่วยดึงดูดสายตา กระตุ้นความอยากอาหาร และสร้างให้เกิดความเข้าใจการใช้งานพื้นที่ไปพร้อมกัน

เริ่มตั้งแต่มาสคอตวัวแดงประกาศตัวเป็นร้านเนื้อย่างยืนเด่นสง่าอยู่หน้าร้าน เชื่อมกับเส้นที่นำทางให้เดินจาก Parking Area มาถึงทางเข้า พุ่งต่อไปตัดกับคอร์ตกลมใจกลางร้าน สื่อไปถึงไม้เสียบเนื้อย่าง การจัดการอาคารภายในล้วนคำนึงถึงการใช้งานพื้นที่ที่ดีของลูกค้า มีการแยกส่วนครัวร้อนและเซอร์วิสออกจากโซนที่นั่ง เพื่อลดปัญหาความร้อนและกลิ่น อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ ในสีเข้ม เสริมด้วยไลท์ติ้งดีไซน์ ช่วยขับเน้นมวลบรรยากาศให้เนื้อเกรดพรีเมียมสีแดงได้ฉายความพรีเมียมสุดประทับใจ

มาสคอตวัวแดงประกาศตัวเป็นร้านเนื้อย่างยืนเด่นสง่าอยู่หน้าร้าน เชื่อมกับเส้นที่นำทางให้เดินจาก Parking Area มาถึงทางเข้า พุ่งต่อไปตัดกับคอร์ตกลมใจกลางร้าน โดยใช้สีแดงที่สื่อถึงความอยากอาหาร ได้นำมาใช้เป็นเส้น ‘Red Line of Appetite’ นำทางมาสู่ทางเข้าทั้งสอง
การเลือกใช้วัสดุสีเข้มแต่ไม่ถึงกับดำ รวมถึงการดีไซน์แสงไฟ ยังช่วยขับบรรยากาศองค์รวมและสีแดงของเนื้อคุณภาพ
ให้ความรู้สึกถึงพรีเมียมในทุกประสาทสัมผัส

กลุ่มเป้าหมายสายเนื้อ Beef Lovers ในย่าน ที่มักมากันเป็นกลุ่มเพื่อนและครอบครัว นำมาถึงการสร้างสมดุลของงานออกแบบที่เชื้อเชิญให้ลูกค้ากล้าเดินเข้ามาสัมผัสในร้าน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่จะได้รับนั้นเหมาะสมกับราคาที่จะต้องจ่าย

โครงการนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการเสริมศักยภาพของธุรกิจอาหารด้วยดีไซน์ ผ่านการสร้างประสบการณ์พิเศษที่อยู่ภายใน เล่าผ่านองค์ประกอบเฉพาะที่ส่งเสริมแบรนด์ ยกระดับประสบการณ์และเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการที่ดีจนสามารถเอาชนะข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้ เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่ตั้ง
371/1 ถนนบางแวก แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
พิกัด maps.app.goo.gl/ymVbNebH9PyuTSYL8
เปิด วันจันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 15.00 น. | 17.00 – 22.00 น.
วันเสาร์–อาทิตย์ เปิดทั้งวัน 11.00 – 22.00 น.
โทร. 0-98195-7592
หรือ Line: @akamori

ออกแบบ: TOUCH Architect

ภาพ: Metipat Prommomate
เรื่อง: Sundaynightsofast


French Kitsch Cafe’ถอดรูปทรงครัวซองต์ สู่คาเฟ่โคราช ดิบกร้าวด้วยสถาปัตยกรรมคอนกรีต