MAT·SA·YA House of Seafood ร้านซีฟู้ดในประติมากรรมลอบจับปลา

MAT·SA·YA House of Seafood ร้านซีฟู้ด แนวคิดลอบจับปลา ผสานดีไซน์ร่วมสมัย

MAT·SA·YA House of Seafood หรือ “มัศยา” ร้านอาหารซีฟู้ดแบบ Thai Coastal Cuisine แห่งย่านทองหล่อ ชูเสน่ห์สไตล์ไทยผ่านการตีความ “ลอบจับปลา” สู่งานดีไซน์ร่วมสมัย

DESIGNER DIRECTORY
ออกแบบ: Tastespace  

หากการออกเรือเล็กไปกลางทะเลเพื่อหาปลา หรือการวางลอบจับปลาของชาวประมง คือ การลุ้น! ว่า ในแต่ละวันจะจับได้ปลา หรือสัตว์น้ำชนิดใดกลับขึ้นฝั่งบ้างละก็ เมนูซีฟู้ดสไตล์ไทยของร้านมัศยาก็คงเช่นกัน เพราะเชฟภาณุ สุวรรณกิจบริหาร เจ้าของร้านเน้นคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากทะเล ด้วยการสนับสนุนชาวประมงพื้นบ้านทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อนำมาประกอบเป็นเมนู ทำให้ต้องลุ้นว่าแต่ละวันทางร้านจะได้ปลาชนิดใด นั่นจึงทำให้เกิดความหลากหลาย และเป็นเสน่ห์ของมัศยา โดยที่เชฟเองก็สนุกกับการสร้างสรรค์เมนูตามวัตถุดิบ ปรุงเสิร์ฟแบบอะลาคาร์ทให้แก่ลูกค้าได้ลิ้มลอง

ตีความ“ลอบ” สู่งานออกแบบร้านซีฟู้ด ที่เป็นดังประติมากรรม ซ้อนอยู่ในกล่องกระจก พร้อมเปล่งแสงสว่างออกมาจากการออกแบบไลต์ติ้งโดยสตูดิโดออกแบบแสง LIGHT IS ช่วยให้ร้านสะดุดตาในยามค่ำคืน
ด่านแรกจะได้พบกับมินิบาร์เล็ก ๆ ที่เสมือนอยู่ในลอบจับปลาขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่นั่งลูกค้า ขณะพักคอยเพื่อรอโต๊ะ หรือจะนั่งจิบเครื่องดื่มก็ได้ โครงขึ้นรูปจากโครงเหล็กปิดทับด้วยวีเนียร์ลายไม้
ทันทีที่เข้ามาลูกค้าจะพบกับเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ สำหรับทำหน้าที่แจกจ่ายลูกค้าให้เดินสู่ร้านมัศยา ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ และร้านจุกซุนแซ (Juksunchae) ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งเกาหลี ซึ่งอยู่ชั้นบนด้านขวามือ

ลอบจับปลาพื้นบ้านคลี่คลายสู่ดีไซน์ร่วมสมัย

จากการลุ้นไปกับเรื่องราวของวัตถุดิบ กับชื่อร้าน “มัศยา” ซึ่งแปลว่า ปลา ตามภาษาสันสกฤต คุณกิจธเนศ ขจรรัตนเดช แห่ง Tastespace จึงคิดนำ “ลอบจับปลา” อุปกรณ์จับปลาพื้นบ้านทำจากไม้ไผ่มาใช้คลี่คลายสู่งานออกแบบ ที่ดูคล้ายกับกำลังครอบคลุมพื้นที่ของตัวร้านเอาไว้ กลายเป็นอีกลูกเล่นสนุก ๆ ไม่ต่างจากเรากำลังอยู่ในลอบจับปลาเสียเอง

ในขั้นตอนการออกแบบร้าน เดิมพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่ให้เช่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Marriott Executive Apartments Townhall Sukhumvit 49 ภายในมีลักษณะเป็นห้องกระจกฝ้าเพดานสูงแบบ Double High Ceiling นั่นจึงเป็นโจทย์ให้ดีไซเนอร์คิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวร้านดูโดดเด่นเมื่อถูกมองเข้ามา โดยยังคงเล่าความเป็นไทยและเป็นจุดสนใจ ด้วยการเลือกลอบจับปลามาสร้างเป็นดีไซน์ทำหน้าที่คล้ายฟาซาดให้แก่ร้าน หรืออีกมุมหนึ่งยังดูคล้ายกับ “ลอบ” นี้ เป็นดังประติมากรรมซ้อนอยู่ในกล่องกระจก เปล่งแสงออกมาจากการออกแบบไลท์ติ้งโดยสตูดิโดออกแบบแสง LIGHT IS ช่วยให้ร้านสะดุดตายามค่ำคืน

เชฟภาณุ สุวรรณกิจบริหาร เจ้าของร้านมัศยา

“ผมเริ่มจริงจังในการทำอาหารไทยเมื่อสักประมาณ 5 – 6 ปี ให้หลังมานี้ครับ เพราะผมรู้สึกว่าอยากทำร้านที่มีความเฉพาะเจาะจงกับวัตถุดิบอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ถ้าอยากมากินอาหารซีฟู้ดต้องมาร้านนี้ ถ้าอยากกินเนื้อต้องไปร้านนั้น เลยดึงคอนเซ็ปต์นี้มาใช้ โดยให้เป็นร้านที่ขายเฉพาะซีฟู้ดอย่างเดียว และเป็นอาหารไทยที่มีความเป็นท้องถิ่นชายฝั่งทั้งอ่าวไทย-อันดามัน

“แต่ละเมนูจะต่างไปแล้วแต่รอบครับ เพราะเราสั่งปลาจากเรือประมงเล็ก แต่ละรอบที่เขาออกเรือ เขาจะได้วัตถุดิบแต่ละรอบมาไม่เหมือนกัน บางทีได้ปลาตัวเล็ก หรือบางทีออกเรือได้ไกลก็จะได้ปลาที่อยู่น้ำลึกขึ้น มีความแปลกใหม่ขึ้น แต่ละวันจะมีการแจ้งและปรับเปลี่ยนเมนูไปตามวัตถุดิบ เหมือนการลุ้นว่าในลอบจับปลาจะได้เจอกับปลาชนิดใด เข้ากับธีมออกแบบของร้าน”
เชฟภาณุ สุวรรณกิจบริหาร เจ้าของร้านมัศยา

ยำหอยตลับมะม่วงเบา รสชาติลงตัวหวานอมเปรี้ยวสดชื่น
ปลากล้วยญี่ปุ่นย่างคะน้าฮ่องกง เนื้อปลาหอมกลิ่นย่างที่เชฟใช้เตาถ่านย่างหอม ๆ คู่กับยอดคะน้าอร่อยเข้ากัน
แกงส้มกะเป๊ก (หน่อไม้น้ำ) กุ้งลายเสือ นำกุ้งลายเสือไปย่างหอม ๆ จัดวางลงในน้ำซุปแกงส้มหอมหวนเครื่องแกงใต้
มาแล้วต้องลองสั่งค็อกเทลต้มข่าไก่ เมนูเครื่องดื่มสไตล์ไทย ๆที่มีรสปรี้ยวอมหวาน หอมมันน้ำกะทิ

กลิ่นอายทะเลในบรรยากาศอบอุ่นโมเดิร์น

ด้วยรูปทรงของลอบที่เข้าไปอยู่ในกระจกนี้ จึงดูไม่ต่างจากไอคอนิก หรือประติมากรรมชิ้นหนึ่ง เชิญชวนให้อยากเข้ามาสำรวจภายใน โดยทันทีที่เข้ามาลูกค้าจะพบกับเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ สำหรับทำหน้าที่แจกจ่ายลูกค้าให้เดินสู่ร้านมัศยา ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ และร้านจุกซุนแซ (Juksunchae) ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งเกาหลี ซึ่งอยู่ชั้นบนด้านขวามือ

ภายในพื้นที่รับประทานอาหาร เหมือนกำลังอยู่ในลอบขนาดใหญ่ ช่องด้านบนเป็นไฟแบบบาริซอล (Barrisol) ให้แสงลอดลงมาแล้วกระจายไปรอบ ๆ ซึ่งเปรียบเหมือนช่องว่างด้านบนของตัวลอบนั่นเอง 
ช่องด้านบนเป็นไฟแบบบาริซอล (Barrisol) ให้แสงลอดลงมาแล้วกระจายไปรอบ ๆ ซึ่งเปรียบเหมือนช่องว่างด้านบนของตัวลอบนั่นเอง

การออกแบบพื้นที่ใช้งานของร้าน ด่านแรกลูกค้าจะได้พบกับมินิบาร์เล็ก ๆ ที่เสมือนอยู่ในลอบจับปลาขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่นั่งลูกค้า ขณะพักคอยเพื่อรอโต๊ะ หรือจะนั่งจิบเครื่องดื่มก็ได้ โครงสร้างที่เรียกว่าลอบนี้ ขึ้นรูปจากโครงเหล็ก แล้วปิดทับด้วยวีเนียร์ลายไม้ ผนังหุ้มด้วยวอลล์เปเปอร์สานใช้แทนหวายแท้ให้ความรู้สึกถึงเท็กซ์เจอร์และความเป็นธรรมชาติ แล้วใช้ไลท์ติ้งช่วยขับให้ยิ่งงดงามขึ้น ส่วนช่องด้านบนเป็นไฟแบบบาริซอล (Barrisol) ให้แสงลอดลงมาแล้วกระจายไปรอบ ๆ ซึ่งเปรียบเหมือนช่องว่างด้านบนของตัวลอบนั่นเอง

การตกแต่งโดยรวมเน้นบรรยากาศที่ดูอบอุ่น ใช้วัสดุทดแทนวัสดุธรรมชาติเพื่อให้ดูแลรักษาง่าย ทนต่อกลิ่น และความชื้น ผนังรอบ ๆ ตกแต่งวอลล์เปเปอร์คล้ายภาพโมเสกลายสัตว์ทะเลอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของร้านซีฟู้ด
อีกเสน่ห์ของร้านนี้ คือกรรมวิธีการทำอาหารของเชฟ โดยเฉพาะการย่าง (Grilling) บนเตาถ่าน เพื่อเพิ่มรสชาติและความหอม จึงเป็นความตั้งใจของดีไซเนอร์โชว์ในการออกแบบครัวแบบโอเพ่นคิทเช่น
สน่ห์ของร้านนี้ นอกจากอาหารทะเลที่จัดเสิร์ฟตามวัตถุดิบที่ส่งตรงจากเรือประมงพื้นบ้าน

จากโซนมินิบาร์ด้านนอกที่เปรียบเสมือนเป็นด่านแรก ยังทำหน้าที่สร้างความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารด้านใน คนภายนอกจึงมองเห็นได้แค่บางส่วนของมินิบาร์และครัวเท่านั้น สำหรับโซนรับประทานอาหาร ดีไซเนอร์ยังคงเล่าธีมการออกแบบให้เสมือนมีลอบอีกอันหนึ่งครอบอยู่ รองรับลูกค้าได้ราว 20 ที่นั่ง

พื้นปูด้วยลามิเนตลายไม้ เพื่อคุมคาแรกเตอร์อบอุ่นเป็นธรรมชาติ ตามโจทย์ของเชฟเจ้าของร้าน หากแต่ไม่เลือกนำวัสดุธรรมชาติแท้ ๆ มาใช้ เนื่องจากเป็นร้านอาหารที่ต้องคำนึงถึงการทำความสะอาดและการดูแลรักษา ดีไซเนอร์จึงเลือกใช้วัสดุทดแทนวัสดุธรรมชาติแทน แล้วสร้างบรรยากาศด้วยไฟดาวน์ไลท์ให้เกิดมิติด้านการใช้งาน ผนังรอบ ๆ ตกแต่งวอลล์เปเปอร์คล้ายภาพโมเสกลายสัตว์ทะเลอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของร้านซีฟู้ด

สัมผัสภาพ รส กลิ่น เสียง จากครัวแบบโอเพ่นคิทเช่น

อีกเสน่ห์ของร้านนี้ นอกจากอาหารทะเลที่จัดเสิร์ฟตามวัตถุดิบที่ส่งตรงจากเรือประมงพื้นบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือกรรมวิธีการทำอาหารของเชฟ โดยเฉพาะการย่าง (Grilling) บนเตาถ่าน เพื่อเพิ่มรสชาติและความหอม จึงเป็นความตั้งใจของดีไซเนอร์โชว์ในการออกแบบครัวแบบโอเพ่นคิทเช่น

ดีไซเนอร์จึงเลือกใช้วัสดุทดแทนวัสดุธรรมชาติแทน แล้วสร้างบรรยากาศด้วยไฟดาวน์ไลท์ให้เกิดมิติด้านการใช้งาน

โชว์ให้ลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารได้เห็นบรรยากาศการทำครัวแท้ ๆ โดยจะสัมผัสทั้งภาพ รส กลิ่น เสียง โดยยังคงมีระบบควบคุมกลิ่นและควันไม่ให้รบกวนลูกค้า จึงเรียกได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สมบูรณ์แบบ เหมาะกับคาแรกเตอร์ของร้านที่คนรักซีฟู้ดต้องมา

จัดจ้านไปกับรสชาติถึงเครื่องอาหารไทย หอมเนื้อปลาย่างแสนอร่อย มีตำรับความอร่อยมาจากจังหวัดชายฝั่งทั้งภาคใต้และตะวันออก ผสานไปกับดีไซน์ที่สื่อสารผ่านความร่วมสมัย โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์แบบไทย ๆ ผ่านอุปกรณ์หาปลาอย่าง ลอบ ที่สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้พบเห็น อันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครหยิบมาใช้เล่าในความเป็นร้านอาหารซีฟู้ดได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ที่ตั้ง
โครงการ Townhall Sukhumvit 49 ภายในโรงแรม Marriott Executive Apartments สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
พิกัด https://maps.app.goo.gl/nmBxULdro63sB1U7A
เปิด วันพฤหัสบดี – วันจันทร์ (ปิดวันอังคาร และพุธ)
เวลา 18.00 – 22.00 น.
Line @matsayabkk
โทร. 06-3619-3922

เจ้าของ: เชฟภาณุ สุวรรณกิจบริหาร
ออกแบบ-ตกแต่ง: Tastespace
ออกแบบแสง: LIGHT IS

เรื่อง: Phattaraphon
ภาพ: Soopakorn Srisakul


Copine ร้านอาหารแคชวลไดนิ่งผสานประสบการณ์เชฟส์ เทเบิล อบอุ่นด้วยบรรยากาศยูโรเปียน