Commercial Space Archives - Page 36 of 88 - room

STUDIOLOGY เปลี่ยนภาพลักษณ์สตูดิโอ ด้วยผนังอิฐที่เปลี่ยนผันตามธรรมชาติ

จากภาพลักษณ์ สตูดิโอ ให้เช่าที่มักมีหน้าตาเป็นโกดัง หรือโครงเหล็กสไตล์อินดัสเทรียล ซึ่งเป็นการออกแบบไม่มากวิธี จนได้รับความนิยมกันอย่างดาษดื่น จะเป็นอย่างไรหากสตูดิโออยากเปลี่ยนโฉมมาเป็นอาคารกรุผนังอิฐสีส้มดูบ้าง ซึ่งให้ทั้งความโดดเด่นเเละงดงามอย่างเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน DESIGNER DIRECTORY :  ออกแบบ : Atelier of Architects  ในซอยลึกของถนนประเสริฐมนูกิจ 29 ย่านลาดพร้าว อาคารอิฐ ทรงกล่องขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างเด่นหรา ดูแปลกแยกจากอาคารบ้านเรือนและสุมทุมพุ่มไม้โดยรอบ กล่องทรงคล้ายลูกบาศก์ที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Studiology” สตูดิโอ ให้เช่าสำหรับงานถ่ายทำทุกประเภท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนภาพจำของสตูดิโอถ่ายทำทั่วไปสามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยขนาดของสถานที่ Studiology นั้น นับเป็นสตูดิโอขนาดกลาง ที่มีข้อดีคือการตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองอันสะดวกกับหลายทีมงานกองถ่ายที่มักทำงานอยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก ซึ่งนับว่าหาได้ยากสำหรับสตูดิโอในขนาดเดียวกัน นอกจากนั้นความที่ตั้งอยู่ในซอยลึกห่างจากความพลุกพล่านของถนนใหญ่ ยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับศิลปินดาราทีมงานกองถ่ายทำ คุณทวีพล ธีระวิชิตชัยนันท์ หนึ่งในหุ้นส่วนผู้เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในอุตสาหกรรมโปรดักชั่นเฮ้าส์เป็นทุนเดิม เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของโครงการว่า “ไอเดียของเราคืออยากให้เป็นสตูดิโอที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสำหรับลูกค้า เรามีแค่สตูดิโอเดียวเท่านั้น ดังนั้นเวลามาใช้งานทั้งพื้นที่ จะมีแต่ทีมของเรา เหมาะกับกองถ่ายที่มีดนดัง หรือศิลปินที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ตอนที่คุยกับสถาปนิก เราอยากให้มันเป็นแลนด์มาร์ก คือตัวสตูดิโอจริง ๆ จะเป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมที่ฟังก์ชันอยู่ข้างใน แต่ข้างนอกเราก็อยากให้มีความโดดเด่น คนจดจำได้ว่าที่นี่คือ Studology” […]

WOODEN CAVE เปลี่ยนบรรยากาศไปนอนในถ้ำที่ประกอบขึ้นจากไม้ทั้งหมด 1,112 ชิ้น

รีโนเวตโรงแรม Hyades Mountain Resort ในประเทศกรีซ โดยยังคงโครงสร้างเดิมของห้องพักไว้ แล้วทำการตกแต่งภายในด้วยไม้แบบโค้งเสมือนเป็นถ้ำไม้อันแสนอบอุ่น ภายในห้องแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนของเตียงนอน 2 ตำแหน่งที่ใช้โครงสร้างไม้ต่อเนื่องลงมาจากผนังโค้ง และส่วนของที่นั่งพักผ่อนซึ่งสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้เต็มตา ร่วมด้วยพื้นที่ครัวเปิดขนาดกะทัดรัด และเตาผิงที่กรุด้วยหินสีดำ เน้นการแบ่งโซนภายในห้องออกเป็นสองอารมณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนเพื่อสื่อถึงบรรยากาศแบบ “ถ้ำ” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่หลบภัยของมนุษย์มาแต่ครั้งอดีตกาล หินสีดำบริเวณภายนอกเปรียบเสมือนตัวถ้ำที่มีความแข็งแกร่งสามารถป้องกันภัยได้ แต่เมื่อเข้ามาภายในกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นน่าพักผ่อนด้วยวัสดุอย่างไม้สนที่นำมาดัดเป็นเส้นโค้งดูพลิ้วไหว หิน และไม้สน ที่นำมาใช้เป็นวัสดุหลักนั้น ล้วนเเต่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยไม้สนที่ดัดโค้งเป็นผนังคือไม้ทั้งท่อนที่นำมาซ้อนต่อกัน และใช้ไม้สนอัดในส่วนอื่น ๆ ซึ่งโครงสร้างไม้ที่นำมาตกแต่งภายในจะถูกติดตั้งแบบเว้นระยะจากผนังคอนกรีตเดิม เพื่อให้เหลือช่องว่างระหว่างไม้กับผนังคอนกรีตสำหรับช่วยระบายอากาศ กันความชื้น และเป็นฉนวนความร้อนอีกชั้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะอากาศแปรปรวนตลอดทั้งปี นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังผนังโค้งที่ดูพลิ้วไหวนี้ ต้องประกอขึ้นด้วยไม้มากกว่า 1,112 ชิ้น ที่ไม่เหมือนกันเลย! โดยกว่าจะเเล้วเสร็จออกมาเป็นภาพจริงอย่างที่เห็นนี้ สถาปนิกได้ออกแบบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบอัลกอริทึม และเมื่อนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน จึงค่อย ๆ แกะสลักทีละส่วนด้วยฝีมือของสถาปนิกในทีมเพียง 2 คน เนื่องจากเป็นงานที่มีความซับซ้อนเเละยากเกินกว่าช่างไม้ท้องถิ่นจะเข้าใจได้     นี่จึงเป็นการผสมผสานศาสตร์ของการออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่เหนือจินตนาการ กับฝีมือแบบงานคราฟต์ที่ยากกว่าเครื่องจักรชนิดใดจะประมวลผลได้ […]

VARIVANA RESORT KOH PHANGAN สถาปัตยกรรมปูนเปลือยกลางป่ามะพร้าว

VARIVANA (วารี-วานา) แปลตรงตัวว่า สายน้ำและผืนป่า ซึ่งกลายเป็นชื่อของ โรงแรมเกาะพะงัน ระดับสี่ดาวกลางป่ามะพร้าวบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในจุดหมายปลายทางสถานที่ท่องเที่ยวของเหล่าคนรักทะเล DESIGNER DIRECTORY ออกแบบ: POAR  แต่ด้วยความที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเล เหล่าผู้ประกอบการ โรงแรมเกาะพะงัน จึงต่างพากันจับจองที่ดินติดทะเล หรือใกล้ทะเลให้ได้มากที่สุดเพื่อดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว และนั่นทำให้ที่นี่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพราะเป็นโรงแรมที่อยู่ท่ามกลางป่ามะพร้าวเท่านั้น แต่งานดีไซน์ของที่นี่เขาตั้งใจมอบประสบการณ์ให้แขกผู้เข้าพักในรูปแบบใหม่ โดยมีสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ จากข้อจำกัดด้านที่ตั้งที่ไม่ได้อยู่ติดทะเล ผู้ออกแบบจาก บริษัท Patchara + Ornnicha Architecture นำโดย คุณพัชระ วงศ์บุญสิน และ คุณอรณิชา ดุริยะประพันธ์ จึงตั้งใจสร้างจุดเด่นให้โรงแรมด้วยการนำความเรียบง่ายมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่แขกผู้เข้าพัก เริ่มตั้งแต่ค้นหาศักยภาพของที่ตั้งซึ่งเต็มไปด้วยป่ามะพร้าว และลักษณะความชันของพื้นที่ที่ดูคล้ายกับภูเขา หลังจากทำการสำรวจอย่างละเอียดแล้ว ทีมสถาปนิกพบว่าบนที่ดินของโครงการยังมีจุดที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม จากศักยภาพที่เหมาะสมตำแหน่งที่ดินนี้จึงเป็นที่ตั้งของโรงแรมทั้ง 4 อาคาร โดยวางไว้ด้านหลังของที่ดินที่อยู่บนเนินเขา สร้างประสบการณ์การเข้าถึงที่แปลกใหม่ราวกับที่นี่ถูกซ่อนตัวไว้ โดยแขกที่เข้าพักจะต้องเดินผ่านป่ามะพร้าว ก่อนจะเข้าถึงส่วนต้อนรับของโรงแรม อีกทั้งตำแหน่งที่สร้างอาคารยังเอื้อให้ห้องพักสามารถมองเห็นวิวทะเลที่สุดขอบฟ้าได้ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานของโรงแรม ประกอบด้วยอาคารส่วนกลาง และอาคารห้องพัก 3 อาคาร มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 40 […]

THE MUSTANG BLU ย้อนศตวรรษสู่เบื้องหลังความเจ็บปวดที่งดงาม

อาคารโคโลเนียลอายุมากกว่าศตวรรษบนถนนไมตรีจิตต์ ย่านเยาวราชได้รับการชุบชีวิตพร้อมประโยชน์ใช้สอยใหม่ในฐานะโรงแรม ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาสู่บรรยากาศความงามเมื่อครั้งอดีตผ่านการเปิดเปลือยร่องรอยแห่งกาลเวลา The Mustang Blu คือสาขาใหม่ล่าสุดของ The Mustang Nero โรงแรมสุดเท่ย่านพระโขนงซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงมาโดยตลอด “ตอนแรกตั้งใจให้ที่นี่ชื่อ The Mustang Blues สื่อถึงเพลงบลูส์ที่บอกเล่าความเศร้าและความเจ็บปวดที่งดงามของชาวผิวสี เชื่อมโยงกับ The Mustang Nero ด้วย แต่ด้วยความที่อาคารนี้มีอายุร้อยกว่าปี จึงถือเป็นโปรเจ็คต์ที่ยากมากจนบางทีเราก็ท้อ เลยเปลี่ยนมาตั้งชื่อว่า The Mustang Blu ซึ่งแปลว่าสีฟ้าในภาษาอิตาเลียน ให้ฟังดูสดใสขึ้น” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณจอย-อนันดา ฉลาดเจริญ ตามหาทำเลใหม่สำหรับขยับขยายโรงแรมแห่งที่สอง จนมาพบอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมใช้ประกอบการสถานบันเทิงชื่อดังของย่านนี้มาหลายทศวรรษ มาถึงวันนี้อาคารถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง และด้วยสายตาอันเฉียบคมที่มองทะลุสู่ความงามภายใต้คราบความทรุดโทรม กอปรกับปณิธานแรงกล้าที่จะอนุรักษ์อาคารเก่าจากการรื้อทำลาย คุณจอยจึงทำให้ The Mustang Blu เผยโฉมใหม่อย่างสง่างามเพื่อพลิกฟื้นมุมมืดของย่านนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง “เป้าหมายในการทำอาคารนี้คือการเติมคำว่า “สุด” ในทุกเรื่อง ทั้งดีที่สุดต่ออาคาร สวยที่สุด ประหยัดที่สุดเพราะเราไม่มีการระดมทุนมากมาย คำนึงถึงใช้ทรัพยากรและแรงงานคนให้มีประสิทธิภาพที่สุด ปรับพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ลดการก่อสร้างใหม่ให้น้อยที่สุด และรักษาเวลาให้มากที่สุด ดังนั้น อาคารนี้จึงใช้เวลาในการปรับปรุงไม่ถึง […]

THE SHOPHOUSE 1527 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัยผ่านร่องรอยในความดิบ

ร่องรอยเก่าที่สุดที่พอจะระบุความเป็นมาของ อาร์ตสเปซ ในห้องแถวหมายเลข 1527 ภายใน “ชุมชนสามย่าน” ย่านชุมชนการค้าเก่าแก่กลางกรุงเทพฯ ได้ คือรอยโบกปูนรอยหนึ่งซึ่งอุดปิดทับช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่กว้างมากพอจนสามารถมองทะลุเห็นผู้ใหญ่ได้แบบครึ่งตัวบนผนังชั้นล่าง เหนือรอยโบกปูนนั้นมีตัวเลขสลักไว้ตามลำดับคือ “31, 1, 2513” ซึ่งไม่ใช่เลขบอกใบ้ให้โชค หรือเลขเดาสุ่มไร้ที่มาประสาคนมือบอน แต่มันคือตัวเลขบอกวัน – เดือน – ปี ที่เจ้าของบ้านสร้างช่องโหว่บนผนังนี้ขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเมื่อราว 50 ปีก่อน แล้วทำการซ่อมแซมอุดช่องโหว่นั้นเสีย จนกระทั่งปัจจุบันมันได้กลายเป็นหนึ่งในจุดไฮไลต์ให้แก่ “The Shophouse 1527” พื้นที่ทดลองชั่วคราวสำหรับการทำกิจกรรมสร้างสรรค์หรือ อาร์ตสเปซ แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นได้ไม่นาน   “ตอนที่เข้ามารีโนเวตเราพบร่องรอยความเก่าแก่ในแต่ละจุดของห้องแถวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” คุณนัฐพงษ์ พัฒนโกศัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานออกแบบ Cloud-Floor ผู้เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบพัฒนาห้องแถวนี้ ร่วมกับอีกสำนักงานออกแบบ IF (Integrated Field) เล่าให้ฟังถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงอาคาร “พอเริ่มตั้งใจสังเกต เราจะพบเห็นร่องรอยต่าง ๆ ปรากฏอยู่บนผนังมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นร่องรอยของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นรอยเขม่า รอยสี และคราบเปื้อน รวมถึงรอยที่เกิดจากการวางเฟอร์นิเจอร์ หรือแขวนข้าวของ เรารู้สึกว่ารอยเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัย […]

RED DIAMOND SPECIALTY LAB อาณาจักรดิบเท่ของผู้คลั่งไคล้กาแฟ

Red Diamond Specialty Lab คาเฟ่สีสนิมดิบเท่ที่รีโนเวตจากอู่รถเก่า เป็นเหมือนอาณาจักรกาแฟแบบครบวงจร บอกเล่าตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนกลายมาเป็นหยดกาแฟหอมกรุ่น ผ่านวัสดุเปลือยผิวอย่างเหล็ก อิฐและไม้หมอนรถไฟ หลังจากได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามจากสาขาลาดพร้าว 71 มาวันนี้ทางร้านตัดสินใจขยายสาขาเพิ่มเติมมายังซอยโยธินพัฒนา 3 ที่ครบวงจรและมากด้วยความหมายยิ่งกว่าเคย กับ Red Diamond Specialty Lab ร้านกาแฟที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟทั่วไป เพื่อพาทุกคนจมดิ่งไปกับเรื่องราวของกาแฟ ตั้งแต่กระบวนการแรกจนออกมาเป็นกาแฟรสเยี่ยมที่อยู่ในแก้วตรงหน้า บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ จากเดิมที่เคยเป็นอู่รถเก่ามานานกว่า 8 ปี มาวันนี้ได้รับการเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งใหม่ของคนรักกาแฟ โดยใช้เวลาถึง 9 เดือนในการออกแบบและตกแต่ง ประกอบด้วย 4 โซนสำคัญ ได้แก่ โรงคั่วกาแฟ พื้นที่ผลิตสินค้ากาแฟ ห้องแห่งการเรียนรู้ของบาริสต้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบ Black glove test การันตีคุณภาพก่อนรับหน้าที่ชงกาแฟให้ลูกค้า และส่วนร้านกาแฟที่ลดทอนเส้นสายจากเพชรมาเป็นอาคารดีไซน์เท่ ๆ พร้อมกับสวนสวยรอบร้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ช่วยสร้างร่มเงาและความร่มรื่น มีต้นกาแฟจากเชียงใหม่และเชียงรายเป็นพระเอกกว่า 300 ต้น โดยในฤดูกาแฟออกดอกจะพร้อมใจกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ก็เพื่อสื่อถึงต้นกำเนิดของกาแฟจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการคัดสรรสายพันธุ์ การคั่วอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการชงกาแฟจากบาริสต้ามากฝีมือ นอกจากเรื่องของกาแฟแล้ว เรด […]

BAR 335 บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์น ในบรรยากาศมืดสลัวใต้แสงเทียน

บาร์ลับ ย่านพร้อมพงษ์แห่งนี้ แม้คุณจะเปิดแมพมาเเล้ว เเต่ก็อาจหาไม่เจอได้ในทันที เพราะบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ใต้อาคาร Metropole Residence ที่ต้องผ่านประตูหนีไฟเข้าไปอีกชั้น เเละเมื่อผ่านเข้ามาแล้วกลับยิ่งสร้างความประหลาดใจขึ้นกว่าเดิม กับการหาทางเข้าจากบานประตูที่ไร้มือจับ! บนระนาบผนังนอกร้านที่แทบจะปิดทึบ มีช่องเปิดระดับสายตาเพียงเล็กน้อยที่พอจะให้คุณมองเห็นความเคลื่อนไหวในร้าน ภายใต้บรรยากาศแบบลึกลับกระตุกต่อมความอยากรู้จนต้องผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเจอกับ บาร์ลับ สไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์นมืดสลัว ตามเเบบฉบับที่ คุณเป้–ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้านและบาร์เทนเดอร์ชื่นชอบ โดยคุณเป้ได้แรงบันดาลใจการตั้งชื่อร้านมาจากเพลง room 335 ของ Larry Carlton นักกีต้าร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาถือเป็นเเฟนตัวยงมาตั้งแต่สมัยเรียนดนตรี จนถึงขั้นนำชื่อเพลงมาสักลงบนแขนเละตั้งเป็นชื่อร้านเลยทีเดียว ขณะที่การตกแต่งมีไอเดียเริ่มต้นมาจากเมนูเครื่องดื่มแบบออริจินัล ซึ่งมีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย ไม่ซับซ้อน เพราะคุณเป้รับหน้าที่ดูแลทุกตำแหน่งในร้านเอง นำมาสู่การออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ไว้กลางร้าน ให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ตัวเคาน์เตอร์กรุไม้สีเข้มตัดกับชั้นวางด้านหลังที่กรุด้วยหินกาบ เผยความเป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่งเพียงเล็กน้อย แล้วเสริมความหรูหรามีระดับด้วยหินอ่อนสีดำกับพื้นกระเบื้องลายไม้ ภายในใช้ประโยชน์จากพื้นที่รูปตัวแอล (L) แบ่งส่วนหนึ่งเป็นมุมไพรเวต และอีกฝั่งเป็นที่นั่งแบบสองคนใต้แสงเทียน จากบรรยากาศที่มืดสลัว ทำให้ลูกค้าโฟกัสอยู่เเต่กับบทสนทนาของอีกฝ่ายเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงฟังสบายไปจนถึงคึกครื้น โดยผู้รับบทเป็นนักเปิดแผ่นเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น หลังเสร็จภารกิจจากบาร์เทนเดอร์คุณเป้จะหันมาเปิดเพลงเพราะ ๆ ขับกล่อมทุกคนให้อินไปกับเสียงเพลงเเละเครื่องดื่มในมือ ที่ตั้ง อาคาร Metropole Residence […]

SRI AYUTTHAYA ที่พักกลางเมืองเก่าอยุธยา ที่มีวิวเป็นพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์

บนพื้นที่ตั้งของร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าที่เจ้าของเลิกกิจการไปแล้ว ซึ่งมีลักษณะที่ดินแคบเเละลึกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าริมถนนอู่ทอง กลางอำเภอเมืองฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการแปลงโฉมเป็น โฮสเทลอยุธยา ขนาด 2 ชั้น ภายใต้ธีมการออกแบบตกแต่งที่เจ้าของอาคารตั้งใจให้ภาพจำของโรงแรมสื่อสารความเป็นอยุธยาออกมาให้มากที่สุด ด้วยความที่ที่นี่ตั้งอยู่ในชุมชนเก่ากลางเมืองและเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ดังนั้นเพื่อให้เชื่อมโยงไปกับบริบทโดยรอบ ผู้ออกแบบจึงเน้นเลือกใช้ “อิฐ” ร่วมกับสัจวัสดุอื่น ๆ อย่างคอนกรีต และเหล็ก อีกทั้งยังได้คำนึงถึงเรื่องระยะร่น และความสูงของอาคารที่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการสร้างอาคารในย่านชุมชนดั้งเดิม โฮสเทลอยุธยา แห่งนี้จึงถูกออกแบบในลักษณะ 2 ชั้น แบบยกใต้ถุนสูง โดยใช้พื้นที่ด้านล่างเป็นลานจอดรถ เมื่อเข้ามายังพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งได้รับการยกพื้นให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม จะพบกับส่วนต้อนรับและคาเฟ่ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการได้ โดยมีห้องพักอยู่ด้านหลังส่วนพับลิกลึกเข้าไปด้านใน และอยู่บนชั้น 2 ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายทั้งแบบห้องนอนรวม ห้องนอนรวมหญิงล้วน และห้องส่วนตัว โดยห้องพักที่อยู่ด้านหน้าอาคารนั้นสามารถมองออกไปเห็นความร่มรื่นของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นระเบียงทางเดินในอาคาร จัดให้มีมุมพักผ่อนริมหน้าต่างกระจก พร้อมบีนแบ็กไว้ให้อิงกายนั่งเล่น ทอดสายตามองออกไปเห็นวิวพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ อีกหนึ่งรายละเอียดที่สร้างจุดเด่นให้ที่นี่ไม่น้อยนั่นคือลายเพ้นต์ติ้งบนพื้นและผนัง ช่วยบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ตั้งซึ่งย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเน้นเรื่องการเดินทางเข้ามาค้าขายของชาติตะวันตก รวมถึงแผนที่ราชธานีเก่าอันแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หยิบยกเรื่องราวของที่ตั้งมาใช้เป็นธีมในการออกแบบตกแต่ง ซึ่งเป็นการสร้างความมีส่วนร่วม และมอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้เกิดขึ้นไปพร้อมกัน   ที่ตั้ง : 18/5 ถนนอู่ทอง ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา […]

BABY BAR BANGKOK บาร์สีชมพูย่านอารีย์ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ซ่อนไว้ด้วยความเซ็กซี่

จากความตั้งใจให้พื้นที่มีส่วนผสมของความเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย บูทีคโฮเทล CRAFTSMAN BANGKOK ที่เป็นตัวแทนของชายหนุ่มรุ่นใหม่จึงอบอวลไปด้วยความมาสคิวลีนลุคเข้มขรึม เเต่แอบซ่อน Baby Bar บาร์อารีย์ ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ดูสนุกสนาน และแฝงความเซ็กซี่ไว้ภายใน จนออกมาเป็นความคอนทราสต์ที่ลงตัว โดยคำว่า Baby ในภาษาอังกฤษสามารถแปลได้ว่า เด็กไร้เดียงสา ที่มีความน่ารัก สดใส หรือจะแปลว่า ที่รัก ก็ได้ ตอนกลางวันที่นี่จึงมีฟังก์ชันเป็นคาเฟ่ที่มีลุคสดใส ซุกซน เเละพร้อมจะแปลงร่างเป็น บาร์อารีย์ สุดเซ็กซี่ในเวลากลางคืน มู้ดแอนด์โทนของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากโทนสีในหนังของผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson โดยหยิบสีชมพูมาแต่งแต้มในทุก ๆ องค์ประกอบ แล้วตัดเลี่ยนด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์เหล็ก และพื้นปูนเปลือย ที่แอบหยอดสีพีชลงไปเพื่อคุมโทน แบ่งการใช้งานออกเป็นพื้นที่ภายใน พื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์ และพื้นที่แบบ Sunken ริมสระว่ายน้ำ มีบาร์สีชมพูทำหน้าที่เป็นพระเอกเชื่อมพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน บริเวณบาร์มีประตูเชื่อมให้บาร์เทนเดอร์สามารถเดินดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเดินอ้อมออกจากเคาน์เตอร์ หากคุณมาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถปรับพื้นที่ภายในได้ด้วยการรูดม่านที่เตรียมไว้ เพื่อเติมเต็มคาแร็กเตอร์ของเด็กสาวจึงแทรกกิมมิกต่าง ๆ ที่สื่อถึงตัวตนความเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นบานประตูรูปช็อกโกแลตบาร์ ของเล่นบล็อกไม้ในส่วนของเคาน์เตอร์ และโมบายกล่อมเด็กที่ดัดแปลงมาเป็นโคมไฟขนาดใหญ่ เสริมด้วยการซ่อนไฟให้ดูน่าค้นหาปนเซ็กซี่เบา ๆ ที่นี่จัดเสิร์ฟอาหารแบบ All Day […]

HOSTEL URBY BANGKOK รีโนเวตห้องเย็นแห่งแรกของไทยเป็นโฮสเทลริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หากจะตัดสิน โฮสเทลกรุงเทพ น่าพักดี ๆ สักแห่งจากประตูทางเข้าแล้วละก็ Hostel Urby Bangkok จะทำให้คุณเดาผิดไปถนัดตั้งแต่ก้าวแรกเลยทีเดียว เพราะบรรยากาศภายนอกของที่นี่เป็นเพียงตึกเล็ก ๆ คูหาเดียวบนถนนทรงวาด แต่แอบซ่อนสเปซที่กว้างขวางไว้ภายในได้อย่างแยบยล แถมยังมีความยาวต่อเนื่องตั้งแต่หน้าถนนทรงวาด ไปจนจรดริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 50 เมตรเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของชื่อ Hostel Urby Bangkok เกิดจากคำแสลงของคำว่า Urban ซึ่งตั้งโดยหุ้นส่วนทั้งสามที่เรียนจบมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพวกเขาได้ค้นหาทำเลที่มีศักยภาพเหมาะสม จนในสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกห้องเย็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงสภาพดีและแข็งแรงมารีโนเวตเป็น โฮสเทลกรุงเทพ โดยมีพื้นฐานมาจากความชื่นชอบในการท่องเที่ยว แล้วนำประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบเจอมา มาถ่ายทอดลงไปในโฮสเทลแห่งนี้   เริ่มจากการจัดวางฟังก์ชัน และกำหนดขนาดของเตียงให้อยู่ที่ 60 เตียง ในรูปแบบห้องพักแบบนอนรวม (Dormitory) เป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์แขกที่มาพักแบบเป็นกลุ่มเพื่อน ภายในตกแต่งโดยใช้ธีมสีขาว แล้วเติมด้วยสีเขียวในบางจังหวะ เพิ่มความอบอุ่นด้วยสีน้ำตาลจากไม้จริง ทั้งในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ และองค์ประกอบต่าง ๆ พิเศษกับระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยาวตลอดแนวความกว้างของตึกที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่สุดชิคอย่าง Woodbrook […]

DAI LOU ชวนกินอาหารจีนกับลูกพี่ในบรรยากาศของโรงเตี๊ยมร่วมสมัย

เพราะต้องการเพิ่มศักยภาพย่านอารีย์ที่ได้กลายเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ของคนเมืองและชาวออฟฟิศทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ด้วยการสร้างคอมมูนิตีที่รวม ร้านอาหารอารีย์ สไตล์อาหารจีน ร้านตัดผม และร้านตัดขนสุนัขเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการรีโนเวตบ้านไม้หลังเก่า พร้อมกับสร้างอาคารใหม่เพื่อเชื่อมเป็นพื้นที่เดียว เกิดเป็นร้านอาหารจีนนาม Dai Lou หรือ ไต่โหล ไต่โหล ในภาษาจีนมีความหมายว่า “พี่ใหญ่” ชวนให้นึกถึงบรรยากาศโรงเตี๊ยมที่มีเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลมานั่งรับประทานอาหาร เเล้วรายล้อมด้วยเหล่าผู้ติดตาม นำไปสู่การตกแต่ง ร้านอาหารอารีย์ สไตล์ร่วมสมัยร้านนี้ โดยใช้สีน้ำเงินเข้มมาเป็นโทนสีหลัก ขับให้ร้านดูโมเดิร์นขึ้นต่างจากรูปแบบร้านอาหารจีนแบบเดิม ๆ พื้นที่ส่วนของบ้านไม้เก่าคงโครงสร้างเดิมไว้ทั้งหมด สำหรับส่วนต่อเติมใช้โครงสร้างเหล็กเป็นหลัก เปลี่ยนพื้นทั้งหมดเป็นพื้นเทอร์ราซโซเข้ากันดีกับผนังหินขัดสีน้ำเงิน และผนังบล็อกคอนกรีตสีเทาอมฟ้าที่ตกแต่งด้วยลูกคิดโบราณ อันเป็นต้นกำเนิดกิจการแห่งนี้ เสริมด้วยโคมไฟสั่งทำสีทองจัดจังหวะแบบแรนดอม ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับระนาบเหนือศีรษะ ซึ่งมีระดับฝ้าที่ต่ำตามโครงสร้างเดิมของบ้าน บริเวณหลังร้านด้านนอกกรุพื้นและทำเฟอร์นิเจอร์เอ๊าต์ดอร์ด้วยโมเสกสีฟ้าทั้งผืน ดูเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายในร้าน สำหรับเป็นลานดนตรีในวันที่มีอีเว้นต์ กลายเป็นมุมสงบกลางเมืองให้ลูกค้าได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ขณะที่ที่นั่งในร้านสามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มโดยมีโต๊ะตัวยาวไว้สำหรับจัดปาร์ตี้  หากต้องความเป็นส่วนตัวก็มีโซนไพรเวตกั้นด้วยม่านโปร่งที่บริเวณชั้นล่าง หรือหากมาเป็นครอบครัวพร้อมสัตว์เลี้ยง สามารถขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นโซน Pet Friendly สำหรับคนที่พาสุนัขมาด้วย ที่ตั้ง 77 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เวลาทำการ เปิดทุกวัน […]

ฟังเพลงยุค90’s เคล้าบรรยากาศคลาสสิกผสมสีสันสุดป็อปที่ THE CHATROOMS

เมื่อกระเเส90’s หวนคืนกลับมาให้หายคิดถึง หลายคนเเค่ได้ฟังเพลงสมัยที่ยังเป็นเด็กหรือวัยรุ่นในยุคนั้น ภาพที่เหมือนผ่านมานานเเล้วก็กลับลอยฟุ้งขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบาร์ที่มีชื่อว่า The Chatrooms เด่นด้วยโลโก้เเป้นหมุนโทรศัพท์เเบบวงกลมเเละสีสันทีนป็อปสุดจี๊ดจ๊าด หลังจากที่ The Cassette Music Bar ซึ่งเป็นผับที่อยู่ด้านล่างของโครงการเวิ้งโบราณย่านเอกมัยซอย 10 สามารถจับกลุ่มลูกค้าที่หลงใหลดนตรีเต้นรำยุค90-2000 เเต่ด้วยลักษณะร้านที่เป็นผับไม่เหมาะมานั่งชิล ๆ คุณภา- พิณภัสร์ สิริอัครเศรษฐ ผู้ก่อตั้ง The Cassette Music Bar จึงเกิดไอเดียทำร้าน The Chatrooms ขึ้นมา เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการฟังเพลงสบาย ๆ ความหมายแบบ Positive ยุค 90’s พร้อมกับจัดเสิร์ฟเมนูอาหารรับประทานง่าย เเละค็อกเทลสูตรซิกเนเจอร์ เคล้าเสียงพูคคุยเฮฮาไปกับกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน สมกับชื่อร้านซึ่งมีที่มาจาก “chat room” โปรเเกรมห้องสนทนาในตำนานก่อนสมาร์ทโฟนจะเฟื่องฟู จากชื่อร้าน เเล้วอะไรกันละที่จะสื่อถึงการพูดคุยที่จับต้องได้ เจ้าของเเละทีมออกแบบจึงนึกถึงโทรศัพท์ โดยเฉพาะโทรศัพท์เเอนะล็อกเเบบแป้นหมุม นำมาสู่กิมมิกที่ใช้ตกแต่งตามส่วนต่าง ๆ ของร้านให้ดูโดดเด่น ตั้งเเต่ประตูทางเข้า เรื่อยมาจนถึงพื้นที่ด้านใน ท่ามกลางสีสันที่หลากหลายสดใส ภายใต้ธีมการตกแต่งสไตล์คลาสสิกที่มีความป็อปเข้าไปผสม มัดรวมไอเดียสนุก […]

KHAO จัดเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ไทยในอาคารยุ้งข้าวเเละฉางเกลือสไตล์โมเดิร์น

หากอยากกินอาหารไทยเเบบธรรมดาไม่ลึกลับ เเต่พิเศษด้วยเทคนิคความอร่อยสูตรเฉพาะจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ ขอชวนมาที่ “KHAO” ร้านอาหารไทยใจกลางเมืองในซอยเอกมัย 10 “ข้าว” นอกจากจะเป็นอาหารช่วยให้อิ่มท้อง ยังมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทยมาช้านาน เเถมเป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างครอบครัวเเละหมู่มิตร เห็นได้จากเรามักถามไถ่กันว่า “กินข้าวมารึยัง” หรือเเม้เเต่ในวาระสำคัญการกินข้าวร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งการเชื่อมไมตรี จากความหมายดี ๆ จึงเป็นที่มาของร้านอาหารที่มีชื่อว่า “KHAO” โดยมีเชฟวิชิต มุกุระ เป็นหัวเรือใหญ่นำพารสชาติอาหารไทยเเท้ ๆ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับข้าวที่เเสนอร่อย จนได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน Restaurants of the MICHELIN Guide ประเทศไทยประจำปี 2020 จากคอนเซ็ปต์เริ่มต้นที่มาจากข้าว ได้ส่งต่อสู่ไอเดียการออกแบบร้านให้มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว โดยมีเเรงบันดาลใจมาจากยุ้งข้าวกับฉางเกลือ เนื่องจากเชฟวิชิตมีความสนใจเรื่องข้าว เขาจึงลงมือเรียนรู้ตั้งเเต่การดำนาจนถึงการเก็บเกี่ยว ดั้งนั้นร้านนี้จึงเปรียบเสมือนยุ้งข้าวขนาดใหญ่สำหรับรองรับผลผลิตจากไร่นาของเชฟเอง เช่นเดียวกันก่อนที่จะมีน้ำปลาก็ต้องมีเกลือถึงจะหมักปลาทำน้ำปลาได้ จากเเนวคิดดังกล่าวยุ้งข้าวกับฉางเกลือจึงถูกผนวกรวมกัน ภายใต้สถาปัตยกรรมเเบบโมเดิร์น ซึ่งเเต่งเเต้มด้วยอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่นำมาตีความใหม่ เด่นด้วยฟาซาดที่ตีความจากฝาไม้ไผ่ขัดเเตะของฉางเกลือ โดยลดทอนรายละเอียดลงเป็นเเพตเทิร์นช่องสี่เหลี่ยมกรุกระจกใส ช่วยนำเเสงเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เช่นเดียวกับโถงหลังคาที่ยกสูงขึ้นไป เพื่อให้พื้นที่บริการลูกค้าดูปลอดโปร่ง ก่อนระดับหลังคาจะค่อย ๆ เทลาดไปด้านหลังตามแปลนเเนวยาวของที่ดิน ปะทะสายตาตั้งเเต่เดินเข้ามาด้วยโอเพ่นคิตเช่นที่ตั้งใจให้อยู่ด้านหน้าสุด อันสื่อถึงความจริงใจกับลูกค้าให้สามารถมองเห็นเชฟกำลังทำอาหารอยู่ในครัวอย่างใส่ใจ เเล้วจึงค่อยนำเข้าสู่โซนบาร์เเละพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีอบอุ่นเรียบง่าย มีมุมให้เลือกนั่งทั้งเเบบทั่วไป […]