room, Author at room

Vows Villa วิลล่าแต่งงานบนเกาะสมุย ท้าทายศักยภาพวัสดุธรรมชาติ

Vows Villa ที่นี่คือสถานที่จัดงานแต่งงาน พร้อมห้องพักขนาด 5 ห้อง ตั้งอยู่บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยแนวทางการออกแบบอาคารให้เป็นมิตรกับธรรมชาติ และสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนของเกาะสมุย DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: พัชระ วงศ์บุญสิน อภัยวงศ์ และ POAR โดยที่ Vows Villa แห่งนี้ ทีมสถาปนิกตั้งใจออกแบบผ่านการสร้างสรรค์พื้นที่ให้มีแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เอื้อต่อการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง หรือการจัดงานแต่งงาน ที่แขกสามารถเลือกปรับเปลี่ยนสถานที่ได้ตามความต้องการ เพื่อให้เป็นโลเกชั่นที่สวยงามในวันสำคัญของคู่รัก ไพรเวตสเปซราวกับหลุดเข้าสู่โอเอซิสส่วนตัว เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่ริมถนนหลักที่เชื่อมจากท่าเรือเข้าสู่ตัวเมืองซึ่งมีเสียงดังรบกวนตลอดเวลา จึงสร้างกำแพงคอนกรีตสูง 6 เมตร ขึ้นมา เพื่อขวางด้านหน้าโครงการช่วยปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอก เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นโอเอซิสที่เงียบสงบ เมื่อเข้ามาภายในจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนผ่านจากความวุ่นวายภายนอกสู่ความสงบด้วยการเดินผ่านอุโมงค์ที่ยืดระยะทางเดินตามระยะกำแพงให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากผลของการใช้กำแพงและอุโมงค์คอนกรีต ได้ช่วยให้ให้พื้นที่ภายในโครงการกลายเป็นเหมือนโอเอซิสตัดขาดจากเสียงรบกวนทั้งหลาย สร้างความเป็นส่วนตัวได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ยืดหยุ่นเข้ากับสภาพอากาศและบริบทพื้นที่ ตัวอาคารรูปทรงโค้งโอบล้อมต้นไม้เดิมในบางช่วง ได้รับการวางผังให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหิน โดยตัวอาคารจะวางตัวอยู่บนชั้นหินและฝังตัวตามความสโลปของพื้นที่ อาคารหลักสำหรับจัดงาน 2 อาคาร มีดาดฟ้าแตกต่างกัน จนถูกเรียกว่า “จานน้ำ” และ “จานหญ้า” โดยตั้งใจเปิดโอกาสให้คู่รักสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานได้อย่างอิสระ ขณะที่ข้างใต้ของพาวิเลียนทั้งสองหลังที่มีลักษณะเป็นใต้ถุนเปิดโล่ง ได้กำหนดให้เป็นร้านอาหารและบาร์สำหรับเสิร์ฟแขกที่เข้าพัก อาคารทั้งสองแพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นทางเลือกให้ผู้จัดงานสามารถเลือกใช้พื้นที่ได้มู้ดและความเหมาะสมของสภาพอากาศในแต่ละวัน […]

“บ้านอวดชุม” คอมมูนิตี้เสปซริมหาด โอบกอดต้นไม้ บนโครงสร้างมีชีวิต

บ้านอวดชุม คอมมูนิตี้เสปซและวิลล่าบ้านพักริมชายหาดปะทิวทอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ที่เปิดโล่งโอบกอดต้นไม้ใหญ่ สร้างแพลตฟอร์มการพบปะของผู้คน เสมือนเป็นบ้านต้นไม้ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: พัชระ วงศ์บุญสิน อภัยวงศ์ บ้านอวดชุม มีจุดเริ่มต้นมาจากการล้อมต้นไม้ใหญ่ย้ายมาจากที่ดินบริเวณรอบข้าง ซึ่งครั้งหนึ่งเกือบถูกตัดทิ้ง มาปักรากใหม่ในพื้นที่ของโครงการ เดิมทีเจ้าของมีความตั้งใจให้อาคารทั้งหมดเป็นที่พักแบบวิลล่าริมชายหาดโดยได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วส่วนหนึ่ง ก่อนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่ให้เป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชน ใช้ชื่อ “อวดชุม” ที่มีความหมายตั้งใจให้เป็นพื้นที่อวดของดีของจังหวัดชุมพร โดยเปิดให้เป็นคอมมูนิตี้ขายของจากชุมชน คาเฟ่ และยังมีห้องพักอยู่อีกหนึ่งห้องที่ชั้นบนสุด ในการเข้ามาออกแบบภายหลังโดยคุณพัชระ วงศ์บุญสิน อภัยวงศ์ ได้เลือกเปลี่ยนรูปแบบของอาคารเดิมให้เปิดโล่งขึ้น ด้วยการถอดผนังเดิมออกเพื่อให้อาคารรับมือกับแรงลมริมทะเลได้อย่างเต็มที่ และออกแบบให้ต้นไม้ใหญ่ได้เติบโตไปพร้อมอาคาร ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่รับน้ำหนักอาคารไปพร้อมกัน ต้นไม้ในฐานะโครงสร้างที่ยังมีชีวิต ในงานออกแบบทั่วไป ต้นไม้อาจถูกมองเป็นเพียงส่วนตกแต่งภูมิทัศน์ที่คอยให้ความร่มรื่น แต่สำหรับที่นี่ต้นไม้ใหญ่ที่ได้รับการต่อลมหายใจจากการถูกตัดทิ้ง ได้รับการยกระดับให้เป็นหัวใจหลักของงานสถาปัตยกรรม สถาปนิกเลือกออกแบบอาคารให้เป็นเหมือนแพลตฟอร์มทางเดินและมีพื้นที่ใช้งานที่ต้องลัดเลาะไปตามรูปทรงของต้นไม้ใหญ่ และยังให้ลำต้นของต้นไม้ทำหน้าที่รับน้ำหนักร่วมกับเสาเหล็กรีไซเคิลอีกด้วย การทำงานร่วมกันระหว่างความเป็นธรรมชาติของต้นไม้กับโครงสร้างเหล็กเกิดขึ้นอย่างกลมกลืน ต้นไม้ทำหน้าที่เสมือนเสาที่มีชีวิต คอยพยุงโครงสร้างและกำหนดทิศทางของสเปซแต่ละระดับ ความพิเศษของการใช้ต้นไม้เป็นโครงสร้างหลัก คือการสร้างสถาปัตยกรรมที่ไม่หยุดนิ่งตายตัว เหมือนกับที่อาคารแห่งนี้ไม่ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรกที่สร้างเสร็จ แต่ได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับธรรมชาติและกาลเวลาที่ริมชายหาดปะทิวทอง แรงลมริมทะเลที่เปลี่ยนข้อจำกัดเป็นงานออกแบบ ด้วยทำเลริมหาดชุมพรที่ต้องเผชิญกับแรงลมปะทะอย่างต่อเนื่อง สถาปนิกจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการออกแบบอาคารให้ลู่ตามลมแทนการสร้างอาคารต้านลม ผนังทึบของวิลล่าเดิมจึงถูกรื้อถอนออกเพื่อลดภาระของโครงสร้าง เหลือไว้เพียงฝ้าเพดานและพื้นที่เปิดโล่งที่เล่นระดับลัดเลาะไปตามความสูงของต้นไม้ นำไปสู่ภาษาทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น สเปซที่เคยปิดทึบเปลี่ยนให้มีความโปร่งเบา เปิดพื้นที่ให้สายลม แสงธรรมชาติ […]

Qualitech Control Office ขับเคลื่อนพลังองค์กร สื่อผ่านฟาซาดโค้งดังคลื่นน้ำ

โปรเจ็กต์รีโนเวตออฟฟิศ Qualitech Control ด้วยภาษาสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนพลังขององค์กรด้วยการออกแบบให้มีสัญลักษณ์ของ “สายน้ำและการไหลเวียน” เพื่อสื่อถึงพลังงานที่ดีและความเจริญรุ่งเรือง ตีความผ่าน Perforated Panel รูปทรงโค้งที่เรียงตัวเป็นจังหวะคล้ายคลื่นน้ำในธรรมชาติ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ:  Yan Architects อาคารสำนักงานควอลิเทค คอนโทรล แห่งนี้ เกิดจากความต้องการอยากให้สำนักงานเป็นมากกว่าพื้นที่ทำงาน โดยส่งต่อให้ทีมนักออกแบบจาก Yan Architects ย่านสถาปนิก ช่วยสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรผ่านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ชวนให้เกิดความภาคภูมิใจของพนักงาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกสู่เมืองอย่างสง่างาม หยิบแนวคิดเรื่องน้ำแปลภาษาสู่ฟาซาดลื่นไหล สำหรับความท้าทายของโครงการนี้ คือการทำให้อาคารสำนักงานขนาดใหญ่สามารถสื่อถึงพลังขององค์กรได้ โดยไม่รู้สึกแข็งทื่อ หรือปิดกั้นจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อบริบทเมือง ทั้งในเรื่องของแสงแดด ความร้อน ความเป็นส่วนตัว และความสบายในการใช้งานจริง โจทย์ดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามว่า สถาปัตยกรรมจะสามารถสร้าง “การเคลื่อนไหว” ให้กับอาคารได้อย่างไร โดยไม่สูญเสียความนิ่ง ความสงบ และความเรียบง่ายขององค์ประกอบโดยรวม นั่นจึงนำมาสู่การหยิบแนวคิดของ “น้ำ” มาแปลเป็นภาษาอาคารผ่านฟาซาด (façade) ที่ลื่นไหล จังหวะของแสง เงา และพื้นผิว เชื่อมต่อสู่พื้นที่ภายในอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมแนวคิดด้านความสมดุลและพลังงานเชิงบวกที่ช่วยเสริมให้อาคารมีทั้งความหมาย ความสง่างาม และพลังของการเติบโต อิทธิพลศาสตร์ฮวงจุ้ยกับเส้นโค้งและระลอกคลื่น […]

BAAN MANEE BKK บ้านไม้ร้อยปีริมน้ำ สู่ที่พักและคาเฟ่แชร์ความทรงจำวัยเด็ก

รีโนเวตบ้านเก่าร้อยปีรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนย่านบางยี่ขัน สู่ “Baan Manee” พื้นที่ธุรกิจที่เปิดรับประสบการณ์ริมแม่น้ำ เชื่อมกลิ่นอายความทรงจำในวัยเด็กของทายาทรุ่นที่ 5 สถาปัตยกรรม หรือสิ่งก่อสร้างมักได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อการใช้งานของผู้คน ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่กักเก็บความทรงจำของผู้ใช้งานด้วย เหมือนกับที่พักพร้อมคาเฟ่ที่ชื่อว่า “Baan Manee” แห่งนี้ แม้ภายในจะได้รับการรีโนเวตใหม่ แต่ทว่ากลับซ่อนเรื่องราวความทรงจำในวัยเยาว์ของเจ้าของที่ต้องการเก็บรักษาไว้ในรูปแบบของพื้นที่ธุรกิจได้อย่างลงตัว พื้นที่ธุรกิจสืบทอดจากบ้านเก่าโดยเจ้าของ 5 รุ่น ก่อนที่จะได้รับการรีโนเวตเป็นพื้นที่ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อว่า Baan Manee เดิมเคยเป็นบ้านเก่าของ คุณรดา – รดามณีรอดเกิด ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 5 โดยบ้านเก่าหลังนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยคุณเทียด ผู้เป็นเจ้าของบ้านรุ่นแรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คุณรดาเล่าว่า บ้านหลังนี้ที่คนเรียกติดปากว่า “บ้านริมน้ำ” ในอดีตเคยเป็นโรงต่อเรือและโรงไม้ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในสมัยนั้นที่สัญจรทางน้ำเป็นหลัก จนส่งต่อมาถึงรุ่นที่ 3 ผู้เป็นคุณตาและคุณยายของคุณรดา โดยได้แบ่งพื้นที่บ้านบางส่วนมาเปิดเป็นคลินิกของคุณตาชื่อ “อุดมการแพทย์” ที่ยังคงได้รับการรักษาร่องรอยความเป็นคลินิกเก่า โดยเจ้าของรุ่นปัจจุบันเอาไว้ บริบทและความทรงจำที่กลายเป็นจุดเด่นของธุรกิจ Baan Maneeได้รับการบำรุงรักษาและรีโนเวตมาโดยตลอดมา ทั้งในรุ่นคุณพ่อของคุณรดาได้มีการดีดบ้านขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่พอระยะหนึ่งบ้านได้ถูกทิ้งร้างในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่คุณรดาได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปเรียนและทำงาน แต่บ้านก็ยังไม่ถูกขายไป นั่นเป็นเพราะความรักของครอบครัวคุณรดาที่มีต่อบ้านหลังนี้ […]

MAT·SA·YA House of Seafood ร้านซีฟู้ด แนวคิดลอบจับปลา ผสานดีไซน์ร่วมสมัย

MAT·SA·YA House of Seafood หรือ “มัศยา” ร้านอาหารซีฟู้ดแบบ Thai Coastal Cuisine แห่งย่านทองหล่อ ชูเสน่ห์สไตล์ไทยผ่านการตีความ “ลอบจับปลา” สู่งานดีไซน์ร่วมสมัย DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Tastespace   หากการออกเรือเล็กไปกลางทะเลเพื่อหาปลา หรือการวางลอบจับปลาของชาวประมง คือ การลุ้น! ว่า ในแต่ละวันจะจับได้ปลา หรือสัตว์น้ำชนิดใดกลับขึ้นฝั่งบ้างละก็ เมนูซีฟู้ดสไตล์ไทยของร้านมัศยาก็คงเช่นกัน เพราะเชฟภาณุ สุวรรณกิจบริหาร เจ้าของร้านเน้นคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากทะเล ด้วยการสนับสนุนชาวประมงพื้นบ้านทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อนำมาประกอบเป็นเมนู ทำให้ต้องลุ้นว่าแต่ละวันทางร้านจะได้ปลาชนิดใด นั่นจึงทำให้เกิดความหลากหลาย และเป็นเสน่ห์ของมัศยา โดยที่เชฟเองก็สนุกกับการสร้างสรรค์เมนูตามวัตถุดิบ ปรุงเสิร์ฟแบบอะลาคาร์ทให้แก่ลูกค้าได้ลิ้มลอง ลอบจับปลาพื้นบ้านคลี่คลายสู่ดีไซน์ร่วมสมัย จากการลุ้นไปกับเรื่องราวของวัตถุดิบ กับชื่อร้าน “มัศยา” ซึ่งแปลว่า ปลา ตามภาษาสันสกฤต คุณกิจธเนศ ขจรรัตนเดช แห่ง Tastespace จึงคิดนำ “ลอบจับปลา” อุปกรณ์จับปลาพื้นบ้านทำจากไม้ไผ่มาใช้คลี่คลายสู่งานออกแบบ ที่ดูคล้ายกับกำลังครอบคลุมพื้นที่ของตัวร้านเอาไว้ กลายเป็นอีกลูกเล่นสนุก ๆ ไม่ต่างจากเรากำลังอยู่ในลอบจับปลาเสียเอง ในขั้นตอนการออกแบบร้าน เดิมพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่ให้เช่า […]

room SELECT Awards 2026 รางวัลแห่งปีจาก room

กลับมาอีกครั้งกับ room SELECT Awards 2026 เพื่อเป็นหนึ่งในกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจสำหรับนักออกแบบและผู้ประกอบการที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจสร้างสรรค์ของไทย กองบรรณาธิการ room ในนามของสื่อที่ติดตามและนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการออกแบบเชิงสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง ได้กำหนดให้มีรางวัล room SELECT Awards ขึ้น ซึ่งเป็นรางวัลที่ room ตั้งใจมอบให้จากมุมมองของสื่อเพื่อยกย่องพื้นที่ธุรกิจที่มีแนวคิดและการออกแบบอันโดดเด่น คัดเลือกโดยกองบรรณาธิการที่ร่วมกันเสนอความเห็นเพื่อมอบรางวัลพิเศษนี้ให้แก่งานออกแบบพื้นที่ธุรกิจที่โดดเด่นเป็นพิเศษในด้านต่าง ๆ room SELECT Awards 2026 แบ่งออกเป็น 4 หมวดรางวัล ดังนี้ งานออกแบบที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งาน ส่งเสริมพื้นที่ธุรกิจผ่านการออกแบบสเปซหรือการใช้สอยในมิติใหม่ รวม ถึงเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับรูปแบบธุรกิจ ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ของงานออกแบบ งานออกแบบที่แสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์ด้านวัสดุ นำเสนอเทคนิคการพลิกแพลงวัสดุเดิมไปสู่สิ่งใหม่ รวมถึงการนำ เสนอความเป็นไปได้ใหม่ของเทคนิคเชิงการก่อสู้ราง ที่นำพาธุรกิจไปสู่มติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ (ได้รับการสนับสนุนโดย Carrier Thailand) งานออกแบบที่สื่อสารแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ ผ่านแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม รวมถึงการเรียงร้อย เรื่องราว ที่ช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมธุรกิจได้อย่างแปลกใหม่และน่าดึงดูด งานออกแบบที่มีแนวคิดสอดคล้องกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา มรดกทาง วัฒนธรรม ชุมชน ไปจนถึงการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านพื้นที่ธุรกิจภายใต้วิถีชีวิตปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัย […]

Suankhunyaiy Khaoyai Km.3 คาเฟ่เขาใหญ่ ส่งต่อรสมือคุณยายจากรุ่นสู่รุ่น

“คุณยาย” ไม่ใช่แค่ชื่อร้าน แต่คือแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นความอร่อยทั้งหมดของ Suankhunyaiy Khaoyai Km.3 โดยโครงการนี้เป็นโปรเจ็กต์รีโนเวตร้านสวนคุณยายบนถนนธนะรัชต์ เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจครอบครัวเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่นให้กลับมามีพลังอีกครั้ง DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ ได้รับการตีความผ่านสถาปัตยกรรมโดยนักออกแบบจาก ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ / Awaken Design Studio ที่มาช่วยนำเสนอเรื่องราวผ่านรูปทรงของบ้านที่ซ้อนกันสามชั้น เพื่อสร้างจุดเด่นสะดุดตาแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แต่ยังคงรักษาความอบอุ่นและถ่อมตนกลางบริบทเขาใหญ่ จุดเริ่มต้นของร้านสวนคุณยาย จากครอบครัวเกษตรกรที่ทำสวนผลไม้ในพื้นที่เขาใหญ่มายาวนาน โดยมีคุณยายบุญมี คุณยายของคุณณัฐพงษ์ เจ้าของคนปัจจุบัน เป็นผู้นำผลผลิตทางการเกษตรจากสวนมาวางขายในเพิงเล็ก ๆ ริมถนนธนะรัชต์ จนกระทั่งมาถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ตัวร้านของคุณยายได้ขยับขยายให้มีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ โดยยังคงเป็นเพิงขายของฝากริมทางเช่นเดิม เพิ่มเติมคือนอกจากเหล่าผลไม้จากสวนแล้วยังมี “ข้าวหลาม” ที่นำมาวางจำหน่ายด้วย จากทำเลที่ติดกับเส้นทางหลักจากถนนมิตรภาพเข้าสู่อุทยานฯ ทำให้ทายาทรุ่นที่ 3 มองเห็นศักยภาพในการรีแบรนด์ให้ร้านของคุณยายกลับมาคึกคักและทันสมัยมากขึ้น จนกลายเป็นร้านรีโนเวตใหม่ มีรูปทรงสะดุดตา ด้วยอาคาร “บ้านสามชั้น” ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณเดิมของครอบครัวเกษตรกรเอาไว้ ดีไซน์ร้านใหม่อบอุ่นเหมือนบ้านสวน จากจุดประสงค์ที่ต้องการให้ร้านคงกลิ่นอายเรียบง่ายเป็นมิตร จึงนำมาสู่ดีไซน์ของอาคารที่มีลักษณะเหมือนบ้านสวนที่อบอุ่นเข้าถึงง่าย โดยสถาปนิกได้ทุบตัวร้านกาแฟเดิมออกแล้วสร้างเป็นอาคารหลังใหม่ที่เหมือนบ้านชั้นเดียววางซ้อนเหลื่อมกัน 3 ระดับ ทำหน้าที่ดึงดูดสายตาจากถนน แบ่งการใช้งานเป็นโซน “ร้านขายของฝาก” […]

DAY & NIGHT of Cherng Talay ร้านอาหารระดับมิชลิน อิงประวัติเหมืองแร่ภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ จึงนำมาสู่แรงบันดาลใจให้ คุณเอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR ออกแบบร้านอาหาร Day&Night Cherng Talay ที่เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นสาขาที่ 4 ซึ่งแตกต่างจากสาขาอื่น ๆ ที่ผ่านมา DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: EKAR ด้วยความตั้งใจให้ที่นี่มีรูปแบบสแตนอโลนสาขาแรกของแบรนด์ ทีมออกแบบจาก EKAR จึงตั้งใจสร้างประสบการณ์การใช้งานในร้านอาหารที่จัดเสิร์ฟวิวสวย ๆ ของริมทะเลสาบ และบอกเล่าความเป็นมาของอดีตในฐานะที่เมืองภูเก็ตเคยเป็นเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุกได้อย่างน่าสนใจ เล่าประวัติศาสตร์เหมืองแร่ผ่านร้านอาหาร เเม้ทุกวันนี้จังหวัดภูเก็ตจะรู้จักกันในนามของเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่เชื่อว่าหลายคนลืมไปแล้วว่าย้อนไป 80 ปีก่อนเกาะภูเก็ตเคยเป็นพื้นที่ทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุกรากฐานสำคัญที่ทำให้เมืองเติบโต เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบชิโน- ยูโรเปียน เมื่อกาลเวลาผ่านไปพื้นที่เหมืองเหล่านี้ได้แปรสภาพเป็นทะเลสาบกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ ผู้ออกแบบต้องการใช้ร้านอาหารแห่งนี้ชวนให้คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวได้ระลึกถึงรากเหง้าของประวัติศาสตร์และรับรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นที่ สร้างขอบเขตพื้นที่ด้วยเส้นโค้ง ด้วยความที่ที่ดินมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงออกแบบวางผังอาคารให้พื้นที่ใช้สอยหลักอย่างร้านอาหารอยู่ในส่วนด้านกว้างและวางส่วนเซอร์วิส ร้านซาลอน และส่วนพักอาศัยของเจ้าของอยู่บริเวณส่วนด้านแคบ ผ่านการกำหนดขอบเขตพื้นที่อาคารด้วย “ผนังโค้งเพียงเส้นเดียว” ให้โอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ โดยวางตัวอาคารให้ขนานกับแนวถนนด้านหน้า แล้วครอบด้วยหลังคาเมทัลชีททรงจั่วแบบไทยที่ขนานไปกับแนวทะเลสาบด้านหลัง เกิดช่องว่างระหว่างจุดตัดของสองระนาบนี้ซึ่งเป็นที่มาของช่องแสงธรรมชาติที่สร้างมิติให้กับพื้นที่ภายใน จำลองประสบการณ์ร่วมกับคนงานเหมือง เบื้องหลังกำแพงสีเทาที่ดูหนาหนักทึบตันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาขนาดใหญ่ ให้เเขกที่มาค่อย ๆ เดินไต่ระดับไปยังพื้นที่ชั้นสองของร้านผ่านบันไดที่ออกแบบความสูงขั้นละ 15 เซนติเมตร ลึก […]

Furnish Studio สตูดิโอศิลปะ บทสนทนาระหว่างศิลปะและความยั่งยืน

สตูดิโอศิลปะ ในจังหวัดระยอง ที่ประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ และสเปซที่ตั้งใจถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และความยั่งยืน DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: 11.29.studio ออกแบบโดยทีมสถาปนิก 11.29.studio ผู้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เป็นกรอบคิด มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสร้างความหมายใหม่ให้วัสดุที่ถูกละทิ้ง ไม้ไผ่แทนขนสัตว์ห่อหุ้มอาคาร ที่สตูดิโอศิลปะแห่งนี้ สถาปนิกได้สะท้อนแนวคิดการออกแบบสู่ที่มาของชื่อ Furnish Studio อันมาจากคำว่า Fur หรือขนสัตว์ สื่อสารผ่านตัวแทนวัสดุอย่าง “ไม้ไผ่” วัสดุใกล้ตัวและพบได้ในธรรมชาติของระยองที่ห่อหุ้มสตูดิโอเสมือนเปลือกโอบล้อมพื้นที่ ทำหน้าที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสายตา และยังช่วยกรองแสง สร้างมิติแสง-เงา และลดทอนเส้นแบ่งระหว่างภายนอกกับภายใน ช่วยให้อาคารอยู่ในสภาวะกึ่งเปิดกึ่งปิด ช่วยพรางสายตาและรักษาความปลอดภัยไปพร้อมกัน ผังจักรวาลโบราณสู่สถาปัตยกรรมที่ไม่สมมาตรอย่างตั้งใจ ความน่าสนใจของที่นี่ คือแนวคิดตั้งต้นอันมาจากการศึกษาผังจักรวาลของวัดและวังโบราณของสถาปนิก จากความสนใจดังกล่าวทำให้สถาปนิกค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างทิศทาง สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ รวมถึงความสมมาตรที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม ก่อนนำมาตีความหลักการดังกล่าวใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ผสานแนวคิด Deconstructivism จนได้สถาปัตยกรรมที่ดูสมมาตรในภาพรวม แต่แฝงความคลาดเคลื่อนไว้ในรายละเอียด ความไม่สมมาตรนี้ได้รับการแสดงผ่านรูปทรงหลังคาที่มีองศาและความลาดเอียงต่างกันในแต่ละด้านที่ปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขของพื้นที่และบริบทโดยรอบ ทำให้มวลอาคารเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตามมุมมอง ช่วยลดความแข็งทื่อของรูปแบบสมมาตรดั้งเดิม ซึ่งกลายมาเป็นแนวคิดเดียวกันที่ส่งต่อถึงประตูทางเข้าหลักที่ออกแบบให้มีขนาดไม่เท่ากัน แตกต่างด้วยฟังก์ชัน ได้แก่ บานเล็กใช้เข้าออกในชีวิตประจำวัน บานใหญ่รองรับการเคลื่อนย้ายผลงานศิลปะขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงพร้อม […]

KID ZONE at SAMA Garden สนามเด็กเล่นในร่ม เน้นวัสดุธรรมชาติ

สนามเด็กเล่นในร่ม KID ZONE at SAMA Garden เสมือนยกธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัว มุ่งให้เด็กเรียนรู้ผ่านทักษะการเล่นเหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นเอาต์ดอร์ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Imaginary Objects จากจุดประสงค์ของโครงการ SAMA Garden ศูนย์รวมสายกรีนที่มีทั้งต้นไม้ งานคราฟต์ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ที่ต้องการมีพื้นที่สำหรับเด็กได้มีที่เล่นระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่ช้อปปิ้ง พร้อม ๆ กับได้ฝึกทักษะทั้งทางร่างกายและสังคมตามช่วงวัย สตูดิโอออกแบบ IO (Imaginary Objects) นำโดยคุณญารินดา บุนนาค จึงเข้ามารับหน้าที่ออกแบบ KID ZONE เพื่อเปลี่ยนที่ว่างกลางอาคารให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นในร่ม เน้นวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ ตอบโจทย์แนวคิด Nature-Based Play ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการเคลื่อนไหวเหมือนเล่นอยู่กลางแจ้ง นำธรรมชาติมาให้เด็กสัมผัสผ่านการเล่น สนามเด็กเล่นในร่มแห่งนี้ มีความแตกต่างจากสนามเด็กเล่นในร่มทั่วไป ทั้งในแง่ของวัสดุ แนวคิดการเล่น และข้อได้เปรียบด้านสภาพแวดล้อม โดยตั้งใจยกบรรยากาศสนามเด็กเล่นตามธรรมชาติแบบเอาต์ดอร์เข้ามาไว้ในอาคาร ใช้ความรู้สึกของธรรมชาติเป็นตัวนำผ่านวัสดุธรรมชาติอย่างไม้สะเดา ไม้สัก และทรายจากแม่น้ำ มาใช้ในการออกแบบพื้นที่ เพื่อให้เด็กได้สัมผัสพื้นผิวที่แท้จริงของธรรมชาติ เหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นเอาต์ดอร์ โดยผู้ปกครองยังรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและยังอยู่ในสายตา “พื้นที่เล่นคือพื้นที่ที่เขามีอิสรภาพ มี […]

Akamori Yakiniku เสิร์ฟความพรีเมียม เปี่ยมสุนทรียภาพกินดื่ม

ร้านเนื้อย่างยากินิกุระดับพรีเมียม Akamori Yakiniku ตั้งอยู่ในย่านบางแวก ที่เลือกออกแบบร้านให้ปิดทึบ แยกออกจากบริบทพื้นที่โดยรอบ แล้วสร้าง ‘สุนทรียภาพภายใน’ เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่ม DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: TOUCH Architect จุดเริ่มต้นของร้าน Akamori Yakiniku มาจากกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเห็นโอกาสในย่านราชพฤกษ์ที่ยังขาดร้านเนื้อย่างระดับพรีเมียมจึงตัดสินใจสร้างร้าน Akamori Yakiniku นี้ขึ้นบนที่ดินเปล่าในซอยบางแวก ซึ่งรายล้อมด้วยอู่ซ่อมรถ ร้านสะดวกซื้อ และการจราจรพลุกพล่านติดถนนหน้าแคบ ไม่เอื้อกับการสร้างบรรยากาศที่ดีในร้านอาหาร ด้วยข้อจำกัดนี้ ผู้ออกแบบ TOUCH Architect จึงเลือกสร้างบัฟเฟอร์ (Buffer) เว้นพื้นที่ระหว่างถนนจนถึงตัวร้านที่เป็นอาคารทรงกล่องปิดทึบ เพื่อตัดขาดตัวร้านออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้วหันมาเติมเต็ม ‘สุนทรียภาพภายใน’ ผ่าน朝คอร์ตยาร์ดทรงกลมพร้อมต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้โฟกัสกับบรรยากาศการรับประทานอาหารภายในร้านอย่างเต็มที่ อีกทั้งอาคารทรงกล่องยังช่วยลด ‘งบประมาณและเวลา’ ในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเช่าที่ดินทำธุรกิจ องค์ประกอบของธงชาติญี่ปุ่นอย่าง ‘วงกลม’ และ ‘สีแดง’ ได้รับการกำหนดให้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ นำมาสู่องค์ประกอบสำคัญอย่าง ‘Red Line of Appetite’ หรือเส้นสายสีแดงที่ปรากฏโดดเด่นในสถาปัตยกรรมซึ่งช่วยดึงดูดสายตา กระตุ้นความอยากอาหาร และสร้างให้เกิดความเข้าใจการใช้งานพื้นที่ไปพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่มาสคอตวัวแดงประกาศตัวเป็นร้านเนื้อย่างยืนเด่นสง่าอยู่หน้าร้าน เชื่อมกับเส้นที่นำทางให้เดินจาก […]

BBDO Bangkok ฉีกกรอบออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการผสานบาร์ให้แฮ้งเอาต์

ออฟฟิศที่น่าอิจฉาแห่งนี้ คือ BBDO Bangkok เอเจนซีโฆษณาระดับโลกสาขาประเทศไทย ในเครือ BBDO Worldwide กับการฉีกกรอบออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการผสานบาร์ให้แฮ้งเอาต์ เล่าความคิดสร้างสรรค์ จุดประกายสู่งานครีเอทีฟสุดว้าว DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: IF Integrated Field บนพื้นที่ขนาด 980 ตารางเมตร อยู่บนชั้น 18 อาคารอื้อจือเหลียง BBDO Bangkok มีหัวใจของสถานที่คือการดีไซน์ห้องประชุมและโต๊ะทำงานให้ฉีกกรอกออฟฟิศแบบทั่วไป โดยผสานพื้นที่ทำงานและยืดหยุ่นแบบบาร์เข้ามาในสำนักงาน สอดรับกับวิถีการทำงานที่ยืดหยุ่นของเอเจนซี่โฆษณาสุดครีเอทีฟ เมื่อเส้นสายของแบรนด์หลอมรวมเป็นพื้นที่แห่งการพบกัน เปิดแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังออฟฟิศแห่งใหม่ของ BBDO Bangkok บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังการันตีรางวัลระดับโลกมามากมาย ที่ทาง IF Integrated Field ได้รับโจทย์ให้ตีความออฟฟิศขึ้นใหม่ สะท้อนการออกแบบพื้นที่ทำงานที่ขยายไปถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านงานพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม จากออฟฟิศรูปแบบเดิมที่เป็นห้องปิดและการแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ พื้นที่การทำงานแบบใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์สำหรับองค์กรที่เน้นความครีเอทีฟขั้นสุด จึงถูกปรับให้เปิดกว้าง เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น และเอื้อให้เกิดการพบปะกันในพื้นที่เป็นกันเองแบบที่ไม่ต้องนัดหมาย ประติมากรรมบาร์หัวใจของพื้นที่ “Meet the Bar” เป็นวลีที่ริเริ่มโดย คุณสมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์ CEO ของ BBDO […]

Matcha Edition คาเฟ่มัทฉะเล้านจ์ เล่าบรรยากาศผ่านหลากวัสดุ

Matcha Edition เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่คาเฟ่มัทฉะเล้านจ์เล่าการทดลองวัสดุ ก่อตัวขึ้นมาจากความชอบและแพสชั่นส่วนตัวของกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในการดื่มมัทฉะ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Sari Smit จากที่ชงดื่มเองที่บ้านจนกลายเป็นธุรกิจมุ่งสร้างพื้นที่ให้เกิดคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพและต้องการมองหาพื้นที่สำหรับพบปะพักผ่อนกับกลุ่มคนคอเดียวกัน โดยมีหุ้นส่วนร้านเป็นนักออกแบบจากสตูดิโอ Sari Smit การปรับปรุงทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่ร้านคาเฟ่จึงเน้นความน่าสนใจในงานออกแบบเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่มัทฉะคาเฟ่อบอุ่นเหมือนบ้าน จากการมองหาทำเลที่ตั้ง จนมาพบกับทาวน์เฮ้าส์เก่าแห่งนี้ในย่านเลียบด่วนฯ ที่ตรงกับความต้องการในการสร้างสรรค์พื้นที่ให้เข้าถึงง่าย โปร่งสบาย มีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนห้องนั่งเล่นในบ้าน ทั้งหมดถือเป็นสิ่งสำคัญที่หุ้นส่วนและนักออกแบบเน้นนำเสนอแก่ผู้มาใช้งานอาคาร ไม่แพ้ประสบการณ์การได้ลิ้มลองมัทฉะเกรดคัดสรร ซึ่งตั้งใจให้ที่นี่เป็นเสมือนพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ ครอบครัว หรือคนทำงาน ผ่านเมนูมัทฉะที่แบ่งระดับความเข้มข้นและรสชาติเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงมัทฉะคุณภาพดีได้ง่าย ลำดับการเข้าถึงชะลอจังหวะใจให้ช้าลง จากถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่นี่เปรียบเสมือน Hidden Gem รอให้ลูกค้าได้มาค้นพบคาเฟ่บรรยากาศสงบ ภายในซอยที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้เก่าแก่ เมื่อจอดรถที่ลานจอดด้านหน้าแล้ว ผู้ออกแบบตั้งใจสร้างลำดับการเข้าถึงใหม่ ด้วยการใช้กำแพงอิฐบล็อกช่วยบังสายตา ก่อนจะบังคับให้เลี้ยวสร้างการชะลอจังหวะการเดินให้ช้าลง เพื่อพบกับพื้นที่สวนมีแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศของดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงฤดูร้อน เน้นพรรณไม้ชอบแดด ใบพลิ้วไหว ดอกสีสันสดใส แล้วจึงนำเข้าสู่ตัวร้านบรรยากาศอบอุ่น คอนเซ็ปต์มัทฉะเล้านจ์เล่าการทดลองวัสดุ การสร้างสรรค์พื้นที่ Matcha Edition ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเผยรสนิยมอันเป็นลายเซ็นของอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แห่งสตูดิโอ Sari Smit โดยออกแบบพื้นที่ผ่านการใช้วัสดุที่หลากหลายราวกับที่นี่เป็นห้องทดลองวัสดุ ภายในร้านปูพื้นด้วยอิฐดินเผาจากอยุธยาแบบเดียวกับสวนภายนอก อบอุ่นสดใสด้วย “สีเหลือง” สี CI ของแบรนด์ […]

Space Of Mankind ออฟฟิศอินทีเรียร์ โชว์เคสพื้นที่ทำงานจากไม้อัด

ที่นี่คือ Space of Mankind สตูดิโอออกแบบอินทีเรียร์ที่ขอนิยามตัวเองว่าเป็น ‘พื้นที่ของมวลมนุษยชาติ’ ออกแบบสำนักงานตัวเองที่บาลานซ์ระหว่างความจริงจังในวิชาชีพเข้ากับความสนุกสนานได้อย่างกลมกลืนด้วยวัสดุ “ไม้อัด“ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งต่อความสุขไปสู่งานออกแบบ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Space of Mankind ออฟฟิศ Space of Mankind แห่งนี้ ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโครงการ 33 Space ย่านประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ ออกแบบมาจากประสบการณ์การออกแบบอินทีเรียร์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการทลายกรอบความเครียดในวิชาชีพและมอบความสุขให้กับการทำงาน เพื่อให้คนทำงานได้ส่งต่อความสุขไปยังงานสร้างสรรค์และออกแบบสเปซทำงานที่ไม่แบ่งแยกชนชั้น ออฟฟิศที่ออกแบบให้ส่งต่อความสุข ตัวสเปซเปิดรับแสงธรรมชาติจากทิศเหนือ นำทางผู้มาเยือนด้วยผนังทึบเรียบด้านหน้าที่ติดชื่อออฟฟิศ Space of Mankind อยู่ที่ผนัง และห้องประชุมที่ประดับด้วยงานศิลปะเส้นสายอิสระที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ก่อนเข้าสู่การต้อนรับอย่างเป็นกันเองด้วยบาร์เครื่องดื่ม และห้องทำงานที่ทุกคนใช้งานร่วมกัน และห้องวัสดุที่อยู่ด้านในลึกเข้าไปด้านใน ออฟฟิศที่จงใจสร้างให้ดูไม่เสร็จเพื่อรอการเติมเต็ม ผู้ก่อตั้งได้ตั้งใจออกแบบให้ออฟฟิศมีลักษณะเหมือนกับเกือบเสร็จ ดูยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% เพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้ทีมดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ได้ใช้จินตนาการในการต่อยอดว่าสเปซนี้จะพัฒนาไปเป็นอะไรได้อีกบ้างในอนาคต โดยเลือกใช้วัสดุอย่างไม้อัดตระกูลลาร์ช มาออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในออฟฟิศ โดยทำขึ้นเป็นโครงไม้ และปิดผิวด้วยไม้อัด ซึ่งเป็นกรรมวิธีตามปกติของช่างทำเฟอร์นิเจอร์ในงานอินทีเรียร์ที่จะต้องปิดหน้าตู้เฟอร์นิเจอร์ด้วยไม้อัดก่อนปิดผิวชั้นสุดท้ายด้วยแผ่นลามิเนตให้เรียบร้อย ทางผู้ก่อตั้งได้เห็นมุมมองความงามของการไม่ต้องทำให้เสร็จสมบูรณ์ของธรรมชาติลายไม้อัดนี้ ซึ่งเมื่อสัมผัสและใช้งานช่วยให้เกิดจินตนาการต่อยอดว่าจะเป็นอะไรได้อีกบ้าง อีกทั้งเมื่อใช้งานไม้อัดไปสักระยะ วัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีไม้ตามกาลเวลา สร้างความรู้สึกว่าไม้อัดเป็นวัสดุที่มีชีวิต และเข้าถึงได้ง่าย […]

The Lake Club ปัดฝุ่นโรงแรมเก่าสู่ลานนั่งเล่นคนรุ่นใหม่ย่านเมืองทองฯ

โครงการ The Lake Club คือโปรเจ็กต์การปรับปรุงอาคารเก่าชั้น 1 ของโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ติดกับทะเลสาบเมืองทองธานี มาเป็นคอมมูนิตี้สเปซผสมระหว่างพื้นที่ให้เช่าสำหรับธุรกิจรีเทลกับพื้นที่จัดอีเวนต์ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่สปาร์กความสนใจในย่านชานเมือง เป็นสเปซหย่อนใจให้คนทั่วไปในย่านเมืองทองฯ DESIGNER DIRECTORYออกแบบสถาปัตยกรรม: Hypothesisออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม: Kernel DesignArt and Creative Consultancy: And / Or Studio ภายใต้แนวคิด “Adaptive Reuse” การเก็บอาคารเก่าไว้แล้วเปลี่ยนหน้าที่ใช้สอยภายในเพื่อต่อยอดศักยภาพของอาคารเก่าแทนการรื้อแล้วสร้างใหม่อย่าง The Lake Club แห่งนี้ สามารถให้คุณค่าทั้งเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความทรงจำร่วมของผู้คน และการผลักดันศัยภาพของย่านแบบที่อาคารใหม่ให้ไม่ได้ อาคารเหล่านี้จึงเป็น Hidden Gem ช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าและคุณค่าให้กับธุรกิจ สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ผู้คนได้เสมอ อาคารเก่าที่อยู่ในความทรงจำของคนในย่าน โรงแรมอีสติน เลคไซด์ คือโรงแรมเก่าริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งเคยอยู่ในความทรงจำของผู้คนในย่านมานานกว่า 30 ปี จะได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยมาพร้อมรูปโฉมใหม่ในฐานะพื้นที่สาธารณะสำหรับคนรุ่นใหม่ให้ได้มาพบปะ และใช้เวลาร่วมกัน โดยยังคงรักษาเสน่ห์และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคารโรงแรมเอาไว้ในรูปแบบที่ร่วมสมัย ความถนัดด้านอีเวนต์สู่การสร้างพื้นที่คอมมูนิตี้ กลยุทธ์ธุรกิจที่ว่าต้องอาศัยความกล้าเสี่ยงทั้งการพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง รวมถึงความมั่นใจในการลงทุนเพื่อดึงคนใหม่ ๆ […]

พักผ่อนตามอัธยาศัยกับ At.thayasai ที่พักสเตเคชั่นริมคลองอ้อมนนท์

At.thayasai คอมเมอร์เชียลสเปซที่ออกแบบให้เป็นทั้งที่พักสเตเคชั่น และพื้นที่จัดอีเวนต์เล็ก ๆ ริมคลองอ้อมนนท์ จังหวัดนนทบุรี DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Ilikedesignstudio จากที่ดินริมคลองอ้อมนนท์ ลำคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอบางใหญ่ ที่เคยเป็นที่ตั้งของบ้านคุณยาย ในปัจจุบันกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์มานานและมีลักษณะเป็น “ที่ดินตาบอด” เนื่องจากคลองที่เคยเป็นเส้นทางสัญจรหลักตั้งแต่ในอดีตถูกลดบทบาท เมื่อคนหามาใช้ถนนที่ภายนอกแทน แต่ด้วยศักยภาพของที่ตั้งที่เปิดรับวิวสายน้ำที่ยังใสสะอาด ประกอบกับภาพบ้านเรือนดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ทำให้เจ้าของซึ่งเป็นรุ่นหลานอยากสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นบ้านพักและพื้นที่จัดอีเวนต์ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับที่ดินริมน้ำของครอบครัว หลังได้รับโจทย์จากเจ้าของ Ilikedesignstudio ผู้รับหน้าที่ออกแบบ ได้จัดพื้นที่แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ Atthayasai Space สถานที่จัดงานอีเวนต์อย่าง งานแต่งงาน และ Atthayasai Stay บ้านพักส่วนตัวขนาดเล็ก ๆ เหมาะกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนได้มาพักผ่อนแบบสเตเคชั่น ภายใต้บริบทที่ตั้งและการเข้าถึงที่แปลกใหม่ สร้างประสบการณ์การใช้งานกับพื้นที่หลากหลาย เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าถึงโดยตรง ผู้มาเยือนต้องนำรถไปจอดที่วัดไทยเจริญ แล้วเดินเท้าผ่านตรอกเล็ก ๆ และชุมชนบ้านไม้เก่าเข้ามายังพื้นที่ โดยระหว่างการเดินนั้นผู้มาเยือนจะได้สัมผัสภาพชุมชนดั้งเดิม รวมถึงสวนมะพร้าวที่ร่มรื่น ช่วยสร้างการเปลี่ยนผ่านความรู้สึกให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายก่อนจะเข้าสู่พื้นที่พักผ่อน โดยเมื่อมาถึง ภายในจะพบกับ Atthayasai Stay เป็นห้องพักที่แบ่งพื้นที่รับรองไว้หลากหลาย ประกอบด้วยบ้านพักขนาดย่อม […]

Kaew Boutique ร้านของฝากแห่งเมืองกาญจน์ ในฟอร์มอาคารรูปไข่ดาว

แกะห่อ ‘มะขามแก้ว’ ของฝากคู่เมืองกาญจนบุรี สู่ Kaew Boutique ร้านของฝากที่ทายาทรุ่นลูกตั้งใจเปลี่ยนภาพจำร้านของฝากใหม่ จากร้านที่รถทัวร์ลงมารับซื้อแล้วไป ให้เป็นพื้นที่ที่ใครก็สามารถมาใช้เวลาช้า ๆ ดื่มด่ำธรรมชาติและทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่กลางอาคารทรงไข่ดาวที่ตั้งล้อไปกับทิวเขาของเมืองกาญจน์ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: Mobius Studio – design creator Kaew Boutique ตั้งอยู่ผืนที่ดินกว้างโอบล้อมด้วยขุนเขา ติดกับถนนเส้นหลักก่อนขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) โดย Mobius Studio – design creator ได้ออกแบบอาคาร ‘ทรงไข่ดาว’ ที่ล้อมรอบพื้นที่ว่างตรงกลางไว้ เกิดเป็นสถาปัตยกรรมวงกลมขนาดใหญ่โดดเด่นจากอาคารทรงเหลี่ยมรอบข้าง ในขณะเดียวกันสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับพื้นที่ ข้อดีของการออกแบบอาคารวงกลม ทำให้ได้ใช้ประโยชน์เต็มผืนที่ดินในงบก่อสร้างที่ลดลงเหลือเพียงส่วนที่โอบล้อมคอร์ตกลมตรงกลางซึ่งเป็นราวกับไข่แดงของพื้นที่ เชื่อมต่อโซนต่าง ๆ ที่หันเข้าหากัน และยังเป็นพื้นที่รองรับแขกที่พาเหล่าน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงให้มาใช้เวลา เกิดเป็นคอมมูนิตี้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันได้ การเดินอ้อมคอร์ตยาร์ดทรงกลมไล่ลำดับไปถึงตัวอาคาร ยังช่วยเปลี่ยนผ่านเวลาและอารมณ์ให้ช้าลง โดยมีระแนงปีกซ้าย-ขวากั้นกรองฝุ่นและความวุ่นวายภายนอกออกจากให้ผู้มาเยือน เส้นสายของอาคารเน้นลื่นไหลล้อไปกับทิวเขา โดยลากเส้นจากต้นโพธิ์ใหญ่พุ่งสู่เขาด้านหน้า ตั้งเป็นเส้นแกนทางเข้านำสายตาให้อาคาร สร้างวิวธรรมชาติเต็มตาให้แขกผู้มาเยือ เส้นสายของอาคารกำหนดให้มีความโค้งมนและองศาที่สโลปขึ้นลงลื่นไหลเหมือน ‘แนวทิวเขา’ ที่ขนาบอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังโครงการ […]

Ronin Bar เปลี่ยนบ้านเก่ากลางพัทยา สู่บาร์ร่วมสมัยแฝงเรื่องราวซามูไรญี่ปุ่น

Ronin Bar เกิดจากการเปลี่ยนบ้านเก่าจากยุค 70s กลางพัทยา สู่บาร์ร่วมสมัยที่ตีความจิตวิญญาณซามูไรยุคผลัดใบของญี่ปุ่น ผ่านการดีไซน์สเปซและสัจวัสดุที่พร้อมเปลี่ยนทุกย่างก้าวให้เป็นประสบการณ์พิเศษ DESIGNER DIRECTORYออกแบบ: STUDIO…NUTTO บาร์เครื่องดื่ม Ronin Bar ใจกลางพัทยารีโนเวตโดย STUDIO…NUTTO กับการนำแนวคิดมาจากซามูไรญี่ปุ่นยุคเอโดะซึ่งเป็นยุคทองของญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศทำให้ซามูไรต้องวางดาบ และปรับตัวเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ นำมาสู่การเลือกใช้ชื่อว่า “โรนิน” หมายว่า ซามูไร หรือนักรบไร้สังกัด อันสื่อถึงความอิสระและการฉีกออกจากขนบเดิมๆ จากความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเช่นนี้ นั่นจึงเป็นโจทย์ที่ทำให้เจ้าของโครงการเลือกนำมาสื่อสาร โดยมีนักออกแบบมาช่วยตีความและถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งด้วยงานไม้และธรรมชาติที่สงบนิ่งแบบญี่ปุ่น แทรกภาพการฉีกกรอบอย่างมีชั้นเชิงลงในงานคอนกรีตที่เขร่งขรึม อันตีความได้ถึงกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคบรูทัลลิสม์ เป็นการบาลานซ์ระหว่างความสุขุมแต่ยังสนุกได้อย่างลงตัว เรียงลำดับการเข้าถึงเพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษ ลำดับการเดินเข้าสู่ Ronin Bar ได้รับการจัดวางจังหวะสายตาอย่างมีชั้นเชิงผ่านพื้นที่ 3 ช่วงอารมณ์ ที่จงใจเล่นซ่อนแอบกับความรู้สึกของผู้มาเยือน เริ่มต้นจุดแรก ตั้งแต่ทางเข้าที่ออกแบบให้ค่อย ๆ ปรับอารมณ์จากบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสู่ความร่วมสมัย ผ่านแรงบันดาลใจจากช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคเอโดะสู่ยุคเมจิที่เริ่มเปิดรับอิทธิพลตะวันตก สะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุอย่าง ไม้เผาผิว ถ่านหินธรรมชาติ ผสานเข้ากับผนังคอนกรีต กระจกลอน พร้อมสวนญี่ปุ่นร่วมสมัยอันสงบนิ่งก่อนที่สเปซจะถูกบีบให้แคบลงเพื่อตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง และทันทีที่พ้นจุดบีบสายตา สเปซจะค่อย ๆ เปิดออกให้เห็นบาร์เครื่องดื่มและพื้นที่นั่งภายในอาคาร มีสวนคอนกรีตสไตล์บรูทัลลิสม์ ที่เล่นระดับสายตาขึ้นไปอย่างเป็นเลเยอร์อยู่บริเวณเอาต์ดอร์ ที่สามารถมองทะลุออกไปผ่านหน้าต่างกระจกใส เปลี่ยนความลึกลับให้กลายเป็นความตื่นตาตื่นใจ […]